มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

อดีตนายพลตำรวจ แกะ “พระสมเด็จเนื้อทองคำ” ให้พิสูจน์ ยันไม่เคยบอกว่าเป็นสมเด็จวัดระฆัง แต่ปลุกเสกโดยสมเด็จโต


ดราม่า
12 กรกฎาคม 25691,101
อดีตนายพลตำรวจ แกะ “พระสมเด็จเนื้อทองคำ” ให้พิสูจน์  ยันไม่เคยบอกว่าเป็นสมเด็จวัดระฆัง แต่ปลุกเสกโดยสมเด็จโต

จากกรณีอดีตนายพลตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้ตัดสินใจนำพระสมเด็จเนื้อทองคำแท้ ซึ่งเป็นพระที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นำออกมาประกาศขายในราคา 300 ล้านบาท  จนกลายเป็นที่ฮือฮาและมีการตั้งข้อสังเกตว่า พระสมเด็จองค์ดังกล่าวอาจเป็นทองชุบ  บางรายก็บอกว่าไม่ใช่สมเด็จวัดระฆังที่สมเด็จโตได้ปลุกเสก จนสังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยวิจารณ์กันไปต่างๆนานา


ล่าสุด วันนี้ ( 12 ก.ค.69) อดีตนายพลตำรวจเจ้าของพระสมเด็จเนื้อทองคำแท้ ได้นำพระสมเด็จเนื้อทองคำองค์ที่เป็นข่าวมาให้ร้านรับหลอมทองใกล้กับเทศบาลนครปากเกร็ดทำการตรวจดูอย่างละเอียด โดยมีการแกะองค์สมเด็จเนื้อทองคำออกจากกรอบพระเลี่ยมทองฝังเพชร  จากนั้นได้มีการยิงด้วยเครื่องเปอร์เซ็นต์ยิงทองที่มีมาตรฐานสูง ใช้เวลาตรวจสอบอยู่ 30 นาที พบว่า เป็นพระสมเด็จเนื้อทองคำ จริงๆ โดยมีเปอร์เซ็นต์ทองถึง 87.55 เปอร์เซ็นต์ เงิน 8.308% ทองแดง 3.760%


ต่อมาได้มีการนำสมเด็จเนื้อทองคำองค์ดังกล่าวไปชั่งน้ำหนักทอง ปรากฏว่าเป็นทองคำที่มีน้ำหนัก 17.27 กรัม หรือหนักเท่ากับ 1 บาท 2 กรัม หากตีเฉพาะราคาทองอย่างเดียวในวันนี้ทางร้านให้ราคา 62,400 บาท (เฉพาะเนื้อทองคำอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับองค์พระ) ซึ่งทางอดีตนายพลตำรวจถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พระสมเด็จเนื้อทองคำที่ตนครอบครองอยู่นี้ เป็นพระสมเด็จเนื้อทองคำจริงๆไม่ใช่ อย่างที่สังคมหรือชาวโซเชียลเคลือบแคลงสงสัย


อดีตนายพลตำรวจ กล่าวต่อว่า ตนอยากจะชี้แจงข้อสงสัยทุกประเด็นว่าตนได้พระสมเด็จเนื้อทองคำมาอย่างไร  โดยพ่อบุญธรรมปัจจุบันท่าน อายุ 94 ปี ท่านเกษียณตำแหน่งรองอธิบดีกรมการศาสนา และเคยเป็นเลขาท่านขวัญแก้ว วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตนรักและเคารพท่านมากจนท่านรับตนเป็นบุตรบุญธรรม ท่านมีลูกเพียง 2 คน ลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนลูกสาวก็มีครอบครัวปักหลักๆอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา


เมื่อปี พ.ศ 2553 ตนได้ไปในงานวันเกิดของพ่อบุญธรรม หลังงานเลิก ท่านได้มอบพระสมเด็จเนื้อทองคำให้กับตนเก็บไว้ ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่รู้ว่าเป็นเนื้อทองคำ จนกระทั่งตนเกษียณอายุราชการและมีเวลามาศึกษาอ่านตำราเกี่ยวกับวงการพระเครื่อง โดยอาจารย์โจ๊กและคุณไพศาล พืชมงคล เคยเห็นพระสมเด็จเนื้อทองคำองค์นี้แล้วบอกกับตนว่าเป็นวัตถุมงคลที่ล้ำค่าให้เก็บไว้ให้ดี และอาจารย์โจ๊กยังออกใบเซอร์การันตีว่าเป็นสมเด็จเนื้อทองคำแท้ อีกทั้งตนยังได้อ่านหนังสือที่อาจารย์ไพศาลได้เขียนไว้ถึงประวัติของสมเด็จเนื้อทองคำ ที่จัดสร้างโดยพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศหรือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ที่จัดสร้างเพียง 8 องค์และถวายให้กับรัชกาลที่ 5 โดยตนยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าเป็นสมเด็จวัดระฆังแต่ยืนยันว่าเป็นสมเด็จเนื้อทองคำที่จัดสร้างในสมัยนั้นและปลุกเสกโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต


อดีตนายพลตำรวจ กล่าวอีกว่า เนื่องจากพระสมเด็จรุ่นนี้ถูกจัดสร้างในวาระพิเศษเพื่อถวายให้กับพระมหากษัตริย์และเชื้อพระองค์เพียงแค่จำนวน 8 องค์เท่านั้น จึงแทบไม่มีการหมุนเวียนออกมาในวงการพระเครื่องเหมือนกับพระสมเด็จทั่วๆไป ทำให้ผู้คนแทบไม่เคยรู้ประวัติเรื่องราวการจัดสร้างมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ตนตั้งราคาขายไว้เพียง 300 ล้านบาท ไม่สูงเท่ากับราคาที่เคยมีคนเคยขายให้มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นไปในราคา 3,000 ล้านบาทนั้น เป็นเพราะตนต้องการให้ผู้ที่มีบุญที่จะได้ครอบครองพระสมเด็จเนื้อทองคำองค์นี้ได้ย้ายเปลี่ยนมือไปอยู่กับผู้มีบารมีที่จะได้ครอบครองจริงๆ หากไปตั้งราคาขายเท่ากับที่มีคนเคยขายให้มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นไปแล้วมหาเศรษฐีชาวไทยคนไหนจะได้ครอบครอง ราคา 300 ล้านบาทจึงเป็นราคาที่เหมาะสม สมเหตุสมผลแล้ว และตนก็ไม่ต้องการให้พระสมเด็จที่เป็นประวัติศาสตร์ออกไปอยู่นอกประเทศกันหมด

 

อดีตนายพลตำรวจ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พระสมเด็จทองคำองค์นี้ของตนผ่านการตรวจสอบต่างๆมาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจทางวิทยาศาสตร์ ตำหนิ พิมพ์ทรงหรือการตรวจสอบเนื้อทองคำยุคเก่าก็ทำการตรวจสอบมาหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่การทดลองนำไปจำนำที่โรงรับจำนำเพื่อให้ทางโรงรับจำนำ นำไปลองเช็กเปอร์เซ็นต์ดู ตนก็ได้ทำการพิสูจน์มาทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องก็ยืนยันและออกบัตรรับรองให้กับตนด้วยเช่นกัน ทำให้ตนรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ครอบครองพระองค์ที่เป็นประวัติศาสตร์และถือเป็นพระที่แพงที่สุดในวงการพระเครื่องตอนนี้


อดีตนายพลตำรวจ  กล่าวต่อว่า “ขอยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่เคยบอกว่าพระสมเด็จเนื้อทองคำที่ตนมีอยู่ เป็นสมเด็จวัดระฆัง เพียงแต่เป็นพระสมเด็จเนื้อทองคำที่ปลุกเสกโดยสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี จัดสร้างเพียงแค่ 8 องค์ โดยกรมพระราชวังบวรวิไชยและนำถวายให้กับรัชกาลที่ 5 ในสมัยนั้น


ที่ตนออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนเพราะต้องการให้ พระ สมเด็จเนื้อทองคำองค์นี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีบุญบารมี และเลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จโตจริงๆ หากผู้สนใจและและมีกำลังทรัพย์เพียงพอ ก็สามารถติดต่อพูดคุยกับตนได้  มาพูดคุยเจรจาแลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็นในเรื่องของสมเด็จเนื้อทองคำ ส่วนราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตนเชื่อว่าพระเลือกคนคนเลือกพระ”


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#พระสมเด็จเนื้อทองคำ#วงการพระเครื่อง#มรดกตกทอด#ตำรวจเกษียณ#โหนกระแส
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook