รายการโหนกระแสวันนี้ (18 ก.ย. 2569) นำเสนอเรื่องราวของ ‘หมอฟิน’ ทันตแพทย์ LGBTQ+ ที่เดินทางไปร้องเรียนกับสายไหมต้องรอด โดยอ้างว่าถูกผู้หญิงที่คบหาปอกลอกทรัพย์สิน ทั้งเงิน ทอง รถยนต์ และคลินิกทำฟันให้ โดยหมอฟินมีความฝันว่าจะพาแฟนสาวไปจดทะเบียนสมรสเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ แต่ฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธ จนกระทั่งตรวจสอบพบว่า ฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้วเป็นชายแท้ ผู้ร่วมพูดคุยได้แก่ หมอฟิน, คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และ ทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล
คุณเอกภพ เล่าว่า หมอฟินได้ส่งรายละเอียดจำนวนมากมาทางแชต เมื่อทีมงานตรวจสอบและตนได้พูดคุยกับหมอฟินก็รู้สึกสงสาร เพราะหมอฟินสูญเสียไปมาก เมื่อ หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงทรัพย์สินที่เหลืออยู่ หมอฟินระบุว่า ไม่เหลืออะไรเลย เหลือแต่หนี้สิน
หมอฟิน เล่าว่า เริ่มรู้จักกับฝ่ายหญิงผ่านทางเฟซบุ๊ก ช่วงประมาณปลายปี 2562 โดยเริ่มจากการแอดเป็นเพื่อนและทักไปพูดคุย เมื่อเห็นรูปโปรไฟล์รู้สึกว่าฝ่ายหญิงยิ้มหวานและหน้าตาน่ารักตรงตามสเป็ก หมอฟินได้สอบถามว่าโสดหรือไม่ ซึ่งฝ่ายหญิงยืนยันว่าโสด 100% รวมถึงระบุว่าตนเองเป็น LGBTQ+ และชอบทอม ทำให้หมอฟินรู้สึกดีและมีความหวัง
ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการพูดคุยผ่านทางไลน์ หมอฟินได้ลองใจโดยบอกว่าตนเองทำงานเป็น รปภ. ซึ่งฝ่ายหญิงก็ยังคงพูดคุยต่อ หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายหญิงอาจจะเข้าไปค้นหาข้อมูลในเฟซบุ๊กของหมอฟินแล้ว โดยหมอฟินอธิบายว่า เฟซบุ๊กของตนเองลงเพียงเรื่องข่าว คำคม และเรื่องที่สนใจ ไม่ได้ลงรูปเกี่ยวกับงานทำฟันหรือทรัพย์สิน แต่ก็อาจจะทราบได้จากการที่มีคนรู้จักเข้ามาคอมเมนต์เรียกตนว่าหมอโดยตลอดเวลาที่พูดคุยกัน หมอฟินพยายามขอวิดีโอคอลหลายครั้ง แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธโดยอ้างว่ายังไม่พร้อม
จนกระทั่งถึงวันลอยกระทง ปี 2562 ทั้งสองจึงได้นัดพบกันเป็นครั้งแรก โดยฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายขอให้นัดเจอช่วงดึกประมาณ 22.00-23.00 น. เนื่องจากไม่อยากให้มีคนเยอะ สถานที่นัดพบคือ บึงสีฐาน จ. ขอนแก่น เมื่อเจอตัวจริง ฝ่ายหญิงดูไม่เหมือนในรูปโปรไฟล์ เนื่องจากมีการแต่งหน้าเข้ม แต่อย่างไรก็ตาม หมอฟินยอมรับได้เพราะรู้สึกดีจากการพูดคุยกันมา แล้วก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน โดยตอนที่ขอเป็นแฟน ฝ่ายหญิงได้พูดถึงเรื่องคู่ชีวิตว่าอยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนและไม่อยากมีใครใหม่เพราะเคยถูกนอกใจมาก่อน หมอฟินจึงเกิดความเชื่อใจ หลังจากลอยกระทงเสร็จสิ้น ฝ่ายหญิงก็ได้เดินทางกลับบ้าน
หลังจากคบหากันไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกคิดถึงฝ่ายหญิงมากขึ้น จึงเริ่มหางานทำพาร์ตไทม์ที่ จ. ขอนแก่น จากเดิมที่ทำประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการเดินทางไปทำงานพาร์ตไทม์ หมอฟินได้สังเกตเห็นอาคารพาณิชย์เปิดให้เซ้ง ก็เกิดความคิดที่จะเปิดคลินิกเป็นของตนเอง เพื่อย้ายมาอยู่ใกล้ชิดกับฝ่ายหญิง จึงได้เข้าไปสอบถามราคาเซ้งคลินิก และตกลงเซ้งคลินิกดังกล่าว
เดิมทีตนเองเป็นหมอฟันทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และยังไม่มีคลินิกเป็นของตัวเอง หลังจากตกลงเซ้งและตกแต่งเรียบร้อยแล้ว คลินิกทำฟันจึงเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2563 และได้ย้ายมาอยู่อาศัยด้วยกันฉันสามีภรรยาหลังเปิดคลินิก ประกอบกับฝ่ายหญิงว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง ฝ่ายหญิงจึงขอมาช่วยทำงานที่คลินิกในตำแหน่งเคาน์เตอร์ดูแลความเรียบร้อยทั่วไป โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นคลินิกทำฟัน ส่วนชั้น 3 ใช้เป็นห้องนอนอยู่อาศัยร่วมกัน ฝ่ายหญิงไม่ได้นอนค้างทุกวัน แต่มักจะนอนค้างตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ แล้วกลับบ้านในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ก่อนจะกลับมาใหม่ในวันจันทร์ หมอฟินยังได้พูดคุยกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงหลังเปิดคลินิก แต่คาดว่าผู้ใหญ่คงคิดว่าเป็นการอยู่อาศัยร่วมกันของเพื่อนผู้หญิงทั่วไป
หนุ่ม กรรชัย ได้หยิบยกคำกล่าวอ้างของฝ่ายหญิงที่ระบุว่า หมอฟินเป็นฝ่ายเสนอทรัพย์สินให้เอง เนื่องจากอยากให้เมียหมอดูดี สมฐานะ ซึ่งหมอฟินปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง 100% หมอฟินอธิบายว่า ฝ่ายหญิงมักจะเอ่ยปากขอ เช่น พูดว่าโทรศัพท์พัง อัปเดตไม่ได้ ซ่อมไม่ได้ และไม่มีเงินซื้อ หมอฟินจึงยอมซื้อ iPhone เครื่องใหม่ให้เพราะเห็นว่าเป็นแฟนกัน ต่อมา ฝ่ายหญิงได้เอ่ยปากขอเงินไปแก้จมูกใหม่ที่คลินิกในเมืองขอนแก่น เป็นเงินประมาณ 60,000 บาท อ้างว่าไม่พึงพอใจกับจมูกเดิม หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงซึ่งเดิมใช้รถยนต์วีออส ได้บอกว่าจะขายรถทิ้งแล้วเอ่ยปากขอรถยนต์ CR-V แต่เมื่อหมอฟินประเมินว่าราคาแพงเกินไป จึงเจรจาเปลี่ยนเป็นรถยนต์ HR-V แทน ซึ่งฝ่ายหญิงก็ยินยอม
หลังจากได้รถยนต์ HR-V มาขับได้ไม่ถึงเดือน ฝ่ายหญิงกลับบ่นว่ารถมีช่วงล่างแข็งกระด้าง และแสดงความต้องการอยากได้รถใหม่ที่นิ่มกว่าเดิม ฝ่ายหญิงได้ยกอ้างถึงแฟนเก่าที่เป็นทอม ว่าเคยดูถูกไว้ว่ามาคบกับหมอแล้วไม่มีอะไร หมอฟินยืนยันว่า ตลอดเวลาที่คบหากัน ฝ่ายหญิงแสดงตัวว่าเป็น LGBTQ+ คบทอม ในที่สุด หมอฟินจึงยอมซื้อรถยนต์ BMW X1 ให้ โดยใช้เงินดาวน์จำนวน 485,000 บาท และเป็นผู้ผ่อนชำระให้ทั้งหมดจากน้ำพักน้ำแรงในการทำงานทำฟันเพียงคนเดียว โดยรถยนต์ถูกลงชื่อฝ่ายหญิงเป็นเจ้าของ เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามว่าการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายการให้โดยเสน่หาหรือไม่ ผู้ร่วมรายการได้ร่วมกันวิเคราะห์ว่า ต้องพิจารณาจากจุดเริ่มต้นหรือกระดุมเม็ดแรก ที่ฝ่ายหญิงใช้อุบายหลอกให้รักโดยปกปิดว่าตนเองไม่ได้มีคนอื่น
หมอฟินเล่าต่อว่า หลังจากซื้อรถ BMW ให้ ได้มีการพูดคุยเรื่องอนาคตอย่างชัดเจนว่า หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ จะเดินทางไปจดทะเบียนสมรสแต่งงานกัน
หนุ่ม กรรชัย ได้ถามถึงความผิดปกติในการกลับบ้านของฝ่ายหญิง หมอฟินระบุว่า มักจะมีสายโทรศัพท์จากผู้ชายที่อ้างว่าเป็นพี่ชาย โทรมาแจ้งว่าแม่ไม่สบาย หรือแม่คิดถึงให้กลับบ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง ฝ่ายหญิงได้ยอมรับกับหมอฟินว่า ตนเองเคยแต่งงานกับผู้ชายมาก่อน และเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนนั้นนานประมาณปีกว่า สร้างความตกใจให้กับหมอฟิน เนื่องจากเข้าใจมาโดยตลอดว่าฝ่ายหญิงคบเฉพาะ LGBTQ+ โดยหมอฟินเข้าใจในขณะนั้นว่าคำว่า “เคย” หมายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เลิกรากันไปแล้วก่อนที่จะมาคบกับตน ฝ่ายหญิงได้ถามหมอฟินว่าหากตนเองเคยแต่งงานกับผู้ชายมาจะยังคบต่อหรือไม่ ซึ่งหมอฟินก็เชื่อใจและรับได้
ทนายแก้ว ได้สอบถามหมอฟินว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัยด้วยกัน เคยสังเกตหรือเอะใจหรือไม่ว่าฝ่ายหญิงปิดบังข้อมูลบางอย่างไว้ ซึ่งหมอฟิน ตอบว่า เคยเอะใจและพยายามสอบถามอยู่ตลอด ถึงสถานะและการมีคนอื่น ซึ่งฝ่ายหญิงตอบเพียงว่าเคยแต่งงานกับผู้ชายมาก่อน และเคยพยายามหาโอกาสดูโทรศัพท์เวลาฝ่ายหญิงนอนหลับ เพราะในเวลากลางวันฝ่ายหญิงจะไม่ยอมให้ดูเลย โดยจะเลือกเปิดให้ดูเฉพาะสิ่งที่อยากได้ เช่น ทอง รถยนต์ หรือเงิน เพื่อหว่านล้อมให้ซื้อให้ และเมื่อหมอฟินพยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขณะฝ่ายหญิงนอนหลับ ฝ่ายหญิงจะสะดุ้งตื่นทันที
เรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้ง หมอฟิน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่คบหากันนาน 6 ปี ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียง 3 ครั้งเท่านั้น โดยฝ่ายหญิงให้เหตุผลว่า หากมีใครมาจับต้องตัวหรือเกาะแกะจะทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งหมอฟินยอมรับว่าตนเองรักฝ่ายหญิงด้วยใจ แต่ไม่เคยรู้แน่ชัดว่าฝ่ายหญิงรักตนเองหรือไม่ หลัง ๆ ก็รู้สึกผิดปกติและเริ่มสงสัยมากขึ้น แต่ฝ่ายหญิจะนำโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วยทุกครั้งไม่ว่าจะทำธุระอะไร หรือแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ
เรื่องทรัพย์สิน หมอฟิน ระบุว่า ได้ซื้อทองคำรวมทุกประเภท ทั้งทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ และแหวน น้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ iPhone 14 Pro Max อีก 1 เครื่อง โดยเฉพาะสร้อยคอทองคำเส้นที่น้ำหนัก 20 บาท หมอฟินเพิ่งทราบจากร้านทองเมื่อ 3 วันก่อนหน้าว่า ฝ่ายหญิงแอบไปสั่งจองสร้อยเส้นดังกล่าวพร้อมแหวนอีก 1 วงไว้ล่วงหน้าโดยไม่บอกกล่าวและไม่ถามเรื่องเงินในกระเป๋าของหมอฟิน ฝ่ายหญิงอ้างว่าอยากได้สร้อยเส้นใหญ่แบบนี้แต่ใน จ. ขอนแก่น ไม่มี มีเฉพาะที่ จ. สระบุรี จึงชวนหมอฟินเดินทางไปเที่ยวและแวะร้านทองดังกล่าว หมอฟิน ต้องใช้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสดจ่ายไปรวมประมาณ 700,000 บาท ในขณะที่ราคาทองคำขณะนั้นอยู่ที่บาทละ 30,000 กว่าบาท
เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามว่าฝ่ายหญิงเคยให้อะไรตอบแทนหรือไม่ หมอฟิน ยืนยันว่าไม่เคยได้รับสิ่งใดตอบแทน มีแต่ฝ่ายหญิงที่เป็นฝ่ายอยากได้ทรัพย์สินอยู่ฝ่ายเดียว พอหมอฟินตัดพ้อขอของตอบแทนบ้าง ฝ่ายหญิงก็อ้างว่าไม่มีเงิน นอกจากนี้ หมอฟิน ยังเล่าถึงคลินิกทำฟันสาขา 2 ซึ่งเปิดในนามของฝ่ายหญิงและใช้บัญชีธนาคารของฝ่ายหญิงรับเงินค่ารักษาเพียงผู้เดียว แม้หมอฟินจะเคยขอให้คนไข้โอนเข้าบัญชีตนเองร่วมด้วย แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธและยืนยันให้โอนเข้าบัญชีของเธอเท่านั้น
หมอฟิน เล่าว่า ฝ่ายหญิงเคยอ้างเวลากลับบ้านว่า แม้จะนอนห้องเดียวกับสามีแต่ก็นอนหันหลังชนกันโดยไม่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งหมอฟินตำหนิตัวเองว่าในตอนนั้นยอมหลงเชื่อคำอ้างดังกล่าวอย่างสนิทใจ เพราะเมื่อฝ่ายหญิงกลับมาหาหมอฟิน ก็ยังคงแสดงความรักและอยู่อาศัยร่วมกันฉันสามีภรรยาตามปกติ
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายหญิงเคยใช้อุบายอ้างว่า แฟนเก่าดูถูกว่าคบกับหมอแล้วไม่มีอะไร ทั้งที่หมอได้เสียทั้งรถยนต์ ทองคำ สินค้าแบรนด์เนม และเงินไปแล้ว ฝ่ายหญิงจึงขอตึกคลินิกทำฟันมาเป็นของตนเองเพื่อนำไปอวดแฟนเก่า หมอฟินเห็นว่าฝ่ายหญิงสัญญาว่าจะอยู่เป็นคู่ชีวิตและแต่งงานกัน จึงยอมโอนอาคารพาณิชย์ โฉนดที่ดิน รวมถึงสิทธิ์การเป็นผู้ประกอบการคลินิกให้แก่ฝ่ายหญิงไปทั้งหมด
หมอฟินมองว่าฝ่ายหญิงได้วางแผนไทม์ไลน์เรื่องทรัพย์สินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และหลังจากได้คลินิกไป ตนเองก็ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นั่นอีก เนื่องจากฝ่ายหญิงได้สั่งห้ามไม่ให้หมอฟินเดินทางไปเหยียบหรือนำสิ่งของใด ๆ ออกมา ทั้งที่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทั้งหมดเกิดจากเงินที่หมอฟินทำงานหนักเป็นผู้หามาเพียงคนเดียว ซึ่งหมอฟิน ต้องทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. ถึง 23.00 น. ทำหัตถการทำฟันทุกอย่าง นอกจากนี้ ทรัพย์สินประเภททองคำไม่ได้มอบให้ในครั้งเดียว แต่ทยอยซื้อให้ตามโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันวาเลนไทน์ และวันปีใหม่ คุณเอกภพมอง เรื่องนี้เป็นกรณีที่คนหนึ่งรักจริง ส่วนอีกคนเจตนาหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สินให้ได้มากที่สุดเพราะไม่รู้ว่าจะโป๊ะเมื่อไหร่
หมอฟิน เล่าถึงรายละเอียดทรัพย์สินว่า คลินิกทำฟันดังกล่าว สั่งซื้ออาคารและตกแต่งเป็นเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท รวมอุปกรณ์ทำฟันซึ่งมีราคาแพงมาก แม้ฝ่ายหญิงจะทำฟันไม่เป็น แต่ก็ใช้วิธีจ้างทันตแพทย์คนอื่นและผู้ช่วยมาทำงานแทน
หมอฟินย้ำว่า ตอนนั้นที่ยอมยกทรัพย์สินให้เนื่องจากฝ่ายหญิงสัญญาว่าจะแต่งงาน และจดทะเบียนสมรสกันเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงปี 2565 ส่วนประเด็นการโอนเงินนั้น หมอฟิน เล่าเพิ่มเติมว่า ชายคนที่อ้างว่าเป็นพี่ชายได้โทรศัพท์มาหาฝ่ายหญิงบอกว่าไม่มีเงินซื้ออาหารให้พ่อแม่ ฝ่ายหญิงจึงมาขอให้หมอฟินโอนเงินไปให้หลายครั้ง รวมเป็นเงินแสนกว่าบาท ฝ่ายหญิงไม่เคยใช้เงินของตัวเองที่มีอยู่เลย ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่หมอทำฟันให้คนไข้ และในช่วง 3-4 ปีหลังยังมีพฤติกรรมชอบเที่ยวกลางคืน
หมอฟินยืนยันว่า ไม่ได้ให้ทรัพย์สินเพื่อความสมฐานะตามที่ฝ่ายหญิงกล่างอ้าง แต่ถูกฝ่ายหญิงหลอกล่อ ขู่บังคับเอาไป
จุดเริ่มต้นที่ทำให้จับได้ว่าฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้ว เกิดขึ้นจากฝ่ายหญิงอ้างว่าไม่มีเงินซื้ออาหารให้พ่อและแม่น หมอฟินเกิดความสงสารจึงขอเลขบัญชีธนาคารเพื่อจะโอนเงินไปให้ แต่เมื่อหมอฟินโอนเงินไป กลับพบว่าชื่อบัญชีผู้รับเงินเป็นชื่อของผู้ชาย ทำให้หมอฟินเริ่มเอะใจ และเมื่อสงสัยว่าทำไมต้องโอนเงินให้ชายคนดังกล่าวบ่อยครั้ง จึงสืบถามชื่อคนที่ฝ่ายหญิงเคยแต่งงานด้วย ซึ่งฝ่ายหญิงยอมรับว่าเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชี
ฝ่ายหญิงอ้างว่าชายคนนั้นเป็นสามีเก่าที่เลิกรากันไปนานแล้ว แต่ยังให้อยู่อาศัยในบ้านเพราะไม่มีคนดูแลพ่อแม่ และเมื่อหมอฟินถามถึงการนอนห้องเดียวกัน ฝ่ายหญิงก็แสดงอารมณ์หงุดหงิดเหวี่ยงใส่ พร้อมอ้างว่าเป็นพี่ชายน้องสาวกัน นอนเอาหลังชนกันก็ไม่แปลก
นอกจากนี้ หมอฟิน ยังเคยชำระหนี้สินสหกรณ์และจ่ายค่าต่อเติมบ้านให้ฝ่ายหญิงอีกเป็นเงิน 1.1 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่สูญเสียไปทั้งหมดประมาณ 28 ล้านบาท จนหมอฟินไม่เหลืออะไรนอกจากหนี้สินและวิชาชีพทำฟัน
ทนายแก้ว ได้วิเคราะห์ข้อกฎหมายว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากมีการปกปิดข้อความจริงเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน มีโทษจำคุก 3 ปี อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ และในทางแพ่งหมอฟินสามารถฟ้องบอกล้างนิติกรรมอันเกิดจากกลฉ้อฉล รวมถึงฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณตามมาตรา 531 ได้ด้วย
ในรายการยังได้มีการเปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายหญิงพร้อมพวกและชายเสื้อดำซึ่งเป็นสามี เข้ามาขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เสาน้ำเกลือ รถฉุกเฉิน และถังออกซิเจน ออกจากคลินิกไป ในคลิปดังกล่าวยังปรากฏทอมซึ่งเป็นลูกน้องเข้ามาปะทะอารมณ์ และฝ่ายหญิงได้เรียกร้องให้หมอฟินนำเงิน 3 ล้านบาทมาคืนก่อนจึงจะยอมจบเรื่อง ซึ่งหมอฟิน ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เอาเงิน 3 ล้านบาทไป แต่เป็นเงินที่ตนเองหามาได้แล้วถูกฝ่ายหญิงยักยอกไว้ ตนเองเพิ่งมารู้ความจริงอย่างชัดเจนในเดือน ก.ย. ว่าชายคนดังกล่าวคือสามี จึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ. บ้านทุ่ม และ สภ. เมืองขอนแก่น
ฝ่ายหญิงชี้แจงผ่านบันทึกคำให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองรู้จักกับหมอฟินผ่านทางเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่ปี 2562 โดยยืนยันว่าก่อนที่จะมาคบหากับหมอฟิน ตนเองเคยแต่งงานมาก่อน และได้บอกเรื่องนี้ให้หมอฟินทราบตั้งแต่ก่อนจะเริ่มคบกัน ซึ่งหมอฟินรับได้และรับรู้มาโดยตลอดว่าชายคนดังกล่าวยังอาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากพ่อแม่รักเหมือนลูกชาย ตลอดระยะเวลาที่คบหากับหมอฟิน หมอฟินได้รับรู้และเดินทางไปมาหาสู่กันจนเห็นชายคนนี้มาโดยตลอด เพราะตนถือว่าชายคนนั้นเป็นพี่ชาย และเวลาเดินทางไปต่างจังหวัดก็ให้ขับรถให้ นอกจากนี้ ตนเองกลับบ้านเพียงเดือนละครั้งหรือสามเดือนครั้ง และได้เอ่ยปากชวนหมอฟินทุกครั้ง แต่หมอฟินอ้างว่าเหนื่อย
สำหรับประเด็นเรื่องทรัพย์สินมูลค่า 20 ล้านบาท ฝ่ายหญิงปฏิเสธว่าหมอฟินไม่ได้ให้อะไรแก่ตนเลย ส่วนอาคารคลินิกสาขา 2 หมอฟินมอบให้ด้วยความเสน่หา เนื่องจากเห็นว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันตนเองไม่มีอะไรเลย โดยตนไม่เคยเอ่ยปากขอ
ในส่วนของทองคำ ฝ่ายหญิงอ้างว่าเมื่อหมอฟินไปเปิดคลินิกที่ จ. นครราชสีมา แล้วประสบปัญหาขาดเงิน ตนจึงนำสร้อยคอทองคำไปขายเป็นเงินสดเพื่อมอบให้หมอฟินไปทำร้านโดยไม่มีหลักฐานการโอน พร้อมระบุว่า ทองคำที่หมอฟินอ้างว่าซื้อให้ 50 บาทนั้น ความจริงไม่ถึง และย้ำว่าหมอฟินให้ทรัพย์สินและรถยนต์โดยเสน่หา ทั้งยังกล่าวหาว่าหมอฟินเป็นฝ่ายนำเงินของตนไปจำนวน 3 ล้านบาท
ฝ่ายหญิงได้ส่งข้อความแจ้งความประสงค์ถึงทีมงานรายการโหนกระแสว่า จะไม่เดินทางมาออกรายการและไม่ขอโฟนอินเข้ารายการ หากมีการแจ้งความดำเนินคดีก็จะขอไปให้ข้อมูลในชั้นศาลเท่านั้น พร้อมฝากข้อความถึงหมอฟินว่า หมอฟินรับรู้เรื่องการแต่งงานของตนมาตั้งแต่แรกตลอดเวลา 6 ปีที่คบกัน จึงขออย่าหลอกสังคมและตัวเองเพราะเป็นบาป อีกทั้งยืนยันว่าการจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้ได้มีการตกลงจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ร่วมกันด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย
หมอฟินได้โต้แย้งคำชี้แจงของฝ่ายหญิงทันทีว่า ตนเองไม่ได้ทราบเรื่องการแต่งงานมาก่อน ไม่เคยมีการตกลงยินยอมแยกย้ายกันตามที่อ้าง และฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายคิดไปเองพร้อมทั้งเข้ามาข่มขู่ตน สำหรับคำพูดที่ตนเคยบอกว่า “เอาไปเลย” นั้น หมอฟินอธิบายว่าไม่ได้เต็มใจยกทรัพย์สินให้ แต่พูดด้วยความประชดเนื่องจากต้องการเข้าไปรักษาคนไข้ที่นอนอ้าปากรออยู่ในห้องตรวจ แต่ฝ่ายหญิงกลับยืนขวางประตูไว้ไม่ยอมให้เข้าไปเพื่อบังคับคุยเรื่องส่วนตัว ทนายแก้วได้ให้ข้อมูลด้านข้อกฎหมายว่า พฤติกรรมขัดขวางทันตแพทย์ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาคนไข้ อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. สาธารณสุข และแนะนำให้หมอฟินนำเวชระเบียนพร้อมพยานคนไข้มาใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
ทนายแก้ว ได้สรุปฐานความผิดทางอาญาเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานลักทรัพย์ และความผิดตาม พ.ร.บ. สาธารณสุข รวมถึงในทางแพ่งหมอฟินสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์สินอันเกิดจากกลฉ้อฉลและการเนรคุณได้
หมอฟินระบุว่า มูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21 ล้านบาท จากรายรับของคลินิกตลอด 5-6 ปีที่มีมากกว่า 30 ล้านบาท แต่ปัจจุบันหมอฟินกลับต้องตกอยู่ในสภาวะมีหนี้สิน คุณเอกภพ ได้กล่าวเสริมว่า ผู้กระทำความผิดหลักคือฝ่ายหญิงและสามี ส่วนพ่อแม่หากมีส่วนรู้เห็นก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย รวมถึงกลุ่มบุคคล LGBTQ+ ที่เข้ามาข่มขู่หมอฟินก็ถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
หมอฟินได้ย้ำอีกครั้งว่า หากหมอฟินทราบตั้งแต่แรกว่าฝ่ายหญิงมีสามีอาศัยอยู่ที่บ้าน จะยอมเสียเงินมากมายขนาดนี้ทำไม “จะไปเอาทำไม ก็หาคนที่เขาโสดเลยสิ” และย้ำว่าหากรู้คงไม่ไปแย่งของคนอื่น เพราะตนเองไม่อยากให้ใครนอกใจ ตนก็ไม่นอกใจใครและไม่แย่งของใคร
ทนายแก้ว ได้อธิบายหลักกฎหมายเรื่อง “การให้โดยเสน่หา” ว่าต้องเกิดจากความสมัครใจระหว่างบุคคลที่ไม่ได้มีการปกปิดข้อเท็จจริงหรือมีเงื่อนไขต่อกัน แต่กรณีของหมอฟินเกิดจากการถูกหลอกลวงและถูกปกปิดเรื่องการมีสามี จึงถือเป็นการปกปิดข้อความจริงและเป็นกลฉ้อฉล ไม่ใช่การให้โดยเสน่หาตามที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้าง
คุณเอกภพและทนายแก้ว ได้รับอาสาที่จะช่วยเหลือหมอฟินในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่