วันที่ 8 ก.ย. 2569 หลังจากหญิง อายุ 77 ปี เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีขับรถเบนซ์ย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต พ.ต.ท. ภุชงค์ เม้าทุ่ง สารวัตร งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต สน. วิภาวดี เปิดเผยว่า
ตำรวจได้เชิญตัวหญิงคนดังกล่าว ซึ่งมีพฤติกรรมขับขี่รถออกจากห้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะกลับรถ แล้วขับขี่ย้อนศร
โดยเบื้องต้น ผู้ขับขี่อายุเยอะแล้ว คาดว่าน่าจะมีความเข้าใจผิดจึงได้ขับรถสวนทาง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเครื่องหมายย้อนศร แต่เข้าใจว่าตรงนั้นเป็นที่กลับรถ เลยทำให้ขับเลี้ยวเข้าไป แล้วขับย้อนประมาณ 1 กิโลเมตร
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินคดีในข้อหาหลักคือ ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น ที่จะมีการเสนอส่งพนักงานอัยการฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย. 2569)
ในส่วนข้อหาปรับ 3 ข้อหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการออกใบสั่ง และเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว ส่วนรถเบนซ์ได้ริบไว้เป็นของกลางในคดี จะดำเนินการส่งพนักงานอัยการ เพื่อเสนอต่อศาลแขวงพระนครเหนือเพื่อทำการริบรถต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หญิงคนดังกล่าวให้การว่าอย่างไรบ้าง เพราะมีพฤติกรรมขับรถย้อนศรและโดนบีบแตรแล้วแต่ไม่หยุดรถ พ.ต.ท. ภุชงค์ ตอบว่า เขาบอกว่าเขาได้ยินเสียงแตรรถ แต่ด้วยความตกใจจึงไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากนี้ยังเข้าใจเครื่องหมายผิด แต่ใช้เส้นทางนี้บ่อยเป็นประจำอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่มีโรคประจำตัว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับทางลูกสาวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจริง ๆ ลูกสาวเขาดูแลอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นเพราะความที่เขาออกมาในบริเวณที่ใกล้บ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่าจะมีการไปปรับปรุงพื้นที่ให้ชัดเจนกว่าเดิมหรือไม่ พ.ต.ท. ภุชงค์ ระบุว่า บริเวณจุดเกิดเหตุมีสัญลักษณ์ชัดเจน เพราะว่าจุดบริเวณที่เกิดเหตุ ถ้าขับชิดเลนซ้ายไปกลับรถมันจะมีช่องทางไปปกติ ซึ่งไม่ว่าจะช่องทางหลักหรือช่องทางรองก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันไปวางกรวยให้ชัดเจนกว่าเดิม
มีการปรับไป 3,000 บาท ส่วนการริบรถขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลในการพิจารณากรณีขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะถูกศาลสั่งริบรถ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และทางผู้ต้องหามีสิทธิ์อุทธรณ์ชี้แจง
ที่มา : ข่าวสด