มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ไม่นิ่งนอนใจ! ผวจ.เชียงราย ติดตามปัญหาแม่น้ำสายขุ่น ชี้กลับมาจ่ายน้ำประปาได้ 80% แล้ว พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำสำรอง


ภูมิภาค
8 พฤศจิกายน 256911
ไม่นิ่งนอนใจ! ผวจ.เชียงราย ติดตามปัญหาแม่น้ำสายขุ่น ชี้กลับมาจ่ายน้ำประปาได้ 80% แล้ว พร้อมเดินหน้าหาแหล่งน้ำสำรอง

กรณีมีเพจบุคลากรทางการแพทย์โพสต์แจ้งเตือนเกี่ยวกับการพบสารพิษในปริมาณที่สูงในน้ำในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  ผลกระทบในระยะสั้นตอนนี้น้ำประปาก็ผลิตไม่ได้ เพราะค่าความตะกอนสูง ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ แต่หากปล่อยไประยะยาวชาวบ้านอาจได้รับผลกระทบหนัก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไขที่รวดเร็วมีกรอบระยะเวลาชัดเจน


จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 พ.ย.69 เวลา 13.30 น. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำทีมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย โดยมีนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย นายคมสัน สัมมา ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล นอกจากนี้ยังมี นางสาวปิยนุช ทรวงคำ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่บริเวณชุมชนหัวฝาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์แม่น้ำสายที่มีความขุ่นสูง ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปาและการจ่ายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่


ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้นำชุดทดสอบภาคสนาม (Test Kit) มาตรวจสอบสารโลหะหนักในแม่น้ำสายเบื้องต้น พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่คณะจะเดินทางไปยังสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและติดตามประสิทธิภาพการผลิตน้ำประปาให้สามารถกลับมาจ่ายน้ำแก่ประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด การประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สายสามารถกลับมาผลิตและจ่ายน้ำได้ประมาณ 80% แล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 5 พ.ย.69 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ระบบกรองน้ำไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้จ่ายน้ำได้เพียงประมาณ 60% กระทบประชาชนในพื้นที่ 2 ตำบล รวม 14 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลเวียงพางคำ และตำบลแม่สาย ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังไม่สามารถจ่ายน้ำได้เต็มกำลังการผลิต 100%


ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมสั่งการให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยมอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษที่ 1 ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพเพิ่มเติม พร้อมนำผลการตรวจสอบมาประกอบการวางแผนแก้ไขปัญหา และค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากกิจกรรมใด ทั้งในฝั่งประเทศไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน


ด้านนางสาวปิยนุช กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายอย่างต่อเนื่อง พบว่าในช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ตรวจพบสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐานประมาณ 28 เท่า โดยในขณะนั้นคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์อุทกภัยที่พัดพาน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำลงมา ส่วนผลการตรวจสอบในเดือน ก.ย.พบว่าปริมาณสารหนูลดลง แต่ยังคงเกินค่ามาตรฐาน โดยตรวจพบอยู่ระหว่าง 0.012–0.017 ขณะที่แม่น้ำกก แม่น้ำโขง และแม่น้ำรวก ไม่พบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานจากการตรวจสอบในช่วงเวลาเดียวกัน


สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้นำชุดทดสอบเบื้องต้นมาตรวจหาสารหนู พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์ซ้ำ เป็นการตรวจกรณีพิเศษ เนื่องจากเกิดสถานการณ์น้ำดิบมีความขุ่นสูงจนส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา ส่วนสาเหตุเบื้องต้นของความขุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับฝนที่ตกในพื้นที่ต้นน้ำในช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา ซึ่งอาจชะล้างตะกอนและสารโลหะหนักลงสู่ลำน้ำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหมืองแร่หรือกิจกรรมอื่น จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและผลวิเคราะห์เพิ่มเติมก่อนสรุปสาเหตุ


ขณะที่นายคมสัน กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาคมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบเป็นประจำทุกวัน เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำจึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจวัดค่าความขุ่นและสารหนูด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น พร้อมประเมินประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำประปาและป้องกันผลกระทบต่อประชาชน


จากการตรวจวัด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า น้ำดิบมีค่าความขุ่นสูงถึง 14,000 NTU ซึ่งเกินขีดความสามารถของระบบกรองน้ำ โดยปกติในช่วงหน้าแล้งค่าความขุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 800–1,200 NTU ส่วนช่วงน้ำหลากอาจเพิ่มขึ้นถึง 3,000 NTU ซึ่งระบบยังสามารถรองรับได้ และที่ผ่านมาเคยทดสอบระบบที่ระดับความขุ่น 6,000 NTU ได้เช่นกัน แต่ครั้งนี้ค่าความขุ่นเพิ่มสูงเกินกว่าที่ระบบจะบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราว เพื่อรอให้มวลน้ำที่มีความขุ่นสูงเคลื่อนผ่านไปก่อน


สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว จังหวัดเชียงรายและการประปาส่วนภูมิภาคได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอเชียงแสน เพื่อส่งน้ำมาให้บริการในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 50% ระยะที่ 2 พัฒนาแหล่งน้ำจากลำน้ำแม่ลาวในพื้นที่อำเภอแม่ลาวและอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัด และระยะที่ 3 พัฒนาแหล่งน้ำบริเวณดอยแม่คำ


นอกจากนี้ ยังมีแผนเร่งด่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการก่อสร้างระบบแท็งก์น้ำบาดาล ซึ่งบรรจุอยู่ในแผนงานปี 2570 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง ควบคู่กับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอเชียงแสน


นายคมสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในอำเภอเชียงแสนจะก่อสร้างโรงกรองน้ำที่มีกำลังการผลิต 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยรับน้ำดิบจากแม่น้ำโขงมาผลิตเป็นน้ำประปา ก่อนส่งต่อไปยังอำเภอแม่จันและอำเภอแม่สาย ส่วนแผนระยะยาวยังอยู่ระหว่างศึกษาแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่คำและแม่สแลป ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา และสามารถพัฒนาโครงข่ายท่อเชื่อมโยงเพื่อรองรับการจ่ายน้ำในพื้นที่ได้


ทั้งนี้ การประปาส่วนภูมิภาคจะเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพน้ำดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำประปาให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมอนามัยและองค์การอนามัยโลก (WHO) พร้อมเร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำประปา ลดความเสี่ยงจากปัญหาคุณภาพน้ำดิบ และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายและจังหวัดเชียงรายในระยะยาว


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#สารพิษในน้ำ#แม่น้ำสาย#สารหนู#โหนกระแส