มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ทหารอากาศ ไม่ขาดรัก มีโลก 10 ใบ เมียหลวงสุดช้ำ จับได้กี่ครั้งก็ยังไม่เลิก เคยสักชื่อลูกชื่อเมีย ล่าสุดไปสักมังกรทับ ให้หญิงอื่นมานอนซบอก


ข่าวด่วน
14 มกราคม 25692,356
ทหารอากาศ ไม่ขาดรัก มีโลก 10 ใบ เมียหลวงสุดช้ำ จับได้กี่ครั้งก็ยังไม่เลิก เคยสักชื่อลูกชื่อเมีย ล่าสุดไปสักมังกรทับ ให้หญิงอื่นมานอนซบอก

รายการโหนกระแสวันนี้เริ่มต้นด้วยประเด็นที่สร้างความฮือฮาในสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก จนหลายคนเรียกร้องให้ทางรายการนำเสนอเรื่องราวนี้ เป็นกรณีของทหารอากาศนายหนึ่งที่ไม่ได้ขาดรักตามเพลงดังในอดีต แต่กลับมีพฤติกรรม "มากรัก" อย่างเหลือเชื่อ โดยภรรยาหลวงยืนยันว่าสามีของเธอมีผู้หญิงอื่นถึง 10 คน และกระจายตัวอยู่ตามจังหวัดต่างๆ แทบทุกที่ที่ฝ่ายชายไปปฏิบัติราชการ ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้า พนักงานกวาดถนน ไปจนถึงข้าราชการด้วยกันเอง พฤติกรรมเหมือนผู้ชนะสิบทิศที่กวาดเรียบทุกสนามรัก โดยในวันนี้ "คุณกวาง" ภรรยาหลวงผู้เสียหาย ได้เดินทางมาร่วมรายการเพื่อเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด พร้อมด้วยทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ ทนายความที่เข้ามาดูแลคดีนี้

 

คุณกวางเริ่มต้นเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ว่า เธอเป็นคนจังหวัดลพบุรี ส่วนฝ่ายชายซึ่งรับราชการทหารอากาศ ประจำการอยู่ที่กองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์ ได้เดินทางมาราชการที่ลพบุรีเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทั้งคู่เจอกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ที่ชื่อว่า BeeTalk หรือแอปผึ้ง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น หลังจากแลกไลน์และพูดคุยสานสัมพันธ์กันประมาณ 1 ปี กวางก็ตัดสินใจคบหาดูใจ โดยเธอยอมรับว่าในตอนนั้นฝ่ายชายมีคารมคมคายมาก เป็นที่หนึ่งเรื่องการเอาใจใส่ ทักหาตลอดเวลา ถามไถ่เรื่องกินข้าว เรื่องชีวิตประจำวัน และมีความพยายามอย่างมากในการเดินทางมาหาเธอ โดยขับรถจักรยานยนต์ระยะทางกว่า 80 กิโลเมตรจากนครสวรรค์มาลพบุรีเกือบทุกวัน ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อ ทำให้เธอใจอ่อนและมองว่าเขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย จนกระทั่งตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน

 

ช่วงแรกของการใช้ชีวิตคู่ ฝ่ายชายยังคงทำตัวดีเสมอต้นเสมอปลาย แต่พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่คุณกวางคลอดลูก ช่วงปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายชายต้องออกราชการตามจังหวัดต่างๆ สิ่งที่ผิดสังเกตคือโทรศัพท์มือถือที่เคยฝากภรรยาถือได้ ก็เริ่มมีการคว่ำหน้าจอ ล็อกรหัสผ่าน และเปลี่ยนรหัสบ่อยครั้งจนภรรยาเข้าถึงไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำธุรกรรมการเงินร่วมกันและรู้รหัสมาตลอด คุณกวางเริ่มเอะใจและพยายามหาทางตรวจสอบ จนกระทั่งมารู้จักฟีเจอร์หนึ่งในแอปพลิเคชันไลน์ที่เรียกว่า "Line Out" ซึ่งสามารถตรวจสอบประวัติการโทรออกได้ ทำให้เธอเห็นข้อมูลการติดต่อที่น่าสงสัยทั้งหมด

 

บุคคลแรกที่คุณกวางจับได้ว่าเป็นหญิงอื่น คือแม่ค้าขายกับข้าวที่ตลาดในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2560 ก่อนที่คุณกวางจะมีลูก ตอนนั้นเธอและสามีย้ายไปพักที่บ้านพักในกองบินที่ตาคลี วันเกิดเหตุเป็นวันพักของสามีที่กลับจากราชการ ปกติสามีจะใช้เวลาเดินทางจากบ้านยายมายังกองบินเพียง 20 นาที แต่ในวันนั้นสามีหายไปนานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อสามีกลับมาถึงบ้าน คุณกวางแอบเห็นข้อความในโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่งส่งมาว่า "อย่าเพิ่งรีบมีลูกกันนะ" ซึ่งเหมือนเป็นการบอกฝ่ายชายว่าอย่าเพิ่งมีลูกกับภรรยา เพราะฝ่ายชายไปโกหกว่าตนเองยังโสดและแค่มีคนคุย เมื่อถูกจับได้และซักไซ้หนักเข้า สามีจึงยอมรับสารภาพว่าได้เผลอใจพาผู้หญิงคนนี้เข้าโรงแรมไปแล้ว อ้างว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ คุณกวางจึงตัดสินใจขอคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าวเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยยื่นคำขาดว่าถ้าจะคบกันเธอก็พร้อมจะถอย แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงคนนั้นเลือกที่จะถอยออกไปเองเพราะตนเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว และเรื่องก็จบลงโดยไม่มีการปะทะรุนแรง

 

แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น คุณกวางเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วก่อนหน้านั้นมีนักศึกษาสาวคนหนึ่งเป็นรายแรกสุด แต่เป็นเพียงการพูดคุยหยอกล้อเชิงชู้สาว ยังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จึงไม่ได้นับเป็นตัวเป็นตน แต่หลังจากเคลียร์เรื่องแม่ค้าขายกับข้าวได้ไม่นาน พฤติกรรมของสามีก็เริ่มแย่ลงอีกครั้ง คราวนี้เป็นรายที่ 3 ซึ่งเป็นพนักงานลูกจ้างกวาดถนนของเทศบาลในละแวกตาคลีเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากตลาดบนมาเป็นตลาดล่าง พฤติกรรมของสามีในช่วงนี้รุนแรงขึ้น เริ่มหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเพื่อไล่คุณกวางออกจากบ้านพัก เพื่อที่จะได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาอยู่แทน

 

เหตุการณ์ที่สะเทือนใจที่สุดเกิดขึ้นเมื่อคุณกวางถูกไล่ออกไปนอนบ้านน้องสาวในกองบิน แต่เธอย้อนกลับมาที่บ้านพักเพราะลืมกระเป๋าสตางค์ เมื่อมาถึงพบว่าบ้านถูกล็อกกลอนจากด้านในทั้งที่มีกุญแจ เธอจึงเดินอ้อมไปดูหลังบ้านและพบว่าหน้าต่างปิดมิดชิดผิดปกติ เมื่อเปิดประตูเข้าไปได้ ก็เห็นผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังเก็บข้าวของเตรียมจะหนีออกทางหลังบ้าน คุณกวางตะโกนบอกให้หยุดเพื่อจะขอคุยด้วย แต่สามีกลับเข้ามาขวางและปกป้องผู้หญิงคนใหม่ โดยไม่มีความเกรงใจหรือเห็นแก่หน้าภรรยาเลย สามีผลักคุณกวางจนล้มลงและทำลายข้าวของ ก่อนจะใช้เท้าเหยียบเข้าไปที่ใบหน้าของเธออย่างแรง จนผู้หญิงที่เป็นชู้ถึงกับตกใจและต้องเดินกลับมาคุกเข่าขอร้องฝ่ายชายว่าอย่าทำร้ายภรรยา เดี๋ยวตนจะออกไปเอง เหตุการณ์นี้ทำให้คุณกวางเจ็บปวดทั้งกายและใจ โดยฝ่ายชายเคยมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายเธอมาตั้งแต่ตอนตั้งท้อง 5 เดือน ซึ่งเธอเคยถูกผลักในห้องน้ำจนท้องมีรอยช้ำ และเธอได้กู้ภาพหลักฐานเหล่านั้นกลับมาได้ทั้งหมด

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น ฝ่ายชายก็กลับมาขอโทษและขอโอกาสอีกครั้ง ซึ่งคุณกวางก็ยอมให้อภัยเพราะเห็นแก่ลูกที่เพิ่งคลอด ชีวิตครอบครัวดูเหมือนจะกลับมามีความสุขได้ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งสามีต้องย้ายมาเรียนหลักสูตรพันจ่าที่ดอนเมือง กรุงเทพฯ ทำให้ต้องแยกกันอยู่อีกครั้ง และประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยเดิมเมื่อสามีไปสานสัมพันธ์กับทหารอากาศหญิงคนหนึ่ง ซึ่งนับเป็นคนที่ 4 คุณกวางจับได้เพราะสามีลืมล็อกหน้าจอโทรศัพท์ เธอมือสั่นเทาขณะรีบคว้ามาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในโทรศัพท์มีภาพที่บาดตาบาดใจ เป็นภาพที่สามีนอนหนุนตักให้ผู้หญิงคนนั้นบีบสิวให้อย่างใกล้ชิดริมแม่น้ำที่อยุธยา และยังมีภาพเซลฟี่นอนกอดกันแนบอกอย่างเปิดเผย คุณกวางจึงใช้ไลน์ของสามีทักไปหาผู้หญิงคนนั้นทันที แจ้งว่าผู้ชายมีลูกมีเมียแล้ว หากมีหน้าที่การงานดีก็ควรจะรักศักดิ์ศรีและถอยออกไป ซึ่งฝ่ายหญิงรายนี้ก็ตกใจและรีบขอโทษ โดยอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าฝ่ายชายมีครอบครัว และยอมจบความสัมพันธ์ไป

 

หลังจากนั้นไม่นาน ความสัมพันธ์ของสามีก็ขยายวงกว้างออกไปอีก คราวนี้เป็นคนที่ 5 ซึ่งเป็นคุณครูอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร ทั้งคู่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชัน TikTok โดยฝ่ายชายมักจะเข้าไปคอมเมนต์ชื่นชมผู้หญิงหน้าตาดี หรือคนที่มีผู้ติดตามเยอะๆ จนเกิดการแลกไลน์และสานต่อความสัมพันธ์ ฝ่ายชายมักจะเช็คอินสถานที่ต่างๆ ใน TikTok ทำให้คุณกวางสืบจนรู้ว่าผู้หญิงคนนี้สอนอยู่ที่โรงเรียนไหน เมื่อคุณกวางโทรไปแสดงตัวว่าเป็นภรรยาที่มีทะเบียนสมรส ฝ่ายครูสาวกลับตอบโต้ด้วยน้ำเสียงท้าทาย ถามกลับว่ามีทะเบียนสมรสจริงหรือไม่ และอ้างว่าฝ่ายชายบอกว่าโสด ไม่มีลูกเมีย พร้อมทั้งท้าให้คุณกวางตามมาที่กำแพงเพชรถ้าแน่จริง คุณกวางไม่อยากเดินทางไปให้เสียเวลา จึงสืบจนรู้ว่าครูสาวคนนี้มีสามีและลูก 2 คนอยู่แล้ว เธอจึงตัดสินใจทักไปหาสามีของครูสาวและส่งหลักฐานรูปถ่ายที่ทั้งคู่จับมือกันและไปเที่ยวด้วยกันให้ดู สามีของครูสาวตกใจมากและขอเวลาตรวจสอบ จนพบความจริงว่าภรรยาโกหกว่าไปสอบที่ขอนแก่นและขอเงินไปใช้ ทั้งที่ความจริงไปกับสามีของคุณกวาง สุดท้ายเรื่องนี้จบลงด้วยการประชุมสายคุยกัน 3 สาย โดยคุณกวาง สามีของครู และครูสาว ซึ่งสามีของครูยื่นคำขาดและจัดการปัญหาจนฝ่ายครูสาวต้องเลิกราไป เพราะกลัวจะสูญเสีย "อู่ข้าวอู่น้ำ" เนื่องจากสามีเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดู

 

เมื่อเรื่องราวที่กำแพงเพชรจบลง สามีของคุณกวางได้ย้ายไปประจำการที่กองบินแห่งใหม่ในจังหวัดสระแก้ว และพาทั้งครอบครัวย้ายไปด้วย แต่พฤติกรรมเจ้าชู้ก็ยังไม่หายไป ระหว่างที่ไปราชการที่เชียงใหม่ สามีได้ไปมีความสัมพันธ์กับคนที่ 6 ซึ่งเป็นพนักงานคลินิกเสริมความงาม คุณกวางทราบเรื่องเพราะมีคนหวังดีส่งรูปมาให้ดู เป็นภาพที่ฝ่ายชายและหญิงสาวคนนั้นเปิดตัวกันอย่างโจ่งแจ้งในโซเชียลมีเดีย มีการตั้งรูปโปรไฟล์คู่กันนอนกอดกันอย่างมีความสุข เมื่อคุณกวางทักไปทวงถามสิทธิ์ความเป็นภรรยา หญิงสาวคนดังกล่าวกลับตอบกลับมาด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "เมียโง่ๆ เขาเลิกกันไปตั้งนานแล้ว" พร้อมยืนยันว่าฝ่ายชายบอกว่าเลิกกับคุณกวางแล้ว

 

ความสัมพันธ์ครั้งนี้บานปลายจนถึงขั้นที่สามีกลับมาขอหย่ากับคุณกวาง โดยเสนอเงินก้อนหนึ่งจากการกู้สหกรณ์กองบินจำนวน 600,000 บาท เพื่อแลกกับใบหย่า คุณกวางที่เริ่มหมดความอดทนยอมตกลงเซ็นเอกสารยินยอมให้กู้เงิน เพราะต้องการจบปัญหาและนำเงินมาตั้งตัวเลี้ยงลูก แต่เมื่อเงินอนุมัติ สามีกลับโอนเงินผ่านญาติมาให้คุณกวางเพียงแค่ 30,000 บาท และให้ลูกอีก 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาทเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 5 แสนบาท สามีนำไปปรนเปรอผู้หญิงคนใหม่จนหมด และเมื่อเงินหมด ผู้หญิงคนนั้นก็ตีตัวออกห่างและเลิกรากันไปในที่สุด สามีจึงซมซานกลับมาหาคุณกวาง แต่พอกลับมาได้ไม่นานก็เริ่มมีปัญหากันอีก และไล่คุณกวางออกจากบ้านตอน 3 ทุ่มครึ่ง ทำให้เธอต้องหอบลูกและข้าวของออกมาอย่างทุลักทุเล

 

หลังจากแยกกันอยู่แต่ยังไม่ได้หย่าขาด สามีก็ไปมีคนที่ 7 เป็นภรรยาของนายตำรวจที่จังหวัดชลบุรี คุณกวางจับได้เพราะเห็นไลน์เด้งขึ้นมาขณะที่สามีลงไปซื้อของ เป็นข้อความหยอกล้อกันเรื่องรูปร่างว่า "อ้วนขึ้นนะเนี่ย เหมือนคนท้องเลย" ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้คุณกวางมาก เมื่อคุณกวางทักไปเคลียร์กับผู้หญิงคนนี้ ฝ่ายหญิงก็ยอมรับว่าคบกันจริง แต่สุดท้ายพอจับได้ เขาก็เลิกยุ่งกันไป แถมพอเลิกกันไปแล้ว สามียังมาเล่าให้คุณกวางฟังแบบไม่สะทกสะท้านอีกว่า เมียตำรวจคนนี้ เขามีทะเบียนสมรสอยู่กับสามีตำรวจ แล้วสามีของคุณกวางยังพูดแบบขำๆ ว่า "ดีนะที่เลิกกันไปแล้ว เพราะเขายังมีทะเบียนสมรสอยู่" เหมือนคุยอวดวีรกรรมของตัวเองโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายหรือศีลธรรม

 

ต่อมา สามีของคุณกวางได้ไปคบหากับคนที่ 8 ซึ่งเป็นสาวทำงานอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว คนนี้คบหากันยาวนานถึง 2-3 ปี และเปิดตัวอย่างออกหน้าออกตา พาไปที่ทำงาน พาไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมงาน จนคนรอบข้างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภรรยาตัวจริง คุณกวางซึ่งแยกตัวออกมาทำงานเลี้ยงลูกเอง ได้พยายามร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของสามี เพื่อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรที่ฝ่ายชายไม่ยอมส่งเสีย แต่เรื่องก็เงียบหายไปหลายครั้ง จนกระทั่งสาวศาลากลางคนนี้ติดต่อมาหาคุณกวางเอง เพื่อเล่าถึงความทุกข์ที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ โดยระบุว่าตนเองถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ถูกทุบตี และฝ่ายชายเคยใช้ขวานจามรถยนต์จนเสียหาย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำร้ายจนเลือดสาด ขาเป็นแผลเหวอะหวะ สาวศาลากลางคนนี้ยอมรับว่าตนเองอยากเลิกกับฝ่ายชายเต็มที เพราะทนความรุนแรงไม่ไหว และฝ่ายชายยังไประรานถึงที่ทำงานจนเธออับอาย

 

ในขณะที่เรื่องของสาวศาลากลางยังคาราคาซัง ก็มีตัวละครที่ 9 โผล่เข้ามา เป็นข้าราชการทหารอากาศหญิงยศจ่าโท ทำงานอยู่ที่เดียวกับสามีของคุณกวางที่สระแก้ว เรื่องราวมีความซับซ้อนขึ้นเมื่อสาวศาลากลาง (คนที่ 8) โทรมาฟ้องคุณกวางว่า สามีของคุณกวางกำลังคบซ้อนกับทหารอากาศหญิงคนนี้ (คนที่ 9) และถึงขั้นตบตีแย่งชิงผู้ชายกันในกองบิน โดยทหารอากาศหญิงคนนี้พยายามแสดงตัวตนอย่างมากว่าตนเองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝ่ายชายแล้ว แม้ว่าตนเองจะมีสามีเป็นทหารอากาศและมีลูกอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งสามีของทหารอากาศหญิงคนนี้ประจำการอยู่ที่ลพบุรี ทำให้ทางนั้นไม่ระแคะระคายเรื่องที่ภรรยาแอบมามีชู้ที่สระแก้ว

 

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันระหว่างคนที่ 8 และ 9 ก็มีคนที่ 10 เข้ามาอีก เป็นคุณครูอยู่ที่จังหวัดชลบุรี คนนี้เข้ามาในช่วงปี 2567-2568 โดยเป็นหญิงสาวโสดที่ไม่มีพันธะ แต่สุดท้ายก็ต้องถอยออกไปหลังจากหมดเงินไปกับฝ่ายชายหลายบาท และยอมรับกับคุณกวางว่าเหนื่อยและพอแล้วกับผู้ชายคนนี้

 

สถานการณ์ปัจจุบันของคุณกวางคือ เธอกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่สามีก่อไว้ โดยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา เธอทราบเรื่องว่าสามีได้ปลอมลายเซ็นของเธอไปกู้เงินจากธนาคารกรุงไทยและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยที่เธอไม่ได้ยินยอมและไม่ได้รับรู้ ยอดเงินกู้รอบนี้เธอกังวลว่าหากสามีไม่ชำระหนี้ ภาระจะตกมาที่เธอ เธอจึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.วัฒนานคร เพื่อป้องกันตัวเอง นอกจากนี้ เธอยังพยายามเจรจาเรื่องการหย่า โดยลดข้อเรียกร้องจาก 8 แสนบาท เหลือ 5 แสน และลดลงเรื่อยๆ จนเหลือ 2 แสนบาท แต่ฝ่ายชายก็ยังบ่ายเบี่ยง อ้างว่าหาเงินไม่ได้ กู้ไม่ผ่าน และยื้อเวลามาตลอดตั้งแต่ปี 2566

 

ในรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้โฟนอินพูดคุยกับ พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการจัดการกับกำลังพลที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียเช่นนี้ พล.อ.ท. จักรกฤษณ์ ได้ให้คำแนะนำว่า ภรรยาที่มีทะเบียนสมรสถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง สามารถทำหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัดได้ทันที ซึ่งทางกองทัพมีระเบียบวินัยกำหนดไว้ชัดเจน หากสอบสวนแล้วพบว่าผิดจริง บทลงโทษสูงสุดคือการปลดออกจากราชการ โดยท่านโฆษกย้ำว่าหากร้องเรียนที่ต้นสังกัดแล้วเรื่องเงียบ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนตรงไปที่กรมจเรทหารอากาศ หรือผ่านระบบร้องเรียนออนไลน์ของกองทัพอากาศได้ ซึ่งทางกองทัพยึดหลักธรรมาภิบาลและจะไม่ปกป้องคนผิดที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย

 

ทางด้านทนายพัฒน์ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า กรณีนี้คุณกวางสามารถฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากสามีได้ตามกฎหมาย รวมถึงสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ (คนที่ 9) ได้ด้วย แม้ว่าจะแยกกันอยู่กับสามีแล้ว แต่ตราบใดที่ทะเบียนสมรสยังอยู่ สิทธิ์ของภรรยาหลวงก็ยังคงมีผลสมบูรณ์ ส่วนเรื่องการปลอมลายเซ็นไปกู้เงินนั้น เข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้

 

ในช่วงท้ายของรายการ มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าตกใจว่า ทหารอากาศหญิง (คนที่ 9) ที่กำลังคบหากับสามีของคุณกวางอยู่นั้น ได้ตั้งครรภ์และคลอดบุตรแล้ว ซึ่งช่วงเวลาการตั้งครรภ์คาบเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามีของคุณกวาง ทำให้เกิดคำถามว่าเด็กเป็นลูกของใครกันแน่ ระหว่างสามีตัวจริงของเธอหรือสามีของคุณกวาง นอกจากนี้ คุณกวางยังเปิดเผยด้วยความเจ็บปวดว่า รอยสักที่แขนขวาของสามี ซึ่งเดิมทีเคยสักชื่อจริงของคุณกวางและชื่อลูกเอาไว้ เพื่อแสดงความรัก ตอนนี้ได้ถูกสักลายมังกรทับจนไม่เหลือร่องรอยเดิมแล้ว เหมือนกับการกระทำของเขาที่ลบเลือนครอบครัวออกจากใจไปจนหมดสิ้น

 

คุณกวางทิ้งท้ายด้วยความเด็ดเดี่ยวว่า ครั้งนี้เธอจะไม่ทนอีกต่อไป และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งกับสามีและหญิงชู้ที่เป็นทหารอากาศ เพื่อเรียกร้องศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับตนเองและลูก และเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมา โดยมีพยานเป็นทีมงานทหารอากาศที่บังเอิญมาเยี่ยมชมรายการในวันนี้ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดด้วย บทสรุปของเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความบอบช้ำของภรรยาที่ต้องอดทนกับพฤติกรรมของสามีมายาวนานนับสิบปี และวันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยกฎหมายและความจริง

 

 

#เมียหลวง #ทหารอากาศ #โลก10ใบ #โหนกระแส

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ทหารอากาศ#นอกใจ#เมียหลวง