ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิง อายุ 47 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม หลังถูกมิจฉาชีพในคราบชายในฝัน หลอกลวง สูญทั้งเงิน ทั้งตัวและใจ จนบอบช้ำอย่างหนัก โดยนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้รับการร้องเรียนจากตัวผู้เสียหายโดยตรง จึงเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือและเร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อล่าตัวมิจฉาชีพรายนี้
ผู้เสียหายเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ตนอาศัยอยู่คนเดียวด้วยความเหงาหลังจากหย่าขาดกับสามีที่ติดยาอย่างหนัก จึงตัดสินใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหาคู่ยอดฮิตมาเล่น จนกระทั่งได้ไปกดแมตช์กับชายคนหนึ่ง อายุ 47 ปี โปรไฟล์ดูดี หน้าตาคมเข้ม มีมาดคล้ายเจ้าหน้าที่ขับรถป้ายแดง โดยชายรายนี้ได้ทักมาจีบและอ้างว่าโสดสนิท ก่อนจะออกอุบายว่ากำลังจะเดินทางผ่านไปทำธุระแถวคำชะโนด จึงนัดเจอกันเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา
ชายรายนี้โทรมาอ้างว่าแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม แต่แอปพลิเคชันธนาคารมีปัญหา ไม่มีเงินสดจ่ายค่าน้ำมัน จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลือด่วน 1,500 บาท ด้วยความไว้ใจจึงโอนไปให้ เมื่อพบตัวจริงปรากฏว่าหน้าตาไม่ตรงปก แต่ก็ยังทำทีเป็นคนดี ชวนไปกราบไหว้ขอพรปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด แต่ระหว่างทางกลับแวะร้านอาหารอีสาน เมื่อมีคนมาขายลอตเตอรี่ก็บอกอยากซื้อ แต่บังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินจ่ายให้ 700 บาท
และออกอุบายขอดูเงินในบัญชี พอเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท ชายรายนี้กลับแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือทันที บังคับสแกนหน้าเพื่อจะโอนเงินออกให้หมด อ้างว่าเดือดร้อนจริงๆ ขอยืมไปหมุนงานก่อน ผู้เสียหายใจอ่อนบวกกับกลัวด้วย สุดท้ายยอมให้โอนไป 2 รอบ รวม 20,000 บาท
หลังจากได้เงินก้อนแรกไป ชายรายนี้กลับไม่พาไปคำชะโนดตามที่ตกลง แต่เลี้ยวรถเข้ารีสอร์ตริมทาง อ้างว่าขับรถมาเหนื่อยขอนอนพักผ่อน สุดท้ายตนต้องยอมเข้ารีสอร์ตด้วยความจำยอมและถูกบังคับขืนใจ หลังจากนั้นเขาก็สร้างเรื่องราวสารพัด ทั้งอ้างว่าเป็นผู้รับเหมาสร้างซุ้มประตูโขง ต้องใช้เงินไปเคลียร์งาน จ่ายค่าลูกน้อง และหนักสุดคือ อ้างว่าจะไปเบิกเงิน 500,000 บาทจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องเอาเงินไปวางเป็นค่าน้ำใจล่วงหน้าก่อน จึงหลอกให้โอนเงินให้ครั้งละหลายหมื่นบาทอีกหลายครั้ง
และเพื่อความสมจริง ชายรายนี้ยังได้พาผู้เสียหายเดินทางข้ามจังหวัดไปยัง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยพาไปที่บ้านหลังหนึ่งและแนะนำให้รู้จักกับหญิงชราซึ่งอ้างว่าเป็นแม่
สุดท้ายเงินเก็บก้อนสุดท้ายทั้งหมดถูกสูบไปจนเกลี้ยงบัญชี จนต้องตัดใจหอบทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นเกือบ 300,000 บาทเศษ หลังจากได้เงินไป ชายรายนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นคนละคน ทักไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงส่งข้อความไปทวงเงินคืน แต่มิจฉาชีพรายนี้กลับด่าสวนกลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า "มึงจะเอาอะไรกับกูนักหนาวะ มึงเป็นแม่กูหรือไง"
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเผยว่า ระหว่างที่นั่งรถไปด้วยกัน ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่ในลักษณะแสดงอิทธิพลว่า "ในรถผมมีปืนนะ แต่คุณหาไม่เจอหรอก" ทำให้หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงต้องนำเรื่องเข้าร้องเรียน เพื่อขอความช่วยเหลือ
ขณะนี้ทางนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุงได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อเร่งรัดคดีและรวบรวมหลักฐานล่าตัวมิจฉาชีพรายนี้มาดําเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด