รายการโหนกระแสวันนี้ (24 มิ.ย. 2569) พูดคุยกรณีชาวบ้านหลายรายออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเพื่อนบ้านหญิงคนหนึ่งคือ ‘ป้าเอ’ ด่ากราดไม่เลือกหน้า และยังมีหมาคู่ใจชื่อ ‘ปังปัง’ ที่มักจะกัดหรือไล่คนที่เข้าใกล้เจ้าของ ทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่ว
ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย คุณวิภาดา เลขานุการชุมชนหมู่บ้านฮอลลีวูด, ป้าจี่ เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่ทะเลาะกันมา 2 ปี และโดนด่าทุกวัน, เจ้าของร้านชำที่โดนด่าและเกือบถูกมีดแทง, คุณทิพย์, ป้าตุ๊ก ที่ระบุว่าโดนทำร้ายร่างกายด้วยการเอาไฟแช็กเผาหัว, พี่ศร ที่โดนด่าหน้าบ้านจนแม่วัย 80 ที่ป่วย และหลานวัย 21 วันไม่ได้หลับนอน, คุณอาย ภรรยาพี่ศร โดยมีทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอภานนท์ มาเป็นทนายคนกลาง
คุณวิภาดา เลขานุการชุมชนหมู่บ้านฮอลลีวูด ระบุว่า ป้าเอย้ายเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ในช่วงแรกที่ย้ายมายังไม่มีปัญหาอะไร แต่เริ่มมีปัญหากับคนข้างบ้านเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว โดยคู่กรณีอาศัยอยู่กับลูกชายและลูกสะใภ้ รวมเป็น 3 คน (ไม่มีสามี) และมีสุนัขคู่ใจชื่อปังปัง ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ไทย ช่วงแรกคู่กรณีมีปัญหากันเองภายในครอบครัว มีเสียงดังทะเลาะกัน ต่อมาเมื่อลูกชายและลูกสะใภ้ย้ายออกไป ป้าเอก็เริ่มมีปัญหากับบ้านใกล้เคียง
ป้าลิ้นจี่ ซึ่งซึ่งมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามป้าเอ เล่าว่า ตนเองโดนด่าทุกวันทั้งเช้าและกลางคืน ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนบ้านกันปกติ และป้าจี่ก็เคยสงสารที่เขาอยู่ตัวคนเดียว แต่พอป้าจี่กลับมาจากต่างจังหวัด คู่กรณีก็เริ่มด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ลูกชายตนก็โดนด่าด้วย ขนาดตำรวจไปตรวจสอบระงับเหตุ คู่กรณีก็ยังด่าตำรวจด้วย
คุณหนึ่ง เจ้าของร้านค้า เล่าประเด็นความขัดแย้งว่า คู่กรณีมักจะเดินด่าไปทั่วถนน โดยเฉพาะเวลาเดินผ่านหน้าร้านก็จะด่าทอร้านค้าด้วยถ้อยคำต่าง ๆ คู่กรณียังประกาศกร้าวว่า จะด่าจนกว่าทุกคนจะอยู่ไม่ได้และต้องย้ายหนีไปเอง เชื่อว่าจุดเริ่มต้นของความโกรธแค้นนาน 2 ปีนี้ เกิดจากเหตุการณ์ที่หมาปังปังกระโดดกัดเด็กที่ปั่นจักรยานผ่านมาจนเด็กต้องทิ้งรถวิ่งหนี ในตอนนั้นพี่สาเห็นเหตุการณ์ จึงนำน้ำมาสาดใส่สุนัขเพื่อช่วยเด็ก หลังจากเหตุการณ์น้ำสาดหมา คู่กรณีก็มาด่าที่ร้านค้าทุกวันต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 ปี และลามไปด่าป้าลิ้นจี่ที่เป็นเจ้าของบ้านเช่าด้วย มีการถือมีดมาข่มขู่
ผู้ร้องเรียนอีกคนคือ พี่ตุ๊ก เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เรื่องเริ่มเมื่อปีที่แล้ว ในตอนนั้นหมาของคู่กรณีได้วิ่งเข้ามาและพยายามจะงับขาของพี่ตุ๊ก ทำให้พี่ตุ๊กต้องรีบยกขาขึ้นแล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจว่า “เหี้x” แต่คู่กรณีมองว่าพี่ตุ๊กไปด่าหมาของเขา เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปนานเป็นปี จนกระทั่งมาถึงวันที่เกิดเหตุล่าสุด คู่กรณีได้ใช้ไม้ไม้ทำร้าย ทั้งยังบอกกับหมาเขาว่า “อีปัง มึงจำได้ไหม อีคนนี้มันเคยด่ามึงว่าเหี้x”
คุณศร อีกหนึ่งผู้เดือดร้อนให้ข้อมูลว่า บ้านของเขาตั้งอยู่ตรงทางสามแยกฝั่งตรงข้ามกับบ้านของป้าเอพอดี และมักจะพบป้าเอออกมาโวยวายที่หน้าบ้านของเขาเป็นประจำ ป้าเอมักจะมาตะโกนด่าทอโวยวายทุกคืนจนส่งผลกระทบต่อคนในบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ของคุณศรที่ป่วยติดเตียง และยังมีเหลนตัวเล็ก ๆ อายุเพียง 20 วัน ที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะเสียงร้องตะโกนของป้าที่มักจะเรียกปังปัง และโวยวายไปเรื่อย แม้กระทั่งช่วงเที่ยงคืน-ตี 1 เขาก็ยังไม่นอน
ด้านป้าเอได้ชี้แจงผ่านทางโทรศัพท์ว่า เธอรู้สึกว่าถูกรังแกเพียงเพราะอยู่ตัวคนเดียว สิ่งที่เธอต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ ความยุติธรรม เธออ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาและด่าทอใส่ร้าย พร้อมทั้งยืนยันว่า สุนัขแค่เดินไปดม ๆ และไม่เคยกัดใคร

ระหว่างนั้น ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานวุฒิกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ สปสช. ได้ลงพื้นที่ไปหาป้าเอ พร้อมทีมแพทย์จากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ พม. และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต เพื่อประสานการช่วยเหลือและนำตัวไปตรวจรักษา
ใช้เวลาพูดคุยให้ป้าเอใจเย็นลง เกลี้ยกล่อมให้ไปโรงพยาบาล จนสุดท้ายสามารถนำตัวป้าเอขึ้นรถพยาบาลไปที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาได้ แม้ในช่วงแรกจะมีการขัดขืนและต้องมีการอุ้มกันบ้าง แต่ทางครอบครัวของป้าก็ยินยอมให้พาไปรักษา เพราะเห็นว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่จำเป็นจริง ๆ
ทั้งนี้ ทนายตุ๋ยให้ความเห็นทางกฎหมายว่า หากตรวจพบว่าป้าเอป่วยจริง กฎหมายอาญามาตรา 65 ระบุว่า หากกระทำความผิดในขณะที่ไม่รู้ตัวหรือรู้ตัวเพียงบางส่วน ศาลอาจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือให้รักษาจนหายก่อนจึงจะต่อสู้คดีได้
เมื่อทราบว่าป้าเอถูกส่งตัวไปรักษาแล้ว ทุกคนต่างแสดงความรู้สึกโล่งใจ และย้ำว่าไม่มีใครใจร้ายกับป้าเอ แค่ไม่ด่าก็พอแล้ว และพร้อมที่จะเข้าใจดูแล หากป้าเอรักษาตัวจนดีขึ้นแล้วกลับมาอยู่บ้าน
ในขณะเดียวกัน หลายคนรู้สึกเป็นห่วงเจ้าหมาปังปัง เนื่องจากอยู่กับเจ้าของมาตลอด เมื่อเจ้าของหายไปอาจทำให้เหงาหรือมีภาวะเครียด รวมถึงห่วงเรื่องอาหาร ซึ่งชาวบ้านต่างรับปากว่า จะช่วยดูแลปังปังให้ หากลูกชายและสะใภ้ของป้าเอไม่ได้กลับมาอยู่บ้าน น้องอุ้ย เพื่อนบ้านที่เคยไปช่วยพาปังปังกลับบ้านหลังตกใจเสียงพลุ ก็จะคอยช่วยดูแลเรื่องอาหารและน้ำให้ เพราะเจ้าปังปังไม่ทำร้ายน้องอุ้ย