จากกรณีมีผู้เสียชีวิตหลังเข้ารับการผ่าตัดเพื่อศัลยกรรมในช่องปาก แต่กลับเกิดการผิดพลาดระหว่างการรักษา โดยทางโรงพยาบาลที่ทำการรักษา ได้เข้ามาพูดคุยเจรจากับทางญาติ และยินดีจะรับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยอย่างเต็มที่ แต่ทางญาติยังอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารรายได้ของผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปยื่นให้กับทางโรงพยาบาล ซึ่งญาติยังคงโศกเศร้ากับการจากไปอย่างกะทันหันของผู้เสียชีวิต เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยส่งเสียเลี้ยงดูคนที่บ้านอีก 8 ชีวิต (ยาย แม่ น้องสาว และหลานๆ)
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 6 บ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของแม่ของผู้เสียชีวิต โดยได้พบกับแม่และครอบครัวของผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิต อายุ 33 ปี เป็นลูกสาวคนโต ปัจจุบันมีครอบครัวอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีลูกสาววัย 9 ขวบ 1 คน ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เพราะส่งเงินมาให้แม่และญาติพี่น้องที่อยู่ทางบ้านทุกเดือน ล่าสุดเพิ่งเดินทางกลับมาเที่ยวบ้านเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.67 และมีกำหนดจะเดินทางกลับสิงคโปร์ในวันที่ 22 ธ.ค.67 แต่ในวันที่ 19 ธ.ค.67 ผู้เสียชีวิตได้ไปดูหลานชาย (ลูกของน้องสาว) เล่นกีฬาสีที่โรงเรียน โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปกับน้องสาวและขากลับจากดูกีฬา ขณะขี่รถออกมาจากโรงเรียนก็ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง ไม่มีคู่กรณี ทั้งคู่มีแผลถลอกตามร่างกาย หลังจากนั้นไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่

ตอนนั้นผู้เสียชีวิตยังไม่มีอาการบาดเจ็บหนักอะไร สามารถสื่อสารพูดคุยกับคนอื่นได้ตามปกติ แต่ตอนประสบอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตได้เอาด้านหน้าลงพื้น ฟันหน้าด้านบนเสียหาย ทางญาติจึงกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อสมอง ก็เลยอยากจะย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเพื่อเข้ารับการเอกซเรย์สมองและผ่าตัดศัลยกรรมฟัน เพราะผู้ตายตอนอยู่สิงคโปร์จะมีอาชีพเสริมคือการไปรับจ้างฟ้อนรำตามงานที่มีคนจ้าง แต่ถือเป็นรายได้หลักมากกว่ารายได้ประจำ ทางครอบครัวเลยอยากให้ผู้เสียชีวิตได้รับการรักษาให้กลับมาเป็นปกติ
หลังเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในตัวเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.67 ก็ไม่พบความผิดปกติทางสมอง แต่สำหรับฟันหน้าบนที่เสียหาย ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อใส่เหล็กเสริมเข้าไป โดยทางหมอระบุว่าเป็นการผ่าตัดเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 20 ธ.ค.67 จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 21 ธ.ค.67 ทางโรงพยาบาลมาแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดระหว่างรักษาขึ้น (ญาติมาทราบทีหลังว่า ก่อนการผ่าตัดมีการใส่ท่อออกซิเจนผิดพลาด ผู้เข้ารับการผ่าตัดไม่มีอากาศหายใจนานประมาณ 5 นาที) ซึ่งทางแฟนผู้ตายที่บินด่วนมาจากสิงคโปร์มาเฝ้าหน้าห้องผ่าตัดบอกว่า มีการผิดพลาดก่อนการผ่าตัด ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา และประกอบพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.67

ญาติผู้เสียชีวิต เล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลเข้ามาพูดคุยกับทางญาติและยินดีจะจ่ายค่าชดเชยให้กับทางญาติ แต่ต้องให้ทางญาติส่งเอกสารประมาณการรายได้ของผู้เสียชีวิต เพื่อให้ทางโรงพยาบาลไปประกอบการพิจารณาจ่ายค่าชดเชย แต่ตอนนี้ทางญาติกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารจากทางครอบครัวที่ประเทศสิงคโปร์ โดยที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยส่งเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวที่เวียงเชียงรุ้งทุกเดือน โดยเขาจะทำงานมีรายได้ประจำเดือนละ 40,000 บาท แต่รายได้จากการไปรับจ้างฟ้อนรำไทยในงานต่างๆ จะได้มากกว่าเงินเดือนประจำหลายเท่า ซึ่งรายได้ตรงนี้เป็นเงินสด ไม่มีสลิปเหมือนงานประจำ ทำให้การรวบรวมเอกสารเป็นไปด้วยความล่าช้า แต่ทางญาติทุกคนยังอยู่ในอาการเศร้าโศกทุกครั้งที่คิดถึงหรือเห็นรูปผู้เสียชีวิต อยากได้คนกลับมามากกว่า ไม่คาดคิดว่าจากการผ่าตัดเล็กๆ จะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของทางครอบครัว เงินชดเชยที่ทางโรงพยาบาลจะมอบให้ ถึงจะมากเท่าไหร่ก็คงไม่สามารถจะทดแทนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้
จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า แม่ผู้เสียชีวิตมีอาชีพแค่การทำนาปี มีรายได้ไม่แน่นอน บางปีเจอภัยพิบัติก็ไม่มีผลผลิต ขาดรายได้ ส่วนน้องสาวแม้จะไปทำงานมีรายได้แต่น้อยกว่าพี่สาวหลายเท่า ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัวที่เหลืออยู่ กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น ทางญาติหวังว่าทางโรงพยาบาลจะมีการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป