เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 นายศิวศิษฏ์ ทองเปรม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เขต 7 อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ตกกุ้งว่า พบพระสงฆ์นอนหงาย พนมมือ ใช้เท้าถีบลอยคออยู่กลางคลองแม่กลอง บริเวณประตูระบายน้ำและประตูเรือสัญจรคลองแม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เขื่อนปากลัด” ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
นายศิวศิษฏ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม และพบว่าชาวบ้านได้ช่วยเหลือพระขึ้นมาจากน้ำแล้ว ทราบชื่อคือ พระประจวบ อายุ 52 ปี พระลูกวัดปากลัด ตำบลคลองเขิน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ขณะนั้นพระประจวบสวมอังษะตัวเดียว และยังคงยืนพนมมืออยู่
จากการตรวจสอบในตัวพระประจวบ พบเงินสด 170 บาท สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 เมษายน 2568 จำนวน 2 ใบ หมายเลข 682014 และ 182869 รวมถึงใบขับขี่รถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ต่อมาพระลูกวัดปากลัดได้มายืนยันว่า พระประจวบเป็นพระลูกวัดจริง และได้หายตัวไปจากวัดตั้งแต่ช่วงเช้า
คนตกปลาตกใจ คิดว่าเป็นปาฏิหาริย์ เล่าว่า ขณะกำลังตกปลาอยู่บนสันเขื่อน ได้หันไปเห็นพระสงฆ์พนมมือ ใช้เท้าถีบน้ำลอยคออยู่กลางน้ำ ลอยมาตามกระแสจากวัดปากลัดเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ตอนแรกตกใจมาก คิดว่าพระกำลังแสดงปาฏิหาริย์ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ พอได้สติจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ
นายศิวศิษฏ์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปช่วยเหลือ เมื่อสอบถามพระประจวบ อ้างว่าต้องการลอยน้ำกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างเป็นห่วงความปลอดภัย เพราะเกรงว่าพระประจวบอาจจมน้ำเสียชีวิต โชคดีที่มีคนพบเห็นและช่วยเหลือได้ทัน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้พระประจวบเกิดความเครียด เนื่องจากท่านมีอาการหลงลืมเป็นบางครั้ง จึงลงไปว่ายน้ำในคลองแม่กลองเพื่อคลายเครียด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระประจวบไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ก่อนจะนิมนต์กลับวัดปากลัดต่อไป