รายการโหนกระแสวันนี้ (16 ต.ค. 2569) พูดคุยต่อเนื่องกับจักรวาล ‘โปเต้ นักจะแกง’ ที่อ้างตัวช่วยเหลือผู้เสียหายคือ ‘เวฟ’ ที่มีปัญหาความรักกับคู่หมั้น ซึ่งโปเต้อ้างว่าได้สืบเสาะและติดตามจนทราบว่าฝ่ายหญิงคบซ้อน ทำให้เวฟต้องการเงินหมั้น 4 แสนบาทคืน รวมถึงเงินที่ฝ่ายหญิงและแม่ยืมอีกประมาณ 2 แสน
ในขณะเดียวกัน ก็มีเพจต่าง ๆ และชาวเน็ต ออกมาแฉว่าโปเต้คนนี้มีพฤติกรรมแอบอ้างและหลอกลวง วันนี้ โปเต้จึงจะมานั่งชี้แจงข้อกล่าวหาต่าง ๆ รวมถึงชมพู่เองก็มาชี้แจงเช่นกัน โดยยืนยันว่าไม่ได้คบซ้อน ไม่ได้มีใคร
ประเด็นหลัก ๆ วันนี้แยกเป็น 2 เรื่อง คือเรื่องโปเต้ กับเรื่องความสัมพันธ์และเงินหมั้นของชมพู่กับเวฟ
ชมพู่ เล่าวว่า ช่วงเริ่มคุย ชมพู่แจ้งเวฟว่ายังไม่พร้อมเปิดรับใครเพราะมีภาระค่าใช้จ่ายเรื่องซ่อมรถ แต่เวฟเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือเพื่อขอสานสัมพันธ์ต่อ ทั้งคู่ทำพิธีหมั้นกันเมื่อวันที่ 17 เมษายน หลังหมั้น ชมพู่ลาออกจากงานพยาบาลที่ขอนแก่น ย้ายมาอยู่กับเวฟที่บ้านพักในค่ายทหาร และเตรียมสมัครงานพยาบาลใหม่ที่ร้อยเอ็ดเพื่อให้อยู่ใกล้ชิดกัน
ภาระทางการเงินจากการที่เวฟกู้เงินมาหมั้น ทำให้ต้องผ่อนเดือนละ 7,000 กว่าบาท โดยช่วง 2 เดือนแรกหลังลาออก ชมพู่ช่วยผ่อนคนละครึ่ง (ประมาณ 3,000–4,000 บาท) จากเงินเดือนตกค้าง แต่ช่วง 2 เดือนหลัง (ก.ค.–ส.ค.) ชมพู่ไม่มีรายได้แล้วจึงไม่ได้ช่วยผ่อน
เรื่องเงินยืมเรื่องซ่อมรถ ชมพู่เล่าว่า รถของชมพู่เกิดอุบัติเหตุเพราะแฟนเก่านำไปขับแต่ขณะขับดื่มแอลกอฮอล์ ประกันจึงไม่คุ้มครอง ชมพู่จึงต้องใช้บัตรกดเงินสดสำรองจ่ายค่าซ่อมรถเอง เวฟเสนอช่วยจ่าย โดยทยอยโอนเงินให้ในเดือนพฤศจิกายน รวมเป็นเงินประมาณ 100,000 กว่าบาท ชมพู่มองว่าตอนแรกเวฟโอนให้ด้วยเสน่หา แต่เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก ชมพู่จึงตั้งใจผ่อนคืนให้
แต่เงินหมั้น 400,000 บาท ซึ่งเวฟต้องการเรียกคืน ชมพู่ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เนื่องจากมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น แต่หากทางคู่กรณีต้องการฟ้องร้อง ก็ไปสู้กันตามกระบวนการทางกฎหมาย ให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสินตามพยานหลักฐาน
ชมพู่อ้างว่า หลังหมั้นได้ราว 2 เดือน เวฟเป็นฝ่ายที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น หงุดหงิดง่าย พูดน้อยลง ไม่ค่อยกลับบ้าน เวลาไปทานข้าวต้องแยกรถกันขับ ไปอยู่แต่ที่ทำงาน และแยกฟูกไปนอนอีกห้องหนึ่งโดยอ้างว่าเครียดเรื่องงาน