หลังจากเพจดังโพสต์เล่าประสบการณ์จากนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง ที่เจอค่ากับข้าวสุดช็อกในตลาดน้ำดำเนินสะดวก ไข่เจียวธรรมดาจานละ 400 บาท ข้าวผัดไข่จานใหญ่ 1,400 บาท ทั้งที่มีเพียงไข่และผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ราคานี้เหมาะสมหรือไม่? แม้อยู่ภูเก็ตยังไม่เคยเจอราคาแรงขนาดนี้ จนกลายเป็นกระแสดรามา ถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียล
ล่าสุด วันที่ 9 ม.ค. 2569 นายธรณินทร์ บรรยงวรพินิจ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก. สภ. ดำเนินสะดวก, เจ้าหน้าที่ กอ.รมน., ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารต้นเรื่อง ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองดำเนินสะดวก พบเป็นร้านอาหารทั่วไป นักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือเข้ามาใช้บริการ มีการติดป้ายราคาเมนูครบถ้วน
หญิงเจ้าของร้าน ยอมรับว่า ราคาอาหารค่อนข้างสูง เนื่องจากมีต้นทุนหลายด้าน ทั้งค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างพนักงาน วัตถุดิบ และค่าหัวเรือที่ต้องจ่ายให้คนขับเรือที่นำลูกค้ามาส่งร้าน ลำละประมาณ 900 บาท พร้อมยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุ (3 ม.ค. 2569) ลูกค้าเป็นครอบครัวไทยและต่างชาติ ชำระเงินตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเสียงสะท้อนจากสังคม ร้านยินดีปรับลดราคาลงตามคำแนะนำของพาณิชย์จังหวัด โดยจะเริ่มตั้งแต่วันถัดไป และทบทวนต้นทุนอาหารใหม่ทั้งหมด
ด้านนายธรณินทร์ บรรยงวรพินิจ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า ราคาอาหารสูงเกินสมควร ผู้ประกอบการยอมรับว่าจำหน่ายแพงเกินจริง เบื้องต้นจะเชิญเจ้าของร้านให้ข้อมูล ตรวจสอบต้นทุน และรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบเข้าข่ายขายสินค้าเกินราคาจริง มีโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมกันนี้ พาณิชย์จังหวัดย้ำเรื่องการปิดป้ายแสดงราคาในตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ได้ดำเนินคดีกับร้านที่ไม่ติดป้ายราคากว่า 14 ร้าน และร้านที่กระทำผิดซ้ำ จะถูกปรับเป็น 2 เท่า พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการตั้งราคาให้สมเหตุสมผล เพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของตลาดน้ำชื่อดังระดับประเทศ
ทั้งนี้ ร้านอาหารดังกล่าวเคยถูกร้องเรียนมาก่อน กรณีผัดไทยจานละ 900 บาท ก่อนจะต่อรองเหลือ 500 บาท ซึ่งครั้งนั้นถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนไปแล้ว แต่ยังกลับมาเกิดดรามาซ้ำ