สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้แฟน ๆ และเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก กับการจากไปอย่างกระทันหันของศิลปินผู้เป็นไอคอนแห่งยุค 90 ‘เร แม๊คโดแนลด์’
ล่าสุด วันที่ 26 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นกำหนดวันฌาปนกิจ ครอบครัว เพื่อน ๆ และแฟน ๆ จำนวนมาก ต่างมาร่วมอาลัยและมาส่งเรออกเดินทางครั้งสุดท้าย
‘ชาคริต แย้มนาม’ อีกหนึ่งเพื่อนสนิทของเร ที่ร่ำเรียนและเติบโตมาด้วยกัน ได้กล่าวกล่าวรำลึกและคำไว้อาลัยสำหรับเร
ชาคริต กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเพื่อนผมในบทบาทพิธีกร นักแสดง นักเดินทาง หรือหัวหน้าเผ่าของแก๊งเร่ร่อน แต่สำหรับผมครั้งแรกที่ได้รู้จักกับเขา คือคำว่าเพื่อน
ผมไม่แน่ใจว่าผมกับเรเป็นเพื่อนคนแรกของกันและกันหรือเปล่า ตั้งแต่จำความได้ก็มีเขาอยู่ในชีวิตมาโดยตลอด เราสองคนโตมาด้วยกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน จนหลาย ๆ คนบอกว่าเด็กสองคนนี้มันเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า ใช่ เรเหมือนพ่อ ส่วนผมก็เหมือนแม่ เรามีกันมาตลอดทั้งชีวิต รักกัน ตีกัน ทะเลาะกัน เดี๋ยวเราก็กลับมาคืนดีกัน มีทั้งเสียงหัวเราะ มีทั้งน้ำตา ไม่ว่าจะสมหวังหรือทุกข์ เราก็อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด
เราเริ่มจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน ยังเคยมีคำพูดด้วยกันเล่น ๆ เลยว่า เฮ้ย! นี่เราเพื่อนน้อยจังวะ สงสัยเราไม่ค่อยคบใคร ไม่มีใครคบ แต่ว่าไม่จริงนะครับ เพราะตลอดการเดินทางการเติบโตชีวิตพวกเรา เราได้สั่งสมมิตรภาพและเพื่อนแท้ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ที่นี่ ผมเชื่อว่าทุกคนจะมีเรในเวอร์ชันของตัวเอง
และมีสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าทุกคนจะสัมผัสได้ เพราะผมสัมผัสมาตลอดชีวิตเวลาที่เราอยู่ใกล้ ๆ กัน นั่นคือความสบายใจ การที่เราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เรเขาเหมือนมีพลังวิเศษบางอย่าง เขาไม่เคยต้องทำตัวให้เด่นที่สุดในห้อง แค่เรเป็นเร เขาสามารถดึงหลาย ๆ สิ่งออกมาจากตัวเราได้ ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในตัวเราออกมาได้ นั่นคือพาวเวอร์ของเขา เขาทำให้เรายิ้ม
สำหรับผม กับการที่โตมากับเขาในเวลา 40 กว่าปี จนต่างคนต่างมีครอบครัว อาจจะไม่ได้เจอกันบ้าง นาน ๆ จะได้คุยกันที แต่เราจะส่งของหากัน ปีหนึ่งบางครั้งอาจจะได้เจอกันรอบสองรอบ แต่ทุกครั้งที่เจอกันมันเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวาน ไม่เคยรู้สึกว่ามันห่างกัน เราจะกลับกลายเป็นเด็กคนนั้นทีคนนี้ที มีเสียงหัวเราะ มีความกวนตีนใส่กัน พูดถึงเรื่องไร้สาระ โดยที่เราปลดปล่อยความเครียดรอบตัวออกไปได้
ผมเชื่อว่าเรไม่ได้มอบความรู้สึกแบบนี้ให้กับผมคนเดียว ผมเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะรู้จักเพื่อนผมในฐานะเพื่อน พี่ น้อง เพื่อนร่วมงาน เรจะสามารถทำให้พวกเรามีความรู้สึกที่ดีได้เสมอ
และอีกบทบาทหนึ่ง ถือว่าเราทุกคนโชคดีนะครับที่เราได้เห็น นั่นคือบทบาทของความเป็นพ่อ จริง ๆ ผมก็อยู่ตั้งแต่ Day 1 ที่เรเขาจีบแหม่ม ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ด้วยสไตล์เขาที่บอกว่า “เฮ้ย กูชอบคนโน้นว่ะ” และมันก็ไปจีบของมันมาได้ และเป็นคู่ชีวิตกัน แต่ก่อนที่จะมีมิก้า เรกับแหม่มเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ตลอด เพราะธรรมชาติของเรเป็นคนที่ติดบ้าน ติดครอบครัว ติดภรรยา ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และเขาจะมีความเป็นตัวเองของเขาอยู่เสมอ จนกระทั่งวันที่มีมิก้า เขาได้เปลี่ยนแนวคิดของเขาไปในหลายรูปแบบ
ดูได้จากที่เขาเดินทางไปรอบโลก หาประสบการณ์ ไปเปิดโลกกว้างอยู่เสมอ เขากลับมีความต้องการและอยากเดินทางใกล้ครอบครัวมากขึ้น กับการที่จะค้นหาความลึกซึ้งของเมืองไทยให้มากขึ้น เพื่อนผมนี่เป็นพ่อสไตล์ที่มีพลังเยอะมากเวลาที่เขาเล่นกับมิก้า ไม่ใช่ว่าเรเหนื่อยแล้วมาบอกว่า “มิก้า เอาเถอะลูก พ่อเหนื่อยแล้ว แต่เป็นมิก้าต่างหากที่เหนื่อยก่อน”
เรเขามีความตั้งใจให้มิก้าเติบโตมาเป็นคนที่ดี เป็นคนไทย เป็นเด็กที่มีความคิด มีสัมมาคารวะ เขาได้วางแผนหลาย ๆ อย่างให้กับครอบครัว และสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเขาทำในสิ่งที่เราเองก็ไม่คาดคิดไว้เหมือนกัน ก็คือ การปลูกต้นไม้ ก็คือต้นสัก เรเอามาปลูกเพราะคิดว่าวันหนึ่งมิก้าจะโตขึ้น ต้นไม้พวกนี้ก็จะงอกเงย และเป็นประโยชน์ต่อมิก้าในวันข้างหน้า
อย่างที่บอกนะครับว่า เรเขาได้วางแผนเอาไว้แล้ว และแน่นอนเขาต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้กับครอบครัวเขา ไว้ให้ลูกชายคนเดียวของเขา และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งมุมเล็ก ๆ ที่เราจะสามารถบอกเล่าได้ถึงผู้ชายคนนี้ที่ชื่อว่า “เร แม๊คโดแนลด์” ขอบคุณครับ