พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน
โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์รวมตัวขับรถด้วยความเร็วสูง ประลองความเร็วบนทางสาธารณะ หรือ ชอบขับรถในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง และผู้ร่วมทาง พร้อมย้ำว่าตำรวจจราจรจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร (กก.2 บก.จร.) ได้ติดตามรวบรวมพยานหลักฐานและนำผู้กระทำผิดทั้ง 4 ราย เข้าสู่กระบวนการการดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ที่ใช้ชื่อว่า “TEENOSIE” ที่มีพฤติการณ์ขับรถด้วยความเร็วสูง ประลองความเร็วบนถนนวิภาวดีรังสิตนั้น
ล่าสุด ศาลแขวงดอนเมืองมีคำพิพากษาจำเลยทั้ง 4 ราย ให้จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 1 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง ทำกิจกรรมบริการสังคม 24 ชั่วโมง
พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 180 วัน ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) 15 วัน ห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. และริบรถยนต์ของกลางทั้ง 4 คันตกเป็นของแผ่นดิน (โดยรถยนต์ของกลางทั้ง 4 คัน มีมูลค่ารวมกันกว่า 4 ล้านบาท)
พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวว่า ถนนสาธารณะไม่ใช่สนามแข่งรถ การขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือประลองความเร็วเพียงเพื่อความคึกคะนอง อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้ทางรายอื่น ที่สำคัญ ผู้กระทำผิดต้องรับผลทางกฎหมาย
โดยกรณีนี้ถึงขั้นถูกริบรถยนต์ของกลางทั้ง 4 คัน รวมถึงถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถและติด EM จึงขอเตือนผู้ที่มีพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวให้หยุดการกระทำและเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.จร. ที่ไม่ปล่อยผ่านในความผิดที่ตรวจพบบนท้องถนน จากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่บนถนนวิภาวดีรังสิต แล้วได้มีรถยนต์กลุ่มดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูง และขับขี่ในลักษณะที่เป็นการแข่งรถในทางกันมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยไม่เลือกใช้วิธีนำรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูงซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
แต่ใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ ไปดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ที่กลุ่มผู้ขับขี่รถดังกล่าวใช้แข่งรถในทางกัน และรวบรวมพยานหลักฐานทางเทคโนโลยีดังกล่าวในการติดตามผู้กระทำผิด
จนนำตัวมาดำเนินคดีได้ครบทั้ง 4 ราย สะท้อนถึงความใส่ใจในการบังคับใช้กฎหมายและความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ที่มา : ข่าวสด