โหนกระแสเปิดโปงสัปเหร่อดังเมืองอ่างทอง อ้างวิชาอาคมรักษาโรคแต่กลับกระทำอนาจารผู้เสียหาย ใช้ลูกเหล็กสอดใส่อวัยวะเพศและโกนขนในที่ลับ เหยื่อรวมตัวร้องเรียนพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด
รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณี สัปเหร่อชื่อดังในจังหวัดอ่างทอง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลุงสนม” ซึ่งมีชื่อเสียงจากการทำพิธีผ่าศพตายทั้งกลมและฝังศพเด็กไว้ที่บ้านเมื่อกว่า 10 ปีก่อน จนกลายเป็นข่าวดัง ล่าสุดถูกร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่ามีพฤติกรรมอนาจาร ลวนลาม และล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงที่เข้าไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ถอนของ หรืออาบน้ำมนต์ โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการรักษา มีการใช้อุปกรณ์ประหลาดที่เรียกว่า “ลูกกะล็อก” สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ รวมถึงการใช้มีดโกนโกนขนในที่ลับ และมีการดมพิสูจน์กลิ่น โดยมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนผ่านหมอปลา มือปราบสัมภเวสี จนนำไปสู่การบุกจับกุม
ในช่วงต้นรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดประเด็นถึงที่มาของข่าวนี้ว่า เมื่อวานนี้หมอปลาได้พาผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งไปแจ้งความดำเนินคดีกับสัปเหร่อรายนี้ที่สอบสวนกลาง โดยพฤติการณ์ของสัปเหร่อคนนี้ คือจะอ้างวิชาอาคมในการรักษาคนที่โดนคุณไสยมนต์ดำ แต่กลับฉวยโอกาสกระทำอนาจาร ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย ทั้งชาวบ้านทั่วไปและแม้กระทั่งนักข่าวสาวที่ลงพื้นที่ไปทำข่าวก็ยังตกเป็นเหยื่อ โดยในวันนี้มีผู้เสียหายมาร่วมรายการ คือ คุณน้ำ (นามสมมติ) คุณเอ (นามสมมติ) รวมถึงมีการโฟนอินคุยกับ “น้องแผ่นฟิล์ม” ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่ตกเป็นเหยื่อด้วย พร้อมทั้งมีทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ และ ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม มาร่วมพูดคุยในแง่ของกฎหมาย
หมอปลา มือปราบสัมภเวสี เล่าถึงที่มาของการเข้ามาช่วยเหลือเคสนี้ว่า คุณน้ำ ผู้เสียหาย ได้อินบ็อกซ์เข้ามาขอความช่วยเหลือ โดยเล่าว่าไปเจอสัปเหร่อคนนี้ซึ่งดังมาก และมีสื่อรวมถึงยูทูบเบอร์หลายช่องไปถ่ายทำ พฤติการณ์คือมีการใช้ใบมีดโกนและลูกกลมๆ ที่เรียกว่า “ลูกกะล็อก” แหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ โดยอ้างว่าเป็นของวิเศษมีลูกเดียวในโลก หมอปลาพยายามหาหลักฐานมานานหลายเดือน เคยส่งทีมงานปลอมตัวเข้าไปแต่ไม่สำเร็จ เพราะลุงสนมมีความระมัดระวังตัวสูงมาก จะให้ผู้หญิงเข้าไปในห้องเรือนไทยแบบต้องใส่กระโจมอกและห้ามนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไป จึงไม่มีใครถ่ายภาพขณะเกิดเหตุได้ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนคือ ก่อนทำพิธีไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการลวนลามหรือโกนขนในที่ลับ
ทางด้าน คุณน้ำ ผู้เสียหาย เริ่มเล่าเรื่องราวของตนว่า รู้จักลุงสนมผ่านสื่อโซเชียลและรายการทีวี เห็นว่าเป็นคนแก่จิตอาสา เป็นกู้ภัย เป็นสัปเหร่อที่ทำพิธีผ่าศพตายทั้งกลม ดูน่าศรัทธาและไม่น่าจะมีพิษภัย ประกอบกับช่วงนั้นแฟนของตนมีอาการแปลกๆ คือ ง่วงนอนตลอดเวลา สะลึมสะลือ นั่งคุยอยู่ก็หลับไปดื้อๆ เคยพาไปหาหมอแผนปัจจุบัน ตรวจเลือด ตรวจสมอง ก็ไม่พบสาเหตุ หมอบอกแค่พักผ่อนน้อย ญาติผู้ใหญ่จึงแนะนำให้ลองรักษาทางไสยศาสตร์ ตนจึงตัดสินใจพาแฟนไปหาลุงสนม โดยหวังว่าจะช่วยอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ให้ ครั้งแรกที่ไปถึง ลุงสนมทักทันทีว่าแฟนโดนของหนัก โดยทำท่าทางขึงขัง เอามีดหมอมาจ่อที่คอแฟนจากด้านหลัง ซึ่งแฟนไม่รู้ตัวและมีอาการวูบลงไป ทำให้ตนเริ่มลังเลสงสัย แต่ลุงก็ขู่ว่าถ้าไม่อาบน้ำมนต์ ของจะเข้าตัว บ้านจะแตกสาแหรกขาด ทำให้ตนจำยอมต้องทำพิธี
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2568 คุณน้ำเล่าต่อว่า วันนั้นพาแฟนและลูกอีก 2 คนไปที่บ้านลุงสนม โดยตั้งใจจะให้แฟนอาบน้ำมนต์คนเดียว แต่ลุงสนมยืนยันเสียงแข็งว่าต้องอาบคู่ ถ้าไม่อาบคู่ของจากผัวจะกระเด็นเข้าเมีย แล้วลุงจะซวยไปด้วย ด้วยความกลัวคำขู่จึงยอมทำตาม โดยลุงให้แยกกันอาบ ตนเป็นคนอาบก่อน ขั้นตอนแรก ลุงให้เข้าไปทำพิธีทำน้ำมนต์ที่ข้างห้อง “ดอกแก้ว” (ห้องที่ลุงอ้างว่าใช้ผ่าศพ) โดยให้ตนนั่งยกขาพาดที่ขาลุง ลุงอ้างว่าต้องตรวจภายในดูสิ่งชั่วร้าย คล้ายท่าตรวจภายในของหมอสูติฯ ตนตกใจจะหุบขา แต่ลุงบอกไม่ต้องอาย ลุงแก่รุ่นพ่อรุ่นตาแล้ว จะรักษาให้สะอาด จากนั้นลุงได้ก้มลงไปดมที่ของสงวน และบอกว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพ เพราะโดนของหนัก
จากนั้น ลุงสนมได้หยิบ “ลูกกะล็อก” ซึ่งเป็นลูกเหล็กกลมๆ ออกมา อ้างว่าเป็นของวิเศษมีลูกเดียวในโลก ใช้ดึงสิ่งชั่วร้ายและใส่สิ่งดีๆ เข้าไปแทน โดยนำลูกกะล็อกมาคลึงตามหน้าผาก หน้าอก และยัดเข้าไปในช่องคลอด แล้วนำลูกกะล็อกนั้นไปจุ่มในขันน้ำมนต์ ประกบด้วยมีดหมอ 7 ป่าช้าเพื่อปลุกเสก เสร็จแล้วพาไปอาบน้ำมนต์ที่คอกกลางแจ้ง โดยลุงบังคับให้ถอดผ้าถุงออกจนหมด อ้างว่าจะทำให้สะอาดเหมือนหมอตำแย พอตนอิดออด ลุงก็ขู่ว่าจะเอามีดฟันปาก ตนจึงต้องยอมถอดผ้าถุงกองไว้ที่พื้น ลุงใช้ปลายมีดเขี่ยตามซอกคอ เส้นผม และตามตัว
ขั้นตอนที่น่าตกใจคือ ลุงบังคับให้ดื่มน้ำมนต์ในขันที่เพิ่งเอาลูกกะล็อกแช่ลงไป ซึ่งคุณน้ำสังเกตเห็นว่าในขันมีเส้นขนหยิกๆ ลอยอยู่จำนวนมาก ตนไม่กล้าดื่มแต่ลุงยืนจ้องบังคับ จึงต้องทำเป็นดื่มแล้วแอบปล่อยให้ไหลทิ้งบ้าง จากนั้นลุงเอาน้ำราดตัว ถูสบู่ให้ และใช้มีดหมอขูดไปตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณของสงวน อ้างว่าขูดสิ่งอัปมงคลออก พอตนเจ็บและดิ้น ลุงก็ขู่ว่าให้อยู่เฉยๆ เดี๋ยวมีดบาด
คุณน้ำเล่าต่อว่า หลังจากอาบน้ำมนต์รอบเช้าเสร็จ ลุงบอกว่าของยังไม่ออก ต้องเข้าไปทำพิธีต่อใน “ห้องดอกแก้ว” ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ผ่าศพ ตนไม่อยากเข้าเพราะกลัวเรื่องความสะอาดและกลัวบรรยากาศ แต่ลุงก็พูดจาหว่านล้อมปนขู่ว่าไม่อยากให้ผัวหายหรือ เข้าไปแป๊บเดียว ในห้องนั้นมีเตียงไม้ลักษณะเหมือนกระดานหามศพ มีคราบน้ำเหลืองแห้งกรัง ลุงให้ขึ้นไปนอนบนเตียงนั้น แล้วสั่งให้ถอดผ้าถุงออกอีก ครั้งนี้ลุงเอาน้ำราดและใช้มีดโกนที่ดูเก่าเป็นสนิม มาโกนขนในที่ลับให้ โดยอ้างว่าเพื่อความสะอาด ตนทักว่ามีดเป็นสนิม ลุงก็บอกไม่เป็นไร ใช้ได้ ให้หลับตา พอโกนเสร็จ ลุงก็ล้างทำความสะอาดและใช้นิ้วล้วงเข้าไปล้างภายในอย่างรุนแรงจนตนเจ็บ พอร้องทัก ลุงก็บอกว่ากำลังจะเอาของออก
หลังจากนั้น ลุงให้คุณน้ำนอนคลุมด้วยผ้าดิบห่อศพ เพื่อทำพิธีเรียกเสน่ห์เมตตามหานิยม โดยต้องนอนภาวนาคนเดียวประมาณ 10-15 นาที แล้วลุงก็ออกไปอาบน้ำมนต์ให้แฟน ซึ่งแฟนก็โดนทำพิธีคล้ายกัน แต่ของแฟนจะเน้นใช้ลูกกะล็อกเคาะที่หัว พอทำพิธีเสร็จ ลุงเริ่มมีพฤติกรรมคุกคามมากขึ้นในรอบบ่าย เริ่มมีการจับเนื้อต้องตัว พูดจาแทะโลม และพยายามทำพิธีเรียกเสน่ห์ให้ โดยอ้างว่าทำแล้วจะมีคนมารักมาหลง จะมีผัวฝรั่ง รวยเป็นคุณนาย ซึ่งคุณน้ำยืนยันว่าไม่ต้องการ ต้องการแค่ให้แฟนหายป่วย
จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อคุณน้ำทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของลุง จึงบอกว่าจะขอกลับบ้าน ลุงสนมไม่พอใจอย่างมาก ด่าทอสาปแช่งว่าขอให้ครอบครัวฉิบหาย จะทำให้ผัวไปมีเมียน้อย จะทำให้คุณน้ำต้องไปขายตัว และแช่งให้เยี่ยวไม่ออก คุณน้ำโมโหสุดขีดจึงยืนปัสสาวะใส่ผ้าถุงโชว์ให้ดู แล้วใช้ผ้าถุงเช็ดปัสสาวะโยนทิ้งไว้ในบ้านลุง ก่อนจะกระชากสายสิญจน์มงคลที่คอทิ้ง แล้วพากันหนีออกมา
นอกจากคุณน้ำแล้ว ยังมีผู้เสียหายอีกรายคือ “คุณเอ” (นามสมมติ) ซึ่งมาร่วมรายการด้วย แต่คุณเอมีอาการหวาดกลัวอย่างหนัก ตัวสั่นและร้องไห้ ไม่กล้ามองไปทางจอภาพที่ฉายรูปลุงสนม ต้องหันหน้าหนีตลอดเวลา โดยคุณเอเล่าสั้นๆ ว่าตนเองก็โดนกระทำในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะการใช้มีดโกนขูดและโกนขนในที่ลับ ซึ่งเป็นภาพจำที่เลวร้ายจนทำให้เกิดอาการแพนิก
รายการยังได้โฟนอินคุยกับ “น้องแผ่นฟิล์ม” ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่เป็นหนึ่งในผู้เสียหายและเป็นคนแจ้งความจนนำไปสู่การจับกุม น้องแผ่นฟิล์มเล่าว่า ตนลงพื้นที่ไปทำข่าวตามเรื่องร้องเรียน ตอนแรกขอเข้าไปดูห้องดอกแก้วเพื่อถ่ายทำข่าว แต่ลุงสนมไม่ยอมให้เข้า อ้างว่าต้องทำพิธีเท่านั้นถึงจะเข้าได้ ตนจึงยอมทำพิธีเพื่อจะได้เข้าไปเก็บภาพ โดยมีช่างภาพไปด้วยตลอด แต่ลุงก็ยังฉวยโอกาส ลวนลาม ทั้งเอามีดมาถูที่หน้าอกและอวัยวะเพศ เอามือกดหน้าอก แอบล้วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อจับหน้าอกและดมมือตัวเอง อ้างว่าพิสูจน์กลิ่นเหงื่อ ทั้งที่ช่างภาพก็ยืนอยู่ใกล้ๆ น้องแผ่นฟิล์มยืนยันว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือการจงใจลวนลาม ไม่ใช่พิธีการ เพราะทำในจังหวะเผลอและนอกเหนือขั้นตอน จึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
หนุ่ม กรรชัย ยังเปิดเผยคลิปเสียงสัมภาษณ์ป้า ภรรยาของลุงสนม ที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยป้าอ้างว่าลุงอายุ 80 กว่าแล้ว จะไปทำอะไรใครได้ ลุงทำด้วยใจบริสุทธิ์เพื่อช่วยเหลือคน ไม่เคยเรียกร้องเงินทอง ส่วนเรื่องอาบน้ำมนต์ ป้าก็เคยอาบให้ลุง ลุงเป่าเพี้ยงเดียวก็หายปวดเมื่อย ป้ายังอ้างอีกว่าคนดังๆ อย่าง ป๋อง กพล และ เณรแอ ก็เคยมาหาลุง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ หนุ่ม กรรชัย ต้องต่อสายหา ป๋อง กพล กลางรายการ
ป๋อง กพล รับสายด้วยความงุนงง และยืนยันเสียงแข็งว่าจำไม่ได้ว่าเคยไปหาลุงสนม ลุงสนมอาจจะอ้างชื่อไปเรื่อย ตนไปถ่ายรายการมาเป็นร้อยที่ จำไม่ได้ทุกที่หรอก แต่เรื่องลูกกะล็อกหรือพิธีประหลาดแบบนี้ ตนไม่เคยได้ยินและไม่เคยศรัทธาแน่นอน ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับสัปเหร่อรายนี้
ในส่วนของหมอปลา ได้เล่าเสริมด้วยความโมโหว่า ลุงสนมยังเคยอ้างชื่อหมอปลาไปบอกคนอื่นว่าหมอปลาเคยมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ซึ่งหมอปลาปฏิเสธลั่นว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไปหา และด่าทอว่าเป็นคนอัปรีย์ที่หากินกับความเชื่อคน พฤติกรรมแบบนี้ยอมไม่ได้ และตอนนี้มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมากนับร้อยราย บางรายโดนหนักถึงขั้นให้กินประจำเดือน หรือเมียลุงสนมเป็นคนช่วยจับผู้เสียหายให้ลุงโกนขนก็มี
ในช่วงท้าย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา จากมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้สรุปข้อกฎหมายว่า การกระทำของลุงสนมเข้าข่ายความผิดชัดเจน 2 ประเด็นหลัก คือ 1. ความผิดฐานอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 โดยใช้อวัยวะอื่นหรือวัตถุอื่นล่วงล้ำอวัยวะเพศ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 20 ปี และหากทำต่อหน้าธารกำนัล (เช่น กรณีทำในที่แจ้งหรือมีคนอื่นอยู่ด้วย) จะยอมความไม่ได้ อายุความ 15 ปี และ 2. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เพราะมีการหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ อ้างไสยศาสตร์ที่พิสูจน์ไม่ได้เพื่อได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหาย แม้จะเป็นเงินเล็กน้อยก็ถือว่าผิด และศาลเคยมีคำพิพากษาฎีกาในคดีลักษณะนี้มาแล้วว่าการอ้างความเชื่อเพื่อหลอกลวงรักษาโรคแล้วไม่ได้ผลจริง ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จะอ้างว่าผู้เสียหายสมัครใจมาเองไม่ได้ เพราะเป็นการใช้กลอุบายหลอกลวงให้หลงเชื่อ
เรื่องราวทั้งหมดนี้จบลงด้วยการที่ผู้เสียหายทุกคนยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้สัปเหร่อรายนี้ไปหลอกลวงและกระทำอนาจารใครได้อีก โดยหมอปลาและทนายจะรวบรวมผู้เสียหายทั้งหมดเพื่อส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป