มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ชายอ้างตัวเป็นเสี่ย หลอกหญิงให้รัก บอกจะส่งเสียดูแล สุดท้ายเชิดทั้งรถเชิดทั้งเงิน


ข่าวโซเชียล
8 เมษายน 2569287
ชายอ้างตัวเป็นเสี่ย หลอกหญิงให้รัก บอกจะส่งเสียดูแล สุดท้ายเชิดทั้งรถเชิดทั้งเงิน

ชายอ้างตัวเป็นเสี่ย อ้างสนิทคนดังหลายคน หลอกหญิงให้รัก บอกจะส่งเสียดูแล สุดท้ายเชิดทั้งรถเชิดทั้งเงิน

 

 

รายการโหนกระแสในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) พูดคุยกรณีที่มีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนว่า ถูกผู้ชายคนหนึ่งที่รู้จักกันทางออนไลน์ หลอกให้รักและหลอกให้สูญเงิน โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปหลายสิบครั้ง ซึ่งเงินนั้นโอนเข้าบัญชีของปลัดคนหนึ่ง ไม่ใช่บัญชีของผู้ชายคนนี้ สุดท้ายสูญเงินเป็นล้านและยังเสียรถเบนซ์ด้วย ล่าสุดทราบว่ามีผู้เสียหายเป็น 10 คน ทั้งพนักงานบริษัทเอกชน พนักงานหน่วยงานรัฐ ครู พยาบาล และเซียนพระ ผู้ชายคนนี้มีพฤติกรรมหลอกเงินจากคนหนึ่งไปดูแลอีกคนหนึ่ง วนเวียนไปแบบนี้ ผู้เสียหายที่มาพูดคุยคือ คุณแป๋ว ลูกสาวคือ คุณเหมย และคุณหญิง โดยคุณแป๋วและคุณเหมยเลือกที่จะเปิดหน้า เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์และไม่อยากให้เขาไปหลอกใครอีก

 

‘คุณแป๋ว’ ผู้เสียหาย เล่าว่า รู้จักกับผู้ชายคนนี้ผ่านทางติ๊กต็อก ในนาม ‘เสี่ย…’ เมื่อประมาณปลายปี 2567 ถึงมกราคม 2568 เขาพยายามติดต่อมาและส่งไลน์มาจีบ ใช้ข้อความทำนองว่าอยากดูแล และบอกว่าชอบมานานแล้ว เขาอ้างว่าตัวเองทำงานดูแลบ่อน โชว์รถเบนซ์ โชว์รูปทรัพย์สินทั้งพระ ทอง เงิน และนาฬิกาหรู เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

 

ชายคนนี้เสนอว่าจะส่งเสียให้เดือนละเป็นแสน และบอกว่าจะออกรถให้ รวมถึงจะปิดยอดรถให้ทั้งหมด ‘คุณเหมย’ ลูกสาวเคยเตือนแม่ว่าแปลก ๆ และหยอกแม่ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า แต่ในตอนแรกคุณแป๋วไม่เเอะใจ

 

คุณแป๋วนัดเจอผู้ชายคนนี้ครั้งแรกที่ จ. อุบลราชธานี ซึ่งฝ่ายชายเป็นชาว จ. ชลบุรี แต่ไปเจอกันที่นั่น ผู้ชายทรงแบด สักลายทั้งแขนและขา และเริ่มมีการโอนเงินให้ฝ่ายชายครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม โดยฝ่ายชายอ้างว่าจะหาทนายมาช่วยจัดการคดีความอดีตสามีของคุณแป๋ว และให้โอนเงินไป 30,000 บาท แต่สุดท้ายไม่มีทนายจริงและไม่ได้เงินคืน

 

หลังจากนั้นก็มีการโอนเงินให้อีกเรื่อย ๆ อ้างว่านำไปลงทุนทำงานแล้วจะให้กำไรคืน,ช่วงแรกมีการโอนกลับมาบ้าง ทำให้คุณแป๋วเชื่อใจ แต่ตอนหลังเริ่มไม่โอนกลับ และมักจะเร่งให้โอนด่วนภายใน 10 นาที เงินถูกโอนเข้าบัญชีชื่อพุ่มพวง ซึ่งฝ่ายชายอ้างว่าเป็นบัญชีงาน จากสลิปพบว่ามีการโอนทั้งวันตั้งแต่บ่ายถึงดึก บางครั้งโอนยอดสูงสุดถึง 70,000 บาท และมีทั้งยอดหลักพันและหลักร้อย ยอดรวมที่โอนไปทั้งหมดประมาณ 1 ล้านต้น ๆ ภายในเวลา 5 เดือน จนคุณแป๋วต้องไปยืมเงินลูกสาว โดยอ้างกับลูกว่านำไปลงของในร้านขายของชำ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีของเพิ่มในร้าน

 

นอกจากนี้ฝ่ายชายเสนอที่จะออกรถเบนซ์ให้คุณแป๋วเพื่อให้ดูดีขึ้น โดยนำโบรชัวร์จากเต็นท์รถในกรุงเทพฯ มาให้เลือก ทั้ง BMW และเบนซ์ แต่สรุปคือคุณแป๋วออกรถโดยใช้เงินตัวเอง ฝ่ายชายอ้างว่าจะเป็นคนผ่อนให้และจะปิดยอดให้ตอนสิ้นปี 2568 โดยรถเบนซ์คันนี้ดาวไป 30,000 บาท ผ่อนเดือนละ 13,000 บาท ซึ่งเขาผ่อนให้ประมาณ 6 เดือน โดยโอนมาจากบัญชีพุ่มพวง และยังมีการออกรถกระบะ (ฟรีดาวน์) และ จยย. ราคาประมาณ 70,000-80,000 บาท

 

ฝ่ายชายอ้างว่า อายคนอื่นที่เห็นคุณแป๋วขี่ซาเล้ง และพูดด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “มึงอย่าทำตัวเหมือนตลาดล่าง” นอกจากนี้ฝ่ายชายยังพยายามให้คุณแป๋วออกรถบิ๊กไบค์ราคาเกือบ 300,000 บาท แต่ต้องมีคนค้ำ คุณแป๋วเลยไม่ออกให้

 

ต่อมาในเดือนมีนาคม ฝ่ายชายหอบเสื้อผ้ามาอยู่บ้านคุณแป๋วเลย วัน ๆ ไม่ทำอะไร เล่นแต่โทรศัพท์หลายเครื่องและไม่ค่อยนอน จนคุณเหมยไปเจอในเฟซบุ๊กที่มีคนนำข้อมูลของฝ่ายชายไปแขวนประจานเรื่องโกงเงิน และเมื่อตรวจประวัติก็พบว่ามีคดียักยอกและฉ้อโกงจำนวนมาก ทำให้คุณแป๋วช็อกมากและเก็บตัวร้องไห้

 

เรื่องรถเบนซ์ ฝ่ายชายได้นำไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้วหายไป เมื่อคุณแป๋วและลูกสาวประกาศตามหารถเบนซ์ ฝ่ายชายก็แชตมาด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และยังข่มขู่ว่าจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ให้เตรียมรอรับแรงกระแทกได้เลย และยังมีการใช้ถ้อยคำในลักษณะโบ้ยความผิดว่าคุณแป๋วก็รู้เห็นเรื่องที่ตัวเองทำเว็บพนัน

 

ผู้เสียหายอีกรายคือ ‘คุณหญิง’ รู้จักกันผ่านทางติ๊กต็อก ฝ่ายเสนอตัวว่าจะดูแล และพยายามนำเสนอตัวเองว่าไม่ดื่ม ไม่สูบ อยากได้ผู้ชายแบบไหนให้บอก ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ ต่อมาฝ่ายชายได้ขอยืมเงิน 33,000 บาท อ้างว่าจะนำไปลงทุนต่อยอดและจะคืนใน 1 อาทิตย์ แต่เมื่อทวงถามฝ่ายชายกลับบอกว่าเงินแค่นี้ไม่โกง และพยายามหาเรื่องทะเลาะ และส่งรูปเงินจำนวนมากมาให้ดู แต่บอกว่าถ้าอยากได้คืนต้องโอนเงินเพิ่มอีก 2,000 บาทเข้าบัญชีเดิม ถึงจะถอนเงินออกมาได้ แต่คุณหญิงก็ไม่ได้คืน

 

ผู้เสียหายอีกรายคือ ‘คุณฟ้า’ ซึ่งรายนี้ถูกทำร้ายร่างกาย แบล็กเมล และข่มขู่ถึงชีวิต ได้เล่าผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฝ่ายชายมาอยู่ด้วยที่ จ. อุดรธานี และแสดงตัวว่าจะดูแล แต่กลับปลดทองที่ข้อมือตนไป 1 บาท และยังเปลี่ยนรหัสแอปฯ ธนาคารและรหัสโทรศัพท์ของตน กักขังไม่ให้ไปไหน และบังคับให้ออกรถในชื่อตน โดยอ้างว่าจะผ่อนให้ แต่สุดท้ายตนก็ต้องผ่อนเอง

 

ตนถูกทำร้ายร่างกาย ตบตี และถูกปืนจ่อ เอาอาชีพการเงินมาขู่ ตนเคยหนีไปแล้วรอบนึง ก็ถูกตามกลับมา โดยฝ่ายชายข่มขู่ถึงชีวิตถึงครอบครัว หากตนหนีหรือไปแจ้งความ ทำให้กลัวไม่กล้าแจ้ง

 

ตนเสียทองไป 4 บาท เงินสด 200,000 บาท หนี้บัตรเครดิตอีก 400,000 บาท และปัจจุบันตนยังถูกฟ้องบังคับคดีหักเงินปันผลสหกรณ์เพราะหนี้ไฟแนนซ์รถ

 

คุณเหมย เผยว่า ได้ไปค้นข้อมูล พบว่าบัญชีที่ทุกคนโอนเงินเข้าไปนั้น เป็นของอดีตเมียเสี่ยที่เป็นปลัด ซึ่งปลัดก็ถูกหลอกจนหมดตัวทั้งรถ บ้าน และเงิน และยอมให้ใช้บัญชีเพราะหวังจะได้เงินคืนบ้าง

 

นอกจากนี้ยังมีครูที่โคราชถูกหลอกไปล้านกว่าบาท และครูวัยเกษียณที่ถูกหลอกโดยไม่เคยเจอตัวจริง

 

ทนายสายหยุดให้ความเห็นว่า เรื่องเงินที่โอนไปลงทุน ถ้าธุรกิจไม่มีจริงอาจเป็นฉ้อโกง ส่วนเรื่องรถนั้น ชื่อผู้เสียหายเป็นคนเช่าซื้อ แต่เขาเอาไปใช้ไม่คืน ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ชัดเจน กรณีที่ชาวบ้านไปแจ้งความแล้วแต่ตำรวจแค่ลงบันทึกประจำวัน พนักงานสอบสวนต้องรับผิดชอบและต้องปรับข้อกฎหมายให้ถูกต้อง เพราะกรณีนี้เป็นการยักยอกทรัพย์แน่นอน

 

พี่แป๋วกล่าวว่า ที่เปิดหน้ามาวันนี้เพราะอยากเตือนภัย และอยากให้เป็นอุทาหรณ์ เนื่องจากทุกวันนี้ยังมีคนทักตนมาอยู่เลยว่า ผู้ชายคนนี้ทักไปจีบและพูดคุยในลักษณะเดียวกัน คือยังไม่หยุดการกระทำ จึงอยากให้ผู้ชายคนนี้ถูกจับดำเนินคดี

 

ด้านน้องเหมยถึงกับน้ำตาคลอ บอกว่าสงสารแม่มาก และตนเกือบจะเสียแม่ไปแล้ว ตอนนี้ตนก็ต้องมารับภาระต่าง ๆ ภายในบ้าน ซึ่งก็ถือว่าหนัก อยากให้เขานำเงินและรถมาคืนคุณแม่

 

เช่นเดียวกับคุณหญิงและคุณฟ้า ที่อยากให้ดำเนินคดีเด็ดขาด โดยเฉพาะคุณฟ้าซึ่งมีความกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตตัวเองและครอบครัว เพราะฝ่ายชายรู้ที่ทำงาน รู้ที่อยู่ เหมือนตนเองอยู่ในที่แจ้ง แต่ฝ่ายชายอยู่ในที่ลับ

 

‘เอกภพ สายไหมต้องรอด’ ผู้รับเรื่องร้องเรียน กล่าวเสริมว่า พฤติกรรมของเขาจะเข้าหาแม่เลี้ยงเดี่ยวและอ้างว่าจะดูแล สาเหตุที่เขายังลอยนวลเพราะผู้เสียหายบางรายอายที่ถูกถ่ายคลิปและข่มขู่ อาจจะไม่รู้สิทธิ์ของตัวเอง และตำรวจบางพื้นที่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อย่างการยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่เรื่องทางแพ่ง หรือให้โดยเสน่หา หากบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตนเชื่อว่าอย่างไรชายคนนี้ก็ต้องอยู่ในคุก

 

ทนายสายหยุดแนะนำให้ผู้เสียหายคนอื่น ๆ ออกมาแจ้งความ เพราะเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#หลอกให้รัก#หลอกให้โอนเงิน#มิจฉาชีพ#RomanceScam