วันที่ 28 ต.ค. 2569 เกิดเหตุสลดขึ้นที่ อ. เชียงแสน จ. เชียงราย พระครูโอภาสเจติยารักษ์ อายุ 55 ปี (35 พรรษา) เจ้าอาวาสวัดสันธาตุ และที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลโยนก ถูกพบว่าเสียชีวิตภายในสระน้ำข้างวัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เชียงแสน พร้อมแพทย์เวรและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 28 ต.ค. พระลูกวัดได้พบร่างของเจ้าอาวาสบริเวณสระน้ำข้างวัด จึงได้ประสานพระสงฆ์รูปอื่น ๆ ญาติโยม และผู้ใหญ่บ้าน เข้าช่วยเหลือนำร่างขึ้นมาจากน้ำ
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสะพานทอดไปศาลากลางสระน้ำ พบใบบริจาคร่างกายวางไว้บนราวสะพาน และมีธงธรรมจักรปักไว้ ส่วนในกุฏิพบข้าวของถูกจัดเป็นระเบียบทั้งหมด มีกุญแจต่าง ๆ ภายในวัดถูกแยกใส่ถุงและมีป้ายระบุว่าเป็นกุญแจอะไร
และยังพบจดหมายสั่งเสียเขียนด้วยลายมือ หัวข้อ “ความจริง” ระบุรายละเอียดถึงมูลเหตุแห่งความทุกข์ใจตั้งแต่ พ.ย. 2568 ว่าเกิดจากความ “เมตตาเกินไป” จนตกเป็นเหยื่อของ พระ… ที่เข้ามาปรับทุกข์ขอยืมเงินพร้อมเสนอผลตอบแทนเท่าตัว ทำให้ท่านยอมไปหยิบยืมเงินจากญาติโยมและแหล่งอื่นมาให้ แต่กลับถูกเลื่อนชำระเรื่อยมา ในจดหมายยังได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเงินคืนแก่เจ้าของเงินตามบัญชีรายชื่อที่ทิ้งไว้ พร้อมทิ้งท้ายข้อความสะเทือนใจว่า “ข้าพเจ้าต้องเดินทางไกลไปไม่กลับแล้ว... ข้าพเจ้าต้องการความสงบ”
จากการสอบถามนายบุญเลี้ยง อายุ 72 ปี กรรมการวัดสันธาตุ เปิดเผยว่า เมื่อวันออกพรรษาที่ผ่านมา พระครูได้เรียกตนและโยมอีกคนไปพบ พร้อมกับสั่งเสียเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวและหนี้สินไว้อย่างละเอียด ทั้งเงินที่เคยหยิบยืมผู้อื่นมาและเงินที่คนอื่นยืมไปแต่ยังไม่คืน รวมถึงได้สั่งการเรื่องเงินวัดและการจัดเตรียมงานศพไว้อย่างรอบคอบ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นการสั่งเสียครั้งสุดท้าย เนื่องจากปกติแล้วท่านเป็นพระนักพัฒนาที่ขยันขันแข็ง และไม่เคยเล่าปัญหาความเครียดให้ใครฟัง นอกจากนี้ ตัวพระครูเองยังได้ทำพินัยกรรมแสดงเจตจำนงชัดเจนในการมอบร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เชียงแสน พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงแสน ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ทั้งนี้ คณะกรรมการวัดและญาติโยมได้ร่วมกันไว้อาลัยต่อการจากไปของพระครูโอภาสเจติยารักษ์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมประสานงานกับทางโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพระครู
สำหรับการจัดการงานศพ ทางชาวบ้านจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตั้งแต่วันที่ 28-31 ต.ค. ก่อนจะมอบร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ตามความประสงค์ต่อไป