วันที่ 4 ก.ย. 2569 เวลา 10.30 น. สามีภรรยาคู่หนึ่งได้เดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต. ลำผักกูด อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี ให้ช่วยเหลือเรื่องลูกชายวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ถูกครูพี่เลี้ยงโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัด กทม. ทำโทษเพราะระบายสีไม่เสร็จ สั่งให้ถอดเสื้อผ้าชุดนักเรียนและกางเกงชั้นในออกทั้งหมด เหลือเพียงถุงเท้า 2 ข้าง ก่อนจะให้ยืนหน้าห้องเรียน ถูกเพื่อนล้อจนอับอาย เครียดจัด ซึมเศร้า ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมนอน และหวาดผวาไม่ยอมไปโรงเรียน หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนยังไม่มีการดำเนินการกับครูพี่เลี้ยงที่ก่อเหตุ และเกรงว่าครูพี่เลี้ยงคนนี้จะไปกระทำกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ อีก
หญิง อายุ 30 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากลูกชายกลับจากโรงเรียน ย่าสังเกตเห็นว่าชุดนักเรียนของหลานทำไมกลับด้านจึงได้ถามหลาน เล่าให้กับย่าฟังว่า ถูกครูพี่เลี้ยงทำโทษ โดยการจับแก้เสื้อผ้าชุดนักเรียนที่ใส่ออก แล้วให้ยืนอยู่หน้าห้องเรียน เนื่องจากระบายสีไม่เสร็จ จนลูกชายรู้สึกอายมากและร้องไห้ ลูกชายมีอาการซึม กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่อยากไปโรงเรียน และยังบอกอีกว่าครูดุและใจร้ายมาก แต่ย่าไม่ได้บอกเรื่องดังกล่าวให้พ่อกับแม่ทราบ และวันที่ 28 ส.ค. ยังให้เด็กไปเรียนตามปกติ
จนกระทั่งวันที่ 29 ส.ค. ลูกชายได้มาบอกกับแม่ว่า “แม่ครับ หนูมีเรื่องเล่า หนูถูกครูพี่้เลี้ยงจับหนูแก้ผ้า” ซึ่งแม่ช็อกตกใจมาก จึงถามว่าครูทำแบบนี้ทำไม ลูกชายบอกว่าระบายสีไม่เสร็จ แม่เลยถามว่าครูถอดหนูหมดเลยหรอ ลูกชายบอกว่าครูจับแก้ผ้าชุดนักเรียนออกทั้งหมด รวมถึงกางเกงใน เหลือเพียงถุงเท้าที่ใส่อยู่ 2 ข้างเท่านั้น และให้ยืนหน้าห้องเรียนต่อหน้าเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ลูกร้องไห้และอับอายเพื่อนมาก เพราะถูกเพื่อนล้อ จนลูกชายรู้สึกอายและร้องไห้ มีอาการซึม กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่อยากไปโรงเรียนเลย
หลังทราบเรื่อง แม่จึงได้แจ้งเข้าไปในไลน์กลุ่มห้องเรียน ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากครูพี่เลี้ยง แต่ไม่มีการตอบข้อความกลับมา แต่ครูพี่เลี้ยงได้โทรกลับมาทางไลน์ส่วนตัว ยอมรับว่าครูเป็นผู้กระทำจริง อ้างว่าเด็กค่อนข้างดื้อ และไม่อยากทำโทษด้วยการตีเด็ก และครูทำแค่ในห้องเรียนเท่านั้น
หลังจากวางสาย ครูพี่เลี้ยงและครูประจำชั้นได้โทรมาทางไลน์ส่วนตัวของแม่ว่า ขอให้แม่ลบข้อความในแชตไลน์กลุ่มของห้องเรียนได้หรือไม่ แม่จึงปฏิเสธการลบข้อความ เพราะต้องการเก็บเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
วันที่ 30 ส.ค. แม่จึงพาลูกชายเข้าแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ก่อนที่วันที่ 31 ส.ค. 69 ครอบครัวจึงเดินทางไปที่โรงเรียน ได้เข้าพบกับรองผู้อำนวยการโรงเรียน และมีการพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวจึงได้ถามถึงมาตรการของทางโรงเรียน ว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรกับครูผู้กระทำผิด เอาผิดทางวินัยอย่างไรได้บ้าง รองผู้อำนวยการแจ้งว่า ทำได้เพียงตักเตือนไ ม่สามารถไล่ออกหรือกระทำการนอกเหนือจากนั้นได้ และทางรองผู้อำนวยการยื่นข้อเสนอให้เด็กย้ายห้องเรียนแทนการเรียนห้องเดิม แต่ทางครอบครัวไม่ตกลง เพราะรู้สึกเป็นกังวลใจที่ครูผู้กระทำยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิม
ครอบครัวจึงได้ขอพบกับครูคู่กรณีที่กระทำผิดกับเด็ก แต่รองผู้อำนวยการปฏิเสธการให้พบ แจ้งว่าเพื่อลดแรงปะทะ วันนี้พ่อและแม่จึงตัดสินใจติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชาย
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครูที่สอนหนังสือเด็กเล็กควรจะต้องใช้จิตวิทยาในการสอน เพราะเด็กอายุเพียง 5 ขวบ ควรจะลงโทษเด็กโดยใช้วิธีที่นุ่มนวล ค่อย ๆ สอนให้เด็กมีการรักครู รักเรียน รักงาน รักเพื่อน เด็กก็อยากจะมาโรงเรียน จากนี้ จะประสานกับ นางเกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ตั้งคณะกรรมการเอาผิดครูพี่เลี้ยง และติดตามคดีกับ พ.ต.อ. วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก. สน. ราษฎร์บูรณะ พร้อมเตรียมพาเด็กรับการเยียวยาประเมินสภาพจิตที่โรงพยาบาลตำรวจ หากแม่ต้องการย้ายโรงเรียน ทางมูลนิธิปวีณาฯ เตรียมประสานหาโรงเรียนใหม่ให้กับเด็กต่อไป