จากกรณี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ออยศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก พร้อมทนายความ นำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา เป็นประธานมูลนิธิฯ ซึ่งต่อมามีการเข้าให้ปากคำ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. เปิดเผยว่าได้รับคดีไว้ดำเนินการสอบสวน เบื้องต้นพบว่าพฤติการณ์อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน โดยชุดพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการกำหนดแนวทางในการสอบสวน
ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี บุ๋ม ปนัดดา เป็นประธานมูลนิธิฯ โดยระบุว่า หลังจากคุณออยศรีได้มายื่นหนังสือและให้ปากคำแล้ว ตนได้สั่งการให้ทางฝ่ายสืบสวนดำเนินการเพิ่มเติมในหลาย ๆ เรื่อง ในช่วงบ่ายก็จะมีการประชุมกันทีมงานอีกทีนึง
ยืนยันว่าไม่เกินวันจันทร์หน้า ความชัดเจนทั้งหมดจะปรากฏ ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทางมูลนิธิองค์กรทำดีของคุณบุ๋ม แต่ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น ซึ่งการสืบสวนสอบสวนจะดำเนินการเต็มที่ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เงินที่รับบริจาค เรื่องมูลนิธิ ว่ามีการดำเนินการขั้นตอนไหนที่ไม่ถูกต้อง
ส่วนเบื้องต้นที่ดูจากแนวทางการสืบสวน น่าจะเข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญามาตราใดบ้าง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ถ้ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ก็เป็นฉ้อโกงประชาชน และผู้บริหารมูลนิธิทุกมูลนิธิก็มีเงื่อนไขว่าอยู่ ประธานใช้เงินเท่าไหร่ ถ้าเกินกว่าวงเงินที่กำหนดก็ต้องเข้ากรรมการ จึงต้องดูว่ามีการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ก็อาจจะผิดอีกข้อหาหนึ่งด้วย เป็นเรื่องการดำเนินการของมูลนิธิ ผิดข้อกำหนด ผิดเงื่อนไขของมูลนิธิ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็มีกฎหมายรองรับอยู่
เมื่อถามว่าเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ถ้ามีการนำทรัพย์สินไปยักย้ายถ่ายเท เปลี่ยนแปลง และนำไปให้กลุ่มบุคคลอื่นในการดำเนินการ ก็จะมีการพิจารณา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงและก็สิ่งที่เกิดขึ้น
สำหรับการสืบสวนสอบสวนตามยอดเงิน ทั้ง 3 บัญชี ที่ปรากฏตามสังคมโซเชียล เบื้องต้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า กิจกรรมหลักๆ เริ่มในปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นบัญขีส่วนตัว ส่วนมูลนิธิเพิ่งมาเปิดในปี 2567 แต่ว่าเริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 ยอดเงินที่รับบริจาค ตนดูจากที่สื่อมลชนเปิดเผย พบว่าปริมาณคนบริจาคค่อนข้างสูง
โดยเฉพาะพวกเซเลบดารา แต่ที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้นมีเงินเข้ามาพอสมควรอีกทีเดียว แต่จะใช้ผิดประเภทหรือไม่ เดี๋ยวต้องมาดู
เมื่อถามว่ายอดเงินหมุนเวียนทั้งหมด ตั้งแต่ 2562 มีจำนวนเท่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า หลักร้อย นักข่าวจึงถามย้ำว่าถึง 1,000 ล้านหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า “ใกล้ ๆ”
กรณีคุณออยศรีบริจาคมา 1,000 บาท แต่ยอดความเสียหายพุ่งไปสูงมาก พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ถ้าผิดจริงก็มีความผิดละ ไม่ว่าจะ 5 บาท 10 บาท 1,000 บาท หรือ 1,000,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการหลอกลวงพี่น้องประชาชน แต่เน้นย้ำว่าต้องขอดูตามพยานหลักฐานอีกที
ถามว่าตอนนี้มีข้อมูลว่า อาจจะมีการให้รับจบแค่คนเดียว มีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ กองปราบหรือว่าทาง บช.ก.จะยอมไหม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตอนนี้เรารับเรื่องไว้แล้ว ถึงใคร เราดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า จะใช้หมายเรียกหรือหมายจับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เดี๋ยวดู ถ้าผิดก็ดูจำนวนกรรม ดูมูลค่าความเสียหาย หลาย ๆ อย่างประกอบกัน ตอนนี้เรารวบรวมพยานหลักฐาน จากที่ออยศรีมาแจ้ง เพราะฉะนั้นเกี่ยวข้องถึงใครไม่ว่าจะปรากฏทางสื่อมวลชน จะเชิญมาให้ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกราย พยายามให้มากที่สุด เพื่อพิจารณาว่าเป็นความผิดทางกฎหมายหรือไม่
ถามย้ำว่าผู้เสียหายมาแจ้งความไม่กี่คน แสดงว่าไม่กี่กรรม ตำรวจจะนับกรรมจากความผิดอาญาแผ่นดินด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เดี๋ยวประชุมกับทีมงานนิดนึง มันมีข้อมูลพอสมควรว่ามีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ แต่ว่าต้องไปดูว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นไปตามกระบวนการและข้อบังคับของมูลนิธิหรือเปล่า ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งนึง
ถามว่าจะมีการเรียกพิธีกรหรือศิลปินดาราที่เคยบริจาคเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ถือโอกาสประสานไปเลย ถ้าใครมีข้อมูลใดเพิ่มเติมทางสอบสวนกลางยินดีรับ เพราะตนเห็นไป ออกทางสื่อมวลชนค่อนข้างมากทีเดียว ถ้าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ยินดีรับเข้ามาอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว