จากกรณีชาย อายุ 84 ปี ชาวบ้าน ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้พิการตาบอดทั้งสองข้าง ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้ไม้เท้าคอยพยุงตัวในการเดินไปมา รายได้ประจำมีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท ส่วนสิทธิเบี้ยเลี้ยงผู้พิการยังไม่ได้ดำเนินการขอรับ ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากภายในเพิงสังกะสีเก่า อาศัยความช่วยเหลือจากลูกหลาน และเพื่อนบ้านเป็นครั้งคราว และหวังจะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และของใช้จำเป็นไว้ประทังชีวิต แต่หลังจากให้ลูกหลานพาไปลงทะเบียนยืนยันตัวตนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลับไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ชายคนดังกล่าวรู้สึกผิดหวัง จนต้องร่ำไห้ออกมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ล่าสุดบ่ายวันนี้ (6 มิ.ย.69) นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่ไปพบกับชายคนดังกล่าวเพื่อให้กำลังใจ และได้นำเอกสารแบบฟอร์มการยื่นขอสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ ไปให้ลูกหลานของคุณตาช่วยกรอกเอกสารให้
นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ย้ำว่า กลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงสิทธิ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเรื่องอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เข้าไม่ถึง อย่างเช่น ชายรายนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประชาชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งทางรัฐบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั่วประเทศเร่งนำรายชื่อกลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้ให้ได้ลงทะเบียนขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า สิทธิครั้งก่อน ชายคนดังกล่าวเคยไปขอรับสิทธิแล้วแต่ไม่ผ่าน และในครั้งล่าสุดนี้ได้เปิดให้สมัครรับสิทธิใหม่อีกสำหรับผู้ที่ตกหล่น และเป็นผู้มีรายได้น้อยตัวจริง ซึ่งขณะนี้ชายคนดังกล่าวยังไม่ได้รับสิทธิ และกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิอีก เพราะทางครอบครัวก็เป็นผู้มีรายได้น้อยจริง เขาจึงอยากได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ใช้จ่ายจุนเจือในครอบครัว ซึ่งวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่นำเอกสารมาให้เขาลงทะเบียนเอาไว้ จากนั้นจะเร่งส่งข้อมูลของชายคนดังกล่าวไปที่กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบสิทธิของกลุ่มคนเปราะบาง และหากตรวจสอบสิทธิแล้ว ชายคนดังกล่าวมีสิทธิจริง ก็สามารถจะใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างแน่นอน