รายการโหนกระแสในวันนี้ (1 มิ.ย. 2569)พูดคุยกรณีที่แม่ออกมาร้องเรียนว่า ลูกชายคนเล็กให้ช่วยออกหน้ายืมเงินป้าไป 10 ล้านบาท แต่สุดท้ายกลับไม่ยอมคืน เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยง ซ้ำยังด่าทอ ล็อกคอ ทำรุนแรงกับแม่
ผู้ร่วมรยการวันนี้คือ คุณเปิ้ล คุณแม่ของลูกชายที่กู้เงิน, คุณส้ม ลูกสาวคนโตของคุณเปิ้ล, อาโกวหมวย เจ้าของเงินและเป็นพี่สาวของคุณเปิ้ล, อาม่า แม่ของคุณเปิ้ล-คุณหมวย และทนายสายหยุด เพ็งบุญชู มาเป็นทนายคนกลางให้ความรู้ด้านข้อกฎหมาย
คุณเปิ้ล ได้เล่าจุดเริ่มต้นของเรื่องว่า ลูกชายคนเล็กชื่อ ‘หมู’ มีโครงการจะทำหอพักที่ จ. มหาสารคาม ต้องการกู้เงินธนาคารทั้งหมด 43 ล้านบาท จึงขอให้คุณแม่ไปพูดคุยกับอาโกวหมวยและอาม่าก่อน เพื่อขอยืมเงินมาโชว์ในบัญชีธนาคาร
คุณแม่เป็นคนไปออกหน้าค้ำประกันกับพี่สาวคือ อาโกวหมวย ว่าขอยืมเงิน 10 ล้านบาท มาโอนเข้าบัญชีลูกชายเพื่อโชว์ธนาคาร โดยตกลงกันว่า หากเงินธนาคารงวดแรกออกเมื่อไหร่จะโอนคืนอาโกวทันที ซึ่งอาโกวหมวยยอมรับว่าตอนแรกตกใจเพราะจำนวนเงินสูงมาก และนายหมูเองก็เคยยืมเงินไปก่อนหน้านี้ ครั้งแรกประมาณ 5 ล้านบาท ครั้งที่สอง 6 ล้านบาท และครั้งที่สามประมาณ 7-8 ล้านบาท ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมามีการคืนเงินครบถ้วนเสมอ ทำให้ทางอาโกวหมวยเกิดความมั่นใจ แต่ที่ผ่านมาอาโกวหมวยจะโอนเงินให้น้องสาวคือ คุณเปิ้ล เป็นคนจัดการเพื่อความมั่นใจเพราะเป็นพี่น้องกัน แต่ในครั้งที่ 4 นี้ นายหมูขอให้โอนเข้าชื่อของเขาโดยตรง เพราะอยากสร้างความน่าเชื่อถือด้วยตัวเอง และอยากจะแข็งแรงด้วยตัวเอง
อาโกวหมวยเล่าต่อว่า ทีแรกตนไม่เห็นด้วยที่จะโอนชื่อนายหมูโดยตรง เพราะเขายังมีภาระต้องผ่อนอีก 3 แห่ง เกรงว่าหากมีปัญหาจะกลายเป็นโดมิโน แต่ทางคุณเปิ้ลก็ได้มาพูดคุยว่าให้ช่วยหลาน และที่ผ่านมานายหมูก็เป็นเด็กดี คุณเปิ้ลก็รับปากว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะรับผิดชอบ
สุดท้าย อาโกวหมวยจึงยอมโอนเงิน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีนายหมูในวันที่ 6 มี.ค. 2568 โดยตกลงกันว่าจะคืนภายใน 3-5 เดือน แต่เมื่อถึงกำหนดในเดือน พ.ค. นายหมูกลับอ้างว่าธนาคารยังไม่อนุมัติ เพราะระบบท่อน้ำทิ้งผิดระเบียบ ต้องแก้ไข ต่อมาในเดือน มิ.ย. นายหมูก็เริ่มปิดช่องทางการสื่อสาร บล็อกทั้งไลน์และโทรศัพท์จนติดต่อไม่ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้อาม่าเครียดจนล้มป่วยเป็นสโตรก
ความจริงมาเปิดเผยในเดือน ส.ค. เมื่อคุณเปิ้ลได้รับหนังสือแจ้งหนี้จากธนาคารว่าได้มีอนุมัติและจ่ายเงินกู้ให้แล้ว ตึกละ 6 ล้านบาท คุณเปิ้ลพยายามไปตามหาลูกชายที่ไซต์งานและที่พักในมหาสารคาม แต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งไปพบที่ตึกหอพัก ซึ่งลูกชายและสะใภ้พักอยู่ชั้นล่าง
คุณหมวยตามไปเห็นภาพเหตุการณ์ที่นายหมูทำร้ายร่างกายด้วยการล็อกคอและกระชากคุณเปิ้ล รวมถึงด่าทอแช่งแม่ตัวเอง ซึ่งมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานด้วย
คุณส้ม ลูกสาวคนโตของคุณเปิ้ล พี่สาวของนายหมู อ้างว่า นายหมูได้เข้าไปยึดกิจการตึกดังกล่าวร่วมกับน้องชายอีกคนและน้องสะใภ้ โดยอาศัยจังหวะที่เธอไปคลอดลูกและคุณแม่ไม่อยู่ ซึ่งตึกนี้มีข้อตกลงเดิมว่าเป็นชื่อของคุณพ่อครึ่งหนึ่งและนายหมูครึ่งหนึ่ง แต่ก่อนที่ส้มจะเข้ามาทำ ได้มีการตกลงและทำสัญญาร่างโดยทนายความ ซึ่งพ่อแม่เซ็นรับทราบแล้วว่า ส้มจะได้สัดส่วน 50% จากในส่วนของคุณพ่อ และตึกนี้ถือเป็นกงสีที่แบ่งสัดส่วนกันเป็น 40, 40 และ 20 คุณส้มยืนยันว่า เธอเป็นคนเข้ามาบริหารจนตึกเสร็จและเป็นคนแบกรับหนี้สินทั้งหมดมาโดยตลอด
ส่วนเหตุการณ์โต้เถียงรุนแรงที่ปรากฏในข่าว คุณเปิ้ลเล่าว่า ตนตามไปเพื่อทวงเงินคืนให้อาโกวหมวย แต่มีการโต้เถียงอย่างรุนแรง ลูกชายสาปแช่ง และมีการถ่มน้ำลายใส่ตน ตนถุยกลับ
เมื่อถามถึงสาเหตุที่นายหมูไม่คืนเงิน คุณเปิ้ลระบุว่า นายหมูอ้างว่าเงิน 10 ล้านบาทนั้นแท้จริงแล้วเป็นเงินของคุณเปิ้ล และคุณเปิ้ลเป็นแม่ ต้องช่วยลูก จึงไม่จำเป็นต้องคืน
แต่อาโกวหมวยและอาม่ายืนยันว่า เงินก้อนนั้นเป็นเงินของพวกตน โดยอาโกวอธิบายว่า เงินก้อนนี้มาจากเงินเก็บค่าเช่าห้องของอาม่า เงินจากการค้าขาย จากการทำแท็ซี่-ตุ๊กตุ๊ก และเงินประกันชีวิตของตนอีกส่วนหนึ่ง เก็บออมสะสมมานาน
คุณเปิ้ลย้ำว่า ถ้าตนมีเงิน 10 ล้านบาทจริง ก็คงไม่ต้องไปขอยืมจากพี่สาว (อาโกว) ส่วนทางคุณส้มเชื่อว่า ความเข้าใจผิดของนายหมูอาจมาจากคำพูดของคุณพ่อ ที่ชอบบอกว่าคุณแม่มีเงินเยอะ แต่เอาเงินไปฝากญาติพี่น้องทางแม่ แล้วนำมาปล่อยให้ลูกให้สามีตัวเองกู้ คุณพ่อยังเคยพูดให้คนในบ้านเข้าใจผิดว่า บ้านที่อาโกวกับอาม่าอยู่ หรือแม้แต่บ้านของคุณส้มที่ฝรั่งเศส เป็นเงินที่คุณแม่ซื้อให้ทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย ตรงนี้อาจจะทำให้นายหมูรู้สึกว่าแม่ให้ทุกคนยกเว้นเขา
คุณเปิ้ลระบุว่า ทราบว่าปัจจุบันนายหมูมีเงินอยู่ในบัญชี 14 ล้านบาท แต่จะนำเงินก้อนนี้ไปซื้อที่ดินเพื่อทำหอพักที่ จ. อุบลราชธานี ก่อนหน้านี้นายหมูพยายามเอาใจอาโกวและอาม่า ถึงขั้นยอมไปช่วยงานล้างป่าช้า ไปกราบเท้า ไปหาวันละ 2-3 รอบ ทำอยู่อยู่เป็นปี ๆ ซึ่งคุณเปิ้ลตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหมูคิดว่าเป็นเงินแม่ตั้งแต่แรก จะยอมทำขนาดนั้นไปทำไม
อาม่า ได้พูดด้วยความเสียใจว่า ตนเครียดเรื่องนี้ ประกอบกับร่างกาย เป็นสโตรก (Stroke) ต้องเข้าห้อง ICU นานหนึ่งอาทิตย์ และอยากได้เงินคืนไว้ใช้ยามแก่
นอกจากนี้คุณเปิ้ลยังระบุว่า มีการพูดข่มขู่ โดยสามีเป็นคนมาบอกว่านายหมูขู่ และคุณส้มระบุว่า มีคลิปเสียงนายหมูคุยกับพ่อเรื่องจะดักทำร้ายสามีของคุณส้มด้วย
คุณเปิ้ล ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทนายความของทางฝั่งหมูเคยเสนอว่าจะขอผ่อนชำระให้เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งตนมองว่ายอดเงินนี้ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะยอดหนี้ 10 ล้านบาท กว่าจะหมดจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี คนให้ยืมอาจจะตายก่อนที่จะได้เงินคืนครบ หรือไม่ต้องพูดถึงคนให้ยืมหรอก ตนเองก็คงอยู่ไม่ถึง
หนุ่ม กรรชัย แสดงความกังวลว่า ความขัดแย้งนี้จะทำให้ครอบครัวแตกแยกหรือมองหน้ากันไม่ติดยิ่งกว่าเดิม จึงเสนอว่าควรเน้นไปที่ประเด็นการคืนเงินให้อาโกวหมวย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกให้ไปคุยกันเป็นการส่วนตัว หนุ่ม กรรชัย ได้ถามถึงเงื่อนไขการคืนเงินว่าทางอาโกงต้องการแบบไหน จะเป็นเงินสดทั้งหมด หรือยอมให้ผ่อนชำระได้
อาโกวระบุว่า เนื่องจากหมูเอาเงินไปเป็นเงินก้อน จึงอยากให้คืนเป็นก้อน เช่น แบ่งเป็นงวดละ 3 ล้านบาท 2 งวด และงวดละ 4 ล้านบาท อีก 1 งวด เพราะทางธนาคารมีการปล่อยเงินกู้งวดงานออกมาให้หมูเป็นระยะอยู่แล้ว ตนก็ไม่ได้ต้องการตัดรอนหลานจนไม่มีทางไป หรือจะไปดึงกลับมาทั้งหมด
เมื่อถามต่อว่าแม่มีเงินฝากเป็นสิบล้านจนทำให้ลูกเข้าใจผิดได้หรือไม่ แม่ยอมรับว่าตนเองมีเงินฝากหลักสิบล้านจริง และคนในบ้านก็ทราบยอดเงินนี้ แต่สาเหตุที่หมูต้องไปยืมอาโกวแทนที่จะยืมแม่ เป็นเพราะตอนนั้นส้ม (พี่สาว) ได้ยืมเงินแม่ไปทำตึกอยู่ก่อนแล้ว ทางคุณส้มเสริมว่า เธอเองก็เคยยืมเงินจากอาโกวและอาม่า 10 ล้านบาทเช่นกัน แต่เมื่อเงินจากธนาคารอนุมัติออกมาเธอก็โอนคืนทันที
ในเรื่องข้อกฎหมาย ทนายความให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้มีการฟ้องร้องในข้อหายักยอกทรัพย์ไปแล้ว แต่ศาลยกฟ้อง เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งหรือสัญญายืม อาโกวเองมีความกังวลเนื่องจากการยืมครั้งนี้เป็นการยืมปากเปล่า ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ทนายจึงแนะนำว่าแม้จะไม่มีหลักฐานแต่ก็ต้องฟ้องแพ่งต่อไป เพราะทั้งตัวหมูและภรรยาต่างก็ยอมรับในข้อเท็จจริงว่าเป็นหนี้จริง เพียงแต่ขอรอเงินจากธนาคารก่อน
ทนายอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีนี้ต่างจากการยืมเงินโชว์สินสอดที่ต้องคืนเงินก้อนเดิมทันที แต่การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารนั้นศาลมองว่าเมื่อเงินเข้าบัญชีไปแล้ว ผู้รับมีสิทธิ์ในเงินนั้น เพียงแต่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนตามกำหนด หากไม่คืนจะเป็นการผิดนัดชำระหนี้ทางแพ่ง ทนายยืนยันว่า หมูไม่สามารถอ้างได้ว่าเงินนี้เป็นของแม่ เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่าอาโกวเป็นคนไปโอนที่เคาน์เตอร์ธนาคารให้ด้วยตัวเอง
อาม่ายืนยันว่า รักหลานทุกคนเท่ากัน แต่เงินก้อนนี้จำเป็นต้องเอาคืนเพราะบ้านของตนที่อยู่ใกล้ทางด่วนเกิดการทรุดตัวจากการก่อสร้างทางด่วน และเงินก้อนนี้ส่วนหนึ่งเป็นเงินชดเชยเยียวยาที่รัฐบาลจ่ายมาให้เพื่อใช้ในการซ่อมแซมตึก แต่ยังไม่ทันได้ซ่อม หมูก็มายืมเงินไปก่อน อาม่าจึงยืนยันว่า อย่างไรก็ต้องเอามาคืน และย้ำว่านี่คือเงินของตน ไม่ใช่เงินของแม่หมูตามที่หมูเข้าใจ
ทางคุณเปิ้ล คุณหมวย อาม่า และคุณส้ม ได้ไปร้องเรียนกับมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ก่อนจะมีการไปแจ้งความที่กองปราบฯ ในประเด็นเรื่องเงิน 10 ล้านบาท การบุกยึดและทำลายทรัพย์สินของพี่สาว รวมถึงการลักทรัพย์และข่มขู่ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายในอดีตจนถึงขั้นกระดูกเท้าแตก
คุณเปิ้ลไ เล่าว่า ในอดีตตนเองเคยซัปพอร์ตนายหมูมาตลอด ทั้งให้เงินหลักล้านจนถึง 6 ล้านบาท และช่วยสนับสนุนในการสร้างตึกจนปัจจุบันนายหมูมีตึกถึง 5-6 แห่ง ยืนยันว่าทรัพย์สินที่ลูกชายมีนั้นมีมูลค่ารวมนับร้อยล้านบาท แต่เขากลับไม่เคยนำเงินมาคืนอาม่ากับอาโกว
อาโกวเองก็บอกว่า ไม่คาดคิดว่าเงินจะทำให้เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เพราะนายหมูเคยเป็นเด็กดีมาตั้งแต่เล็กจนโต ตนก็รู้สึกว่าตนก็มีส่วนผิดที่เอาเงินก้อนใหญ่ให้เขาจนทำให้นิสัยเปลี่ยนไป
ต่อมา ทางรายการได้ติดต่อหาคุณหมู คุณหมูได้ขอชี้แจงเรื่องเงินทันที โดยระบุว่า ตนได้เสนอการไกล่เกลี่ยไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเสนอขอผ่อนชำระในศาลอาญาแต่คุณแม่ไม่ยอม ส่วนข้อเสนอที่สองคือหากคุณพ่อขายทรัพย์สินที่ จ. ปราจีนบุรี ได้จะให้คุณแม่ก่อน 5 ล้านบาท และหากตนขายตึก 3 แห่งได้ก็จะให้อีก
นายหมูอ้างว่าในคลิปที่เผยแพร่ออกไปนั้น ฉากที่คุณแม่เดินมาหาเขาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปะทะคารม ซึ่งตนได้บอกคุณแม่ไปแล้วว่ากำลังจะมีคนมาซื้อตึกและจะคืนเงินให้ แต่ที่ผ่านมาถูกขัดขวางด้วยการโพสต์ประจาน นายหมูยังอ้างว่า หลังวันที่มีปากเสียงกัน ตนได้ทักไปถามอาการคุณแม่ด้วย และยังได้พากันไปรับประทานอาหารที่ จ. ร้อยเอ็ดพร้อมกับคุณพ่อ ซึ่งบรรยากาศในตอนนั้นดูมีความสุขดี และยังมีการคุยเรื่องแผนงานในอนาคตกันอยู่เลย
นายหมูขอให้รายละเอียดเรื่องเงินในชั้นศาลเพื่อความชัดเจน และเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นที่สื่อนำไปสร้างเรตติ้งหรือให้ผู้ชมดูเพื่อความสนุก เพราะเรื่องนี้ทำให้คนในครอบครัวได้รับผลกระทบ นายหมูยืนยันหนักแน่นว่า ตนไม่มีเจตนาจะโกงและจะคืนเงินแน่นอน 100% แต่อย่างไรเมื่อไหร่ขอไปคุยที่ศาลเท่านั้น
เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามถึงประเด็นที่อาม่าบอกว่านายหมูจะขอผ่อนเพียงเดือนละ 20,000 บาท นายหมูปฏิเสธว่าไม่เคยพูดเช่นนั้น ตนจะขอพูดแค่นี้ หากมีข้อสรุปแล้วจะส่งเอกสารรายละเอียดมาให้รายการโหนกระแสอย่างแน่นอน
หลังจากนายหมูวางสาย คุณส้มได้แจ้งว่า ตนมีคดีฟ้องนายหมูร่วมกับพวกอีก 3 คน ในข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน ซึ่งนายหมูพยายามจะนำเรื่องเงิน 10 ล้านมาเจรจาในคดีนี้ เพื่อให้ตนถอนฟ้อง แต่ตนมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน
คุณเปิ้ลได้เปิดเผยแชตที่ตนส่งหาลูกชาย ซึ่งบอกว่ายังรักลูก แต่ก็กลัวจะถูกลูกตี พร้อมกับทวงถามเรื่องเงิน แต่นายหมูไม่อ่าน ส่วนเรื่องที่ไปรับประทานอาหารที่ จ. ร้อยเอ็ด นายหมูไม่ได้อ่านข้อความที่แม่ส่งไป แต่ใช้วิธีฝากผ่านให้สามีตนมาชวนไปกินข้าว ซึ่งเมื่อไปถึงนายหมูกลับนั่งนิ่งไม่พูดเรื่องเงินเลยแม้แต่คำเดียว คุณแม่รู้สึกว่าเหมือนถูกหลอกให้ไปเจอ
คุณเปิ้ลยังตั้งคำถามว่า นายหมูจะขายตึกปีไหน เพราะตึกแต่ละแห่งมีมูลค่าสูงถึง 35-40 ล้านบาท หากมีเจตนาจะคืนจริงก็ควรทำได้นานแล้ว
ทนายสายหยุดได้มองในแง่มุมกฎหมายว่า เรื่องนี้มันเป็นหนี้ทางแพ่ง และในส่วนที่เขาไปฟ้องว่าตีกันนั้นก็เป็นคนละเรื่อง ไม่ใช่คดีนี้
สำหรับแนวทางการจัดการเรื่องเงิน 10 ล้านบาทนั้น ต้องให้อาโกวซึ่งเป็นเจ้าของเงินตั้งเรื่องฟ้องทางแพ่งไป ซึ่งหากชนะคดีก็สามารถดำเนินการยึดตึกมาขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาคืนได้ ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับอาโกว
ในประเด็นเรื่องการฟ้องเรียกคืนทรัพย์สินฐานเนรคุณนั้น ทนายสายหยุดยืนยันว่า การฟ้องเอาทรัพย์คืนเพราะเหตุเนรคุณมีอยู่เยอะแยะ โดยวิธีการพิสูจน์คือการดูพฤติกรรม เช่น การด่า การทำร้าย หรือการถุยน้ำลายใส่ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาจากโฉนดที่ให้ในตอนแรกว่าเป็นชื่อของพ่อกับแม่ หรือเป็นชื่อของแม่คนเดียว โดยให้ยึดถือชื่อที่อยู่หลังโฉนดเป็นหลัก หากชื่อหลังโฉนดเป็นชื่อแม่ และแม่เป็นคนโอนให้ลูกเองโดยตรง แบบนี้แม่สามารถฟ้องเรียกคืนได้เพราะแม่เป็นคนจดทะเบียนโอนให้
แต่ในกรณีที่ชื่อหลังโฉนดเป็นชื่อของพ่อและพ่อเป็นคนโอนให้ลูก โดยที่คุณแม่เพียงแค่ให้ความยินยอมในฐานะคู่สมรสเท่านั้น กรณีแบบนี้คุณแม่จะไปฟ้องเพิกถอนเพื่อเอาทรัพย์คืนไม่ได้ แต่คุณแม่สามารถไปฟ้องร้องกับทางคุณพ่อได้อีกทอดหนึ่งในฐานะสินสมรส
นอกจากนี้ในกรณีที่แม่สนับสนุนเงินในการสร้างตึก แม่ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการให้เงินไปจริง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ก็สามารถเรียกเงินคืนได้ แต่การจะเรียกเอาตึกคืนนั้นอาจจะทำได้ยาก หากตึกนั้นตั้งอยู่บนที่ดินของพ่อ และยังมีประเด็นเรื่องส่วนควบของทรัพย์สิน รวมถึงภาระหนี้กับบุคคลภายนอกอย่างธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้จำนองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ช่วงท้ายรายการ คุณเปิ้ลได้ระบายความอัดอั้นตันใจที่มีต่อสามีและลูกชายว่า ให้สามีไปสอนลูกใหม่ สอนให้ถูก พร้อมทั้งชี้ว่า สามีและลูกใช้ของแบรนด์เนมราคาแพง ในขณะที่คุณเปิ้ลเองใส่รองเท้าคู่ละไม่กี่สิบบาท เสื้อก็ตัวละ 200 กว่าบาทเท่านั้น ที่ผ่านมาทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของทุกคน แต่กลับมาทำกับตนแบบนี้
ส่วนคุณส้ม เผยว่า ตนเคยทำงานเป็นพยาบาลจิตเวชที่ฝรั่งเศส และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการที่นั่น แต่ต้องกลับมาไทยเพราะคุณพ่อป่วยโรคไตและตนตั้งใจจะบริจาคไตให้ แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่ต้องการแล้ว และยังมาเกิดเรื่องแบบนี้ ตนไม่อยากจะอยู่ที่นี่นัก แต่ด้วยเป็นห่วงคุณแม่
ด้านอาโกวหมวยก็ได้พูดเตือนสติหลานว่า รอให้เขากลับใจนำเงินมาคืน และให้เขามากราบแม่ของเขาซะ เพราะแม่เขาซัปพอร์ตมาทั้งชีวิต หากจะถามว่าแล้วเงินแม่หายไปไหนหมด ก็ให้ไปไตร่ตรองดูดี ๆ ว่า ที่ผ่านมาแม่ช่วยลูกแต่ละคนไปเท่าไหร่บ้าง ขอไปซื้อของ ไปก่อสร้าง พวกเขามีตึกกี่ตึก กว่าจะก่อสร้างฐานตึกขึ้นมาถึง 3 ชั้น ใช้เงินเท่าไหร่