จากกรณีพลเมืองดีได้มีการแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังนายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง สมาคมสายธารสะพานบุญ หรือ ปอน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเจ้าของ โครงการส่งศพผู้เสียชีวิตฟรีทั่วประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดปทุมธานี ครอบครัวนี้มีกัน 2 คน ซึ่งแม่เสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน โดยมีลูกชายนั่งเฝ้าศพแม่อยู่เพียงลำพังในบ้านพัก ลูกชายอ้างว่าไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวเพื่อนำศพแม่ไปบำเพ็ญกุศล
หลังจากที่ ปอน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้รับเรื่องแล้ว ในเวลา 21.30.น. วันที่ 4 เม.ย.69 ได้เดินทางไปพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรปทุมธานี ได้นำศพผู้เป็นแม่ อายุ 74 ปี ที่นอนเสียชีวิตบริเวณชั้นสองภายในบ้านพักนำไปผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในขณะที่ลูกชาย อายุ 56 ปี มีสภาพอิดโรย เนื่องจากไม่ได้กินข้าวมาเป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้(5 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้น บริเวณหน้าบ้านปิดประตูทึบมีการติดประกาศเอาไว้หน้าบ้าน ใจความว่า“ ทรัพย์สินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก จะดำเนินคดีตามกฎหมาย”
หญิง อายุ 64 ปี เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนแรกไม่รู้เลยว่าบ้านข้างๆมีคนเสียชีวิต เพราะหลังจากปิดร้านช่วงประมาณสองทุ่มกว่าเกือบสามทุ่มก็กลับเข้าบ้าน อาบน้ำ และเข้านอนตามปกติ จนกระทั่งช่วงดึกประมาณสามทุ่มครึ่งมีคนมาบอกว่ามีรถกู้ภัยมาจอดเต็มหน้าบ้าน จึงเริ่มสงสัยว่าอาจมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับบ้านข้างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้รู้เพียงว่าครอบครัวนี้กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยมีเรื่องถูกยึดบ้าน ทำให้เกิดความเครียด แต่รายละเอียดเรื่องอื่นในครอบครัวไม่ทราบเลย
แม้ว่าผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณสองวันตนก็ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ทั้งเรื่องกลิ่นหรือความเคลื่อนไหว เนื่องจากบ้านปิดมิดชิดและศพอยู่บริเวณชั้นสอง จึงไม่สามารถสังเกตได้จากภายนอก อีกทั้งก่อนหน้านั้นยังเคยเห็นลูกชายของบ้านนั้นลงมาพูดคุยตามปกติ จึงยิ่งไม่ได้เอะใจว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น
ทั้งนี้รู้สึกเสียใจเพราะถึงจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ก็เป็นเพื่อนบ้านที่เห็นหน้ากันอยู่เสมอผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี มักออกมาทำกิจวัตรตอนเช้าประมาณตีห้า เช่น รดน้ำต้นไม้ และทักทายกันเป็นประจำ แต่ช่วงหลังครอบครัวนี้มีความเป็นอยู่ลำบาก จึงคอยช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เช่น เมื่อทำอาหารก็จะแบ่งให้ โทรเรียกลูกชายให้ลงมารับข้าวและกับข้าวไปกินกับแม่ รวมถึงก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันก็ยังซื้อของสดอย่างผัก หมู และปลาทูมาให้ และคอยถามว่ามีข้าวสารหรือไม่
ด้านชาย อายุ 61 ปี เพื่อนบ้านอีกคน กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ตนอยู่ในที่เกิดเหตุตอนคุณปอนมารับศพด้วย ซึ่งคาดว่าเกิดจากความเครียดสะสมเรื่องหนี้สินของครอบครัว ที่มีเพียงแม่และลูกชายอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยทั้งสองไม่มีงานทำและขาดรายได้ ทำให้ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากเจ้าหนี้ที่มาตามทวงหนี้ถึงหน้าบ้านและนำป้ายมาติดไว้ ในด้านการช่วยเหลือนั้นคุณปอนจากเพจช่วยเหลือสังคมเข้ามาดูแลในเบื้องต้น โดยให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง และรับปากว่าจะช่วยดูแลเรื่องการจัดงานศพให้
ขณะที่ ประธานหมู่บ้านดังกล่าว กล่าวว่าวันนี้จะเดินทางไปเยี่ยมลูกชายของผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล รวมถึงเตรียมดำเนินเรื่องทางเอกสาร เช่น การแจ้งการเสียชีวิต และการรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวัดใกล้เคียงเพื่อให้คนในชุมชนสามารถมาร่วมงานได้สะดวก เนื่องจากทราบว่าครอบครัวนี้มีกันเพียง 2 คนแม่ลูกเท่านั้น