วันที่ 15 ต.ค. 2569 ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลกฎกติกา และเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต และการแข่งขันรถโกคาร์ทในประเทศไทย ได้มีการแถลงข่าวชี้แจง กรณีการแข่งขันคาร์ท รุ่น Cadet-B รายการ Super Kart Thailand Championship 2026 โดยนำชิ้นส่วนเครื่องยนต์จริงมาประกอบการแถลง
ยืนยันว่า หลังตรวจสอบกับเอกสารของผู้ผลิต (IAME) พบว่า ชิ้นส่วนที่นำมาเปลี่ยนใช้ “ไม่ถูกต้องตามกฎที่กำหนดไว้” โดยระบุชัดเจนถึงเรื่องตัวเลขบนแคร้งเครื่อง (Crankcase) ที่ต้องใช้ให้ตรงคู่กับรุ่นของเสื้อสูบ
เนื่องจากรุ่น Cadet B เป็นการแข่งขันแบบ One Make Race ที่รถและเครื่องยนต์ทุกคันต้องเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคันหนึ่งใช้แบบหนึ่ง อีกคันใช้แบบหนึ่ง การใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ตรงรุ่นจึงถือเป็นการผิดกติกาทางเทคนิคอย่างชัดเจน
ร.ย.ส.ท. ขอตัดประเด็นและไม่ขอลงลึกว่า เปลี่ยนชิ้นส่วนแล้วรถจะแรงขึ้นหรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดดรามาถกเถียงต่อยอด เอาเป็นว่าสรุปตรงกันคือ “ผิดกติกา”
ส่วนเรื่องตรวจสภาพก่อนแข่งผ่านได้อย่างไรนั้น ร.ย.ส.ท. ชี้แจงว่า ก่อนแข่งเป็นการตรวจสภาพภายนอก แต่จุดที่พบความผิดปกติคือการตรวจเครื่องยนต์อย่างละเอียดหลังแข่งจบ (สำหรับรถท็อป 1-5)
ร.ย.ส.ท. ระบุชัดเจนว่า เรื่องนี้บานปลายเพราะผู้จัดการแข่งขันทำงานผิดพลาดและข้ามขั้นตอน ตามหลักสากล เมื่อมีการประท้วงเรื่องเทคนิค กรรมการสนามต้องตัดสินให้จบในวันนั้นทันที ไม่ใช่การโยนเรื่องข้ามมาให้ ร.ย.ส.ท. ตัดสิน เพราะ ร.ย.ส.ท. ไม่ได้อยู่ในสนาม และมีหน้าที่เป็นเพียงปลายทางในการรับพิจารณาอุทธรณ์เท่านั้น
เหตุเกิดวันอาทิตย์ แต่วันจันทร์ยังไม่มีรายงานส่งมา (ร.ย.ส.ท. เห็นข่าวจากเฟซบุ๊ก) วันอังคารเป็นวันหยุด พอถึงวันพุธ ร.ย.ส.ท. จึงต้องเป็นฝ่ายโทรตามผู้จัดให้เข้ามาชี้แจงและนำเอกสารมาตรวจสอบเอง ซึ่งถือว่าทำงานรวดเร็วที่สุดแล้วในขอบเขตของสมาคม
ร.ย.ส.ท. มีหน้าที่ตรวจสอบและฟันธงข้อกังขาทางเทคนิคเท่านั้น เมื่อสรุปว่าผิดกฎ จะส่งคำตัดสินนี้กลับไปให้ผู้จัดการแข่งขัน เป็นผู้ดำเนินการประกาศผลการแข่งขันและจัดลำดับใหม่ต่อไป (โดยจะกระทบผลคะแนนเฉพาะสนามล่าสุด ไม่รวมเรซที่ผ่านมา)
ส่วนผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ร.ย.ส.ท. ชี้ว่า ผู้จัดงานต้องไปสอบสวนทีมช่างว่า ในเมื่อกติกาห้ามทำ ทำไมถึงละเมิดกติกา
ในวันแถลงข่าว ทางผู้จัดงานเองมีความเครียดจากกระแสสังคมมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล จึงไม่ได้มาร่วมชี้แจงด้วยตนเอง
ร.ย.ส.ท. เน้นย้ำเพื่อปกป้องสภาพจิตใจของเด็ก ๆ ว่า ดรามาครั้งนี้เป็นเรื่องของกติกาทางเทคนิคและเครื่องยนต์ ไม่ได้เกี่ยวกับมารยาท หรือทักษะการขับของเด็ก ๆ เลย เด็กทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีและสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
การประท้วงในมอเตอร์สปอร์ตเป็นสิทธิ์ที่ทำได้และเป็นเรื่องปกติ และ ร.ย.ส.ท. เชื่อมั่นว่าทั้งสองครอบครัวไม่ได้มีอคติต่อกัน พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะผู้ปกครองไม่ได้มีความรู้เชิงลึกเรื่องเทคนิคเครื่องยนต์ ผู้ที่รู้ดีที่สุดคือทีมช่างและผู้จัด
ร.ย.ส.ท. ทิ้งท้ายด้วยความห่วงใยว่า ไม่อยากให้ดรามาความผิดพลาดของผู้ใหญ่ มาทำลายความฝันหรือมิตรภาพของเด็ก ๆ วัย 8-9 ขวบ ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเยาวชนที่จะเติบโตเป็นอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในเวทีโลก