รายการโหนกระแสวันนี้ เป็นการพูดคุยกับผู้เสียหายหลายราย ที่ไปร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด หลังชายอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งชักชวนไปแคสงาน ถ่ายคอนเทนต์ หรือรับงานร้องเพลง ก่อนจะถูกชักชวนเรื่องเพศและคุกคาม โดยมี “หมวย อริสรา” ทำหน้าที่พิธีกรแทน “หนุ่ม กรรชัย” และมีเอกภพ เหลืองประเสิรฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ มาร่วมพูดคุย
"คุณจิน" อาชีพพยาบาล อดีตแฟนของอินฟลูฯ รายนี้ เล่าว่า รู้จักกับชายคนนี้จากการไปเดินป่าที่ จ.กาญจนบุรี และตัดสินใจคบกัน เมื่อช่วงต้นปี 2567 เธอเคยเปิดแชตพบว่าฝ่ายชายนัดเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่ต่างจังหวัด แต่พอสอบถามเขาอ้างว่าเป็นเพื่อน และสุดท้ายไม่ได้ไปตามนัด พร้อมมาขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก
หลังจากนั้นเธอไม่เคยตรวจโทรศัพท์ของฝ่ายชายอีกเลย เพราะเชื่อใจ และทั้งคู่อายุห่างกันถึง 10 ปี เธอจึงเชื่อในความเป็นผู้ใหญ่ของเขา อีกทั้งฝ่ายชายมักบอกว่าแม้จะเป็นนักดนตรีแต่เป็นคนจริงใจ นักร้องหญิงทุกคนเป็นเหมือนน้อง ไปถามใครก็ได้ ทำให้เธอสบายใจ
ตอนคบกัน เพราะฝ่ายชายเล่นดนตรีหลายร้าน บางคืนสูงสุดถึง 4 รอบ เลิกดึกสุดราวตี 3 เธอยอมรับเธอต้องไปนั่งด้วย มีทั้งสมัครใจไปและบังคับให้ไปรอแม้ว่าบางวันคุณจินเพิ่งจะลงเวรมา หากไม่ไปฝ่ายชายจะถามว่าทำไมไม่ไป คนภายนอกจึงเข้าใจว่าเธอไปนั่งเฝ้า แต่ความจริงฝ่ายชายเป็นคนอยากให้ไปเอง
แต่พอผ่านในปี 2567 มีบางวันฝ่ายชายมาบอกไม่ต้องไปรอแล้ว และให้เธอนอนพัก ตอนนั้นยอมรับไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จนกระทั่งปี 2568 เธอไม่เคยไปที่ร้านอีกเลย
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ฝ่ายชายเริ่มออกจากคอนโดเร็วกว่าเดิม อ้างว่ารถติด แต่ฝ่ายชายมักจะขอโลเคชั่นติดตามคุณจิน อ้างว่าเผื่อเกิดเหตุจะได้ตามไปถูก แต่เมื่อเธอขอโลเคชันของเขาบ้าง กลับได้คำตอบว่าจะมีไปทำไม มีอะไรก็โทรหาได้
แต่พอเดือน พ.ค. 2568 ฝ่ายชายเริ่มไม่รับสาย อ้างว่าสายไม่ขึ้น แชตช้า และไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยี เธอเริ่มเอะใจแต่ไม่ได้ตามสืบ ประกอบกับช่วงนั้นคุณพ่อของเธอเสียชีวิต เธอจึงทุ่มเททำงานหนัก บางเดือนหยุดเพียง 2 วัน
ส่วนเรื่องการเงิน คุณจินเล่าว่า วันที่ 12 ธ.ค.เป็นวันเกิดของเธอ ฝ่ายชายขอยืมเงิน 10,000 บาท อ้างว่าต้องจ่ายค่าจองพื้นที่ในป่า แต่บัญชีธนาคารโอนไม่ได้ พร้อมอวดว่าเป็นนักธุรกิจมีหุ้นส่วนร้าน เธอเห็นว่าดูน่าเชื่อถือจึงให้ไป
พอมาต้นปี 2567 ฝ่ายชายอยากได้มอเตอร์ไซค์มาก เพราะเพื่อนในแก๊งมีกันหมดแล้ว และพูดเรื่องนี้ทั้งวัน ก่อนขอยืมชื่อเธอไปผ่อน แต่เธอไม่สะดวกเพราะไม่อยากเสียเครดิต ฝ่ายชายจึงขอเป็นเงินก้อน โดยสัญญาว่าปลายปีเงินจากหุ้นส่วนร้านหลักล้านออกแล้วจะคืนให้ เธอจึงโอนไป 110,000 บาท โดยมีสลิปเป็นหลักฐาน
มอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่บ้านได้ไม่ถึงปีก็หายไป ฝ่ายชายอ้างว่านำไปฝากไว้ที่อู่ เพราะมีคนดูแลและมีกล้อง แต่ต่อมาเธอพบประกาศขายรถคันนั้นในกลุ่มซื้อขาย โดยบัญชีผู้ขายเป็นชื่อของฝ่ายชาย เมื่อถาม ฝ่ายชายจึงขอโทษ และอ้างว่านำเงินไปดาวน์บิ๊กไบค์ BMW ที่จะใช้ด้วยกัน
โดยถ้าคิดแล้ว ฝ่ายชายเอาเงินของเธอไปประมาณ 120,000 บาท และไม่เคยคืนจนถึงวันนี้ คุณจินระบุไม่ได้ต้องการเงินคืน ขอเพียงหลุดพ้นจากความสัมพันธ์ หลังจากนั้นเธอไม่ให้ฝ่ายชายยืมเงินอีกเลย และบอกเสมอว่าไม่มีเงินแล้ว ฝ่ายชายจึงหันมาดูแลเธอดีกว่าเดิม อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ทำให้เธอมีความสุข ไม่ค่อยทะเลาะกัน และไม่สงสัยอะไรอีก
ต่อมา จนกระทั่งวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา มีหญิงสาวอายุ 19 ปีทักแชตมาถามว่าชายคนนี้เป็นแฟนของเธอหรือไม่ ก่อนขอโทรมาเล่าเรื่องทั้งน้ำตา (โดยก่อนหน้านี้ เธอทำคอนเทนต์ลงรูปภาพอินฟลูฯชายคนนี้ ซึ่งเป็นการเปิดหน้าคู่รัก)
โดยหญิง 19 ปี เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ถูกฝ่ายชายนัดพบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยให้เพื่อนที่มาด้วยนั่งรออยู่หน้าห้าง แล้วเรียกหญิง 19 ปี ขึ้นไปบนรถ อ้างว่าจะทดสอบหน้ากล้อง ให้แสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งโกรธ อ้อน หงุดหงิด ร้องไห้ และเศร้า เหมือนการแคสบท ระหว่างนั้นฝ่ายชายพยายามสัมผัสตัว เมื่อเธอแสดงอาการโมโห ฝ่ายชายกลับบอกว่านี่แหละคือการโมโหที่ถูกต้อง
จากนั้นฝ่ายชายขอจีบอย่างจริงจัง เปิดเก๊ะรถหยิบเงินสดเป็นปึกมาวาง พร้อมโทรศัพท์ iPhone 18 Pro Max และยื่นข้อเสนอ หากมาอยู่ด้วยจะให้เงินเดือน อยากได้อะไรให้บอก และถามว่าหากจะมีอะไรด้วยต้องจ่ายเท่าไร แต่หญิงสาวปฏิเสธทุกข้อเสนอ ก่อนหาทางลงจากรถมาได้
คุณจินบอกว่าฟังแล้วเชื่อเกิน 90% เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนแต่งเรื่องขนาดนี้ทั้งน้ำตา เมื่อโทรไปถามฝ่ายชาย เขายอมรับว่านัดเจอจริง แต่อ้างว่าน้องเล่าเกินจริงเพราะต้องการเงิน และอาจมาเพื่อตบทรัพย์ ซึ่งคุณจินรับว่า พอตอนทำคลิปคอนเทนต์มีหญิงสาวหลายรายทักมาเพื่อเล่าพฤติกรรมของอดีตแฟนหนุ่ม
ขณะเดียวกัน ฝ่ายชายเองพยายามตามมาง้อถึงที่ทำงาน ช่วงแรกพูดคุยกันดี แต่เมื่อเธอยืนยันไม่ไปต่อ ฝ่ายชายพูดทำนองว่า คิดว่ารักมากแล้วจะไม่กล้าทำอะไรหรือ ก่อนผลักเธอล้มลงบนโซฟา จนพยาบาลรุ่นพี่ต้องเข้ามาห้าม ตั้งแต่วันนั้นเธอไม่ไปพบหน้าเขาอีก และย้ายออกจากคอนโดไปอยู่ที่อื่น
พร้อมบอกด้วยว่า เท่าที่คบฝ่ายชายเป็นคนอารมณ์ร้อน ทะเลาะกันเพียงเล็กน้อยก็มักจบด้วยการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะช่วงปี 2568 ฝ่ายชายจะคุณจินจะทำร้ายที่ศีรษะ เพราะไม่ทิ้งร่องรอย แต่มีครั้งหนึ่งโดนบริเวณหางตาจนเลือดออก เธอจึงถ่ายรูปเก็บไว้ ลงบันทึกประจำวัน และไปหาหมอ
คุณจินยืนยันพยายามออกจากความสัมพันธ์หลายครั้ง แต่กลับถูกฝ่ายชายขู่ว่า ถ้าตามหา 7 วันไม่เจอก็จะตาม 7 เดือน 7 ปี จนกว่าจะเจอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย เธอเคยเลิกไปครั้งหนึ่งแต่ใจอ่อนกลับไปคบอีก เพราะไม่อยากให้ฝ่ายชายไปยุ่งกับครอบครัว
นอกจากนี้ยังเล่าด้วยว่า ฝ่ายชาย นำ GPS มาไว้ในกระเป๋าเธอ ที่ทราบเพราะว่า มีช่วงหนึ่งคุณจินต้องค้นหาของในกระเป๋า และเจอวัตถุลักษณะคล้ายพวงกุญแจติดแน่นอยู่ด้านใน เมื่อตัดออกมาจึงพบว่าเป็นอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS ซึ่งกระเป๋าใบนี้ฝ่ายชายเป็นคนซื้อให้และเธอใช้มานานแล้ว และเคยหาข้อมูลด้วยว่า แบตเตอรี่พวกนี้ มีอายุถึง 9-12 เดือน
เมื่อลองไปสอบถาม ฝ่ายชายยอมรับว่าเป็นคนติดตั้งเอง โดยอ้างว่าติดไว้ตั้งแต่ช่วงที่เธอหนีออกจากบ้าน คุณจินจึงตัดสินใจไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.โคกคราม คุณจินย้ำด้วยว่า ปัจจุบันเคลียร์ทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว และเธอรับหน้าที่รวบรวมผู้เสียหายเพื่อดำเนินคดี
และคุณจินย้ำด้วยว่า รถเบนซ์ที่ผู้เสียหายหลายรายพูดถึงเป็นรถในชื่อของเธอ และเธอเป็นผู้ผ่อน แต่ฝ่ายชายเป็นคนใช้เป็นหลัก โดยอ้างว่ารถยุโรปดูแลยาก หากเธอขับแล้วเสียหายจะรับผิดชอบไม่ไหว และจะดูแลค่าซ่อม ภาษี พ.ร.บ. และประกันให้ ส่วนป้ายทะเบียนประมูล เธอเป็นผู้จ่ายเงินไป 15,000 บาท
ส่วนอาชีพของอดีตแฟนหนุ่ม คุณจินบอกว่า ฝ่ายชายบอกว่าตัวเองเป็นนักดนตรี มีงานเป็นผู้นำทัวร์เดินป่า และรับซ่อมรถแบบได้ส่วนต่าง และอ้างว่าเป็นหน่วยงาน กอ.รมน. ที่สามารถพูดคุยกับตำรวจได้ แต่ไม่เคยเห็นเครื่องแบบตำรวจของเขา แต่เคยเห็นเขาสั่งให้รถคันอื่นชิดซ้ายพร้อมแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ราว 2-3 ครั้ง ส่วนเรื่องเงินสดในรถ เธอยืนยันว่าฝ่ายชายมักเก็บเงินสดเป็นปึกไว้ในเก๊ะรถ และมีน้ำหอมแบรนด์เนมไว้
ขณะที่นักร้องหญิง 1 ในผู้เสียหายเล่าว่า เล่าว่า เธอโพสต์ในกลุ่มนักดนตรีว่าเป็นนักร้องมือใหม่และพร้อมรับงาน ฝ่ายชายจึงทักมาเสนองานในวันเดียวกัน เป็นงานปาร์ตี้ส่วนตัว 4 ชั่วโมง และนัดให้ไปรอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน
ระหว่างนั่งรถ ฝ่ายชายสั่งให้เธอวางโทรศัพท์ และคอยชะเง้อดูตลอดเวลาที่เธอจับโทรศัพท์ จากนั้นถามว่ารู้ไหมว่างานร้องเพลงมีกี่แบบ ก่อนบอกว่ามีงาน "เอนเตอร์เทน" ด้วย แล้วซักถามว่ามีแฟนหรือไม่ แฟนดูแลดีไหม ไปจนถึงคำถามเรื่องเพศสัมพันธ์กับแฟน ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
แต่ฝ่ายชายอธิบายว่างานเอนเตอร์เทนคือการเอนเตอร์เทนผู้ใหญ่ งานวันนี้จะมีผู้ใหญ่จำนวนมาก จึงสั่งให้เธอใส่เดรสมา และถามว่าหากมีคนอยากดูแลจะสนใจหรือไม่ พร้อมเปิดรูปรถ ที่อ้างว่าเพิ่งไปส่งให้นักร้องหญิงที่ทำงานกับผู้ใหญ่เพียง 2 ครั้ง เสนอว่าถ้าอยากได้ก็หาให้ได้ และโชว์รูปนักร้องหญิงที่อ้างว่ารับงานประเภทนี้
แต่ยิ่งกว่านั้น คือ ฝ่ายชายกลับถามถึงรอบเดือนและการกินยาคุม ก่อนเปิดแอปโน้ตในโทรศัพท์ ว่ามีรายชื่อผู้หญิงจำนวนมาก พร้อมเบอร์โทร สัดส่วน ส่วนสูง และสเปกผู้ชายที่รับได้ แล้วให้เธอพิมพ์ข้อมูลของตัวเองลงไป เธอจึงพิมพ์เพียงชื่อเล่น เบอร์โทร และระบุว่าไม่สนใจ ฝ่ายชายยังซักถามรายละเอียดเชิงเพศอีกหลายข้อ เธอจึงโกหกว่ากำลังมีประจำเดือนและปกติเป็นนาน 7 วัน
เมื่อไปถึง พบว่าเป็นงานปาร์ตี้วันเกิดเด็กที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งมีงานจริง ระหว่างทานข้าว ฝ่ายชายบอกว่าบ้านหลังนี้คือที่ที่พูดถึง ทุกคนมาทำกันที่นี่ ซึ่งเธอรู้สึกเหมือนถูกพามาดูตัว และระหว่างงาน นักร้องเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนสนิทซึ่งเป็นนักร้องฟัง และส่งรูปฝ่ายชายไปให้ดู เพื่อนตอบทันทีว่าชายคนนี้ คือคนที่เคยหลอกตนเมื่อปี 2567
ต่อมา ฝ่ายชายถามว่าตัดสินใจได้เรื่องนี้หรือยัง หากมีลูกค้าสนใจให้ขึ้นไปข้างบน 20 นาที ส่วนเขาจะนั่งเล่นกีตาร์รอ ทุกอย่างเป็นความลับ แต่นักร้องหญิงปฏิเสธ ฝ่ายชายพาออกไปที่รถหน้าบ้าน เปิดเก๊ะให้ดูเงินสดและน้ำหอมแบรนด์เนม พร้อมบอกว่าเป็น "หลักประกัน" เพราะก่อนส่งให้ลูกค้าต้องมีการ "เทส" พร้อมเปรียบว่าถ้ากับข้าวไม่อร่อยก็คงไม่อยากส่งต่อให้เจ้านาย และบอกให้หยิบของในเก๊ะไปเป็นค่าชดเชย ซึ่งเธอเห็นเป็นธนบัตรใบละ 100 บาท 2 ปึก
“คุณที” นักร้องหญิงตัดสินใจอยากกลับ จึงวางแผนอ้างว่า น้องชายถูกรถชนเพื่อขอกลับก่อน แต่ฝ่ายชายกลับโทรหาอีกคนให้ช่วยตรวจสอบ แล้วแจ้งว่าไม่มีเคสแจ้งเข้ามา ไม่ต้องกลับ ทำให้เมื่อเธอต้องกลับไปร้องเพลงอีกรอบ โดยอินฟลูชายนั่งดีดกีตาร์อยู่ข้าง ๆ คอยถามว่าแขกคนนั้นคนนี้ได้ไหม และกระซิบว่าชายที่ส่งไวน์มาให้ 2 แก้วคือคนที่เธอจะต้องเทสด้วย ก่อนส่งต่อให้คนอื่น ซึ่งนักร้องหญิงบอกด้วยว่า ในคลิปจะเห็นว่ามือของเธอสั่นตลอดขณะร้องเพลง
หลังเลิกงาน ฝ่ายชายเสนอจะไปส่งที่บ้านย่านรังสิต เธอจึงโกหกว่าพ่อจะมารับ (แต่ความเป็นจริงคือ พ่อเสียชีวิตแล้ว) และพยายามเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันก็ถูกยกเลิกหลายครั้ง สุดท้ายมีคนรู้จักมารอรับหน้าบ้าน ต่อมาวันที่ 30 มิ.ย. 68 ฝ่ายชายโทรมาถามว่าหายจากประจำเดือนแล้วหรือยัง เพราะมีลูกค้าแล้ว เธอจึงปฏิเสธและบล็อกทุกช่องทาง
ช่วงเดือนธันวาคม เธอรับงานร้องแทนที่ร้านแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นร้านที่ฝ่ายชายเล่นประจำ ระหว่างร้อง ฝ่ายชายเดินเข้ามายืนจ้อง ก่อนไปยืนคุยกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเธอจำได้ว่าอยู่ในงานปาร์ตี้ที่บ้านหลังนั้นด้วย จากนั้นฝ่ายชายขอขึ้นมาแจมเพลง ทำให้เธอมือชา หน้าชา ร้องเพลงไม่ออก จึงรีบกลับทันทีหลังจบเบรก ปัจจุบันเธอปฏิเสธทุกงานที่เกี่ยวข้องกับเขา
“คุณที”เชื่อว่ามีผู้หญิงถูกชักชวนลักษณะนี้มากกว่า 10 คน โดยใช้รูปแบบเดิม คือเสนอว่าจะมีผู้ให้ค่าเลี้ยงดู เจอกันเดือนละครั้ง และทุกอย่างเป็นความลับ เพื่อนสนิทของเธอที่เป็นคนเดียวที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวก็หลงเชื่อ และเมื่อนัดพบครั้งที่ 2 ฝ่ายชายอ้างว่าต้องทดสอบก่อนเพื่อรายงานเจ้านาย แล้วให้ทำสิ่งนั้นกับเขาบนรถ
ด้าน "น้องเอิร์น" ติ๊กต๊อกเกอร์สายดนตรี เล่าว่าเมื่อเดือน ก.พ. 69 ฝ่ายชายคอมเมนต์ในไลฟ์ชวนไปร้องเพลงที่ร้าน ซึ่งขณะนั้นเขายังใช้ชื่อบัญชีเดิม ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นอินฟลูฯ สายขับมอเตอร์ไซค์อย่างในปัจจุบัน
ก่อนเริ่มร้อง ฝ่ายชายเปิดรูปคู่กับศิลปินวงดังและรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง อ้างว่าเคยทำเพลงให้ แต่เมื่อเลื่อนดูกลับพบว่าเขาเป็นเพียงตากล้องถ่ายเอ็มวี เธอรู้สึกวางใจระดับหนึ่งเพราะเห็นแฟนสาวของเขามานั่งเฝ้าในร้าน แต่ระหว่างที่บรรยากาศผ่อนคลาย ฝ่ายชายกลับมาจี้และจับเอวในจุดที่เสื้อเปิด และพูดชวนให้ถอดผ้าคลุมไหล่ ซึ่งเธอปฏิเสธ
วันต่อมาฝ่ายชายทักมาชวนไปกินข้าวกลางวัน โดยเสนอให้เธอจอดรถทิ้งไว้แล้วจะมารับ เธอรับปากไปก่อนแล้วจึงยกเลิก พอถึงวันนัดร้องเพลงครั้งที่สอง เธอเกิดอาการแพนิก ตัวสั่น จนต้องโกหกว่ารถเสียที่สระบุรี ฝ่ายชายยังเสนอจะส่งรถยกไปให้
ไม่กี่วันต่อมา ฝ่ายชายชวนไปเล่นงานอีเวนต์ แต่ไม่ให้รายละเอียดหรือสถานที่ ส่งมาเพียงคลิปนักดนตรีหญิงคนอื่นที่เคยเล่น และพบว่าเป็นบ้านหลังเดียวกับที่ “คุณที” ไป เมื่อเธอให้เพื่อนรับหน้าเป็นผู้จัดการ ฝ่ายชายบอกเพื่อนว่าเจ้าของงานต้องการเธอเท่านั้น และอ้างว่าเจ้าของงานเคยมานั่งดูเธอที่ร้าน ทั้งที่วันนั้นเธอเห็นเพียงแฟนของเขาและคู่รักวัยรุ่นอีกคู่ เดือน เม.ย. ฝ่ายชายทักมาชวนไปบ้านหลังเดิมอีก เธอจึงปฏิเสธและบล็อกทุกช่องทาง
ขณะที่ คุณเอและคุณบี ชายหนุ่มและแฟนสาวอีกคู่ ร่วมเล่าว่าเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 68 ระหว่างขับรถกลับบ้านเช่าย่านรังสิต มีรถเบนซ์ขับปาดหน้า และปาดกันไปมาหลายครั้ง ก่อนผู้ขับรถเบนซ์จะเปิดกระจกชูบัตร อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. สั่งให้จอดรถ แล้วเปิดท้ายรถโชว์กล่องปืนและปืน เปิดเสื้อโชว์แผลเป็นที่อ้างว่าถูกยิงเพราะเพิ่งกลับจากชายแดน ก่อนให้เลือกบทลงโทษ ซึ่งชายหนุ่มเลือกวิดพื้น จากนั้นฝ่ายชายขอถ่ายบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนรถ และขอเบอร์ติดต่อทั้งคู่ บอกว่าจากนี้เป็นพี่น้องกันแล้ว และตรงนี้เอง คุณจิน เป็นคนยืนยันว่า แผลเป็นบนตัวฝ่ายชายมาจากการมีเรื่องสมัยวัยรุ่นและการผ่าตัด
คุณบี แฟนสาวของชายหนุ่มเล่าว่า ต้นเดือน ก.พ. 69 ครอบครัวมีปัญหาถูกกลุ่มวัยรุ่นมาก่อกวนหน้าบ้าน เธอจึงทักไปขอความช่วยเหลือเพราะคิดว่าเขาเป็นตำรวจ ฝ่ายชายรับปากจะพาไปโรงพัก แต่เมื่อมาถึงกลับให้คุณเอ แฟนหนุ่มเข้าบ้าน และพาเธอไปเพียงคนเดียว ระหว่างขับรถวนรอบหมู่บ้าน ฝ่ายชายพูดโน้มน้าวให้เธอเลิกกับเอ และขอจับมือ อ้างว่าเป็นการให้กำลังใจ โทรหาบุคคลที่อ้างว่าเป็นรุ่นน้องตำรวจผ่านลำโพงรถ และเปิดเก๊ะให้เห็นเงินสด ทั้งยังชี้รถที่ขับตามมาว่าเป็นรถสายตรวจของตน ทั้งที่จริงเป็นรถของแฟนเธอเอง
ปลายเดือน ก.ย. ฝ่ายชายโทรมาอีกครั้ง อ้างว่ามีช่องติ๊กต๊อกผู้ติดตามเป็นแสน มีสปอนเซอร์ 3 ตัว รวมค่าจ้าง 12,000 บาท แต่ไม่มีคนถ่ายให้ เธอจึงแนะนำเพื่อนที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ไป ต่อมาเพื่อนโทรมาบอกว่าถูกฝ่ายชายคุกคามทางเพศ ทำให้เธอรู้สึกผิดเหมือนเป็นคนพาเพื่อนไปเจอ
ด้านทนายตุ๋ย ให้ความเห็นว่า กรณีน้องเอิร์นเป็นการใช้กลอุบายชักชวน แต่ข้อเท็จจริงยังไม่เข้าข่ายคุกคามทางเพศตามนิยามของกฎหมาย ส่วนกรณีแอบอ้างโชว์บัตรเจ้าหน้าที่บนถนนอาจเป็นความผิดลหุโทษ แต่แนะนำให้ลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อนำไปประกอบกับกรณีของผู้เสียหายรายอื่น
ส่วนกรณีน้องอายุ 19 ปี หากมีการจับศีรษะไปหอมหรือจับมือโดยไม่ยินยอม อาจเข้าข่ายความผิดฐานอนาจาร และผู้เสียหายยังเป็นผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในอำนาจปกครองของบิดามารดา
ส่วนที่ คุณจิน ถูกทำร้ายร่างกาย หากแพทย์ระบุว่ารักษาไม่เกิน 20 วัน แม้ไม่ถึงขั้นสาหัสก็ยังดำเนินคดีได้และยังอยู่ในอายุความ ส่วนการติด GPS ถือเป็นการคุกคามและทำให้สูญเสียเสรีภาพ ควรแจ้งความไว้ก่อน แม้น้ำหนักคดีจะขึ้นอยู่กับหลักฐาน
ส่วนกรณี หากมีการแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานแล้วข่มขู่ให้ผู้เสียหายยินยอม อาจเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เนื่องจากเป็นการข่มขืนใจ และผู้เสียหายสามารถร้องขอให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้สอบปากคำได้ พร้อมฝากให้ร้านอาหารที่จ้างงานพิจารณาเรื่องนี้ เพราะอาจถูกนำชื่อร้านไปแอบอ้างหลอกนักร้องหญิงรายอื่น
ขณะที่ เอกภพ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่คุณจิน รวบรวม มีผู้เสียหายราว 20 ราย ในจำนวนนี้ราว 10 ราย ระบุว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศไปแล้ว แต่ยังไม่กล้าออกมาเปิดเผยตัว บางรายไม่สามารถเล่าเรื่องของตัวเองได้และมีรายงานว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีถูกชักชวนโดยอ้างงานถ่ายโฆษณา จึงขอให้ผู้เสียหายติดต่อเข้ามา เพื่อรวบรวมเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม
ขณะเดียวกัน ทีมงานรายการได้ติดต่อไปยังอินฟลูฯ รายดังกล่าวเพื่อขอคำชี้แจงแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธการให้สัมภาษณ์
สุดท้าย คุณจิน ฝากถึงอดีตแฟนว่า ที่เคยบอกว่าเค้าไปทำลายชีวิตตัวเอง จริงๆ ตัวเองเป็นคนทำขึ้นมาเอง ตัวเองเลือกแล้วว่า ทำแบบนี้จะทำลายชีวิตตัวเอง เค้าไม่ได้ทำอะไรนะ เค้าตั้งใจรักตัวเองแล้ว ขอให้ยอมรับความจริงและออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ พร้อมยืนยันว่าจะไม่กลับไปคืนดี
ส่วนคุณที ยืนยัน พวกเธอแค่อยากทำงานที่รักอย่างสุจริต ไม่ได้ต้องการหาเงินด้วยวิธีอื่น และไม่ควรมีใครนำความฝันของผู้อื่นมาเป็นเรื่องตลก
คุณเอิร์น กล่าวว่า ตัวเองโชคดีที่ไม่ได้โดนหนักเหมือนผู้เสียหายรายอื่น แต่รู้สึกโกรธแทนทุกคน จึงตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องราว และขอให้ฝ่ายชายออกมาแสดงความรับผิดชอบ