รายการโหนกระแสในวันนี้ (29 พ.ค. 2569) พูดคุยเหตุการณ์เมาแล้วขับ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของ ‘พี่ก้อง’ อดีตพนักงานช่อง 3 ที่ภายหลังได้ผันตัวมาประกอบอาชีพไรเดอร์ rujก้องถูกรถกระบะพุ่งชนอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามองคือ ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ถูกระบุว่าเป็น ผอ. สำนักงานสืบสวนฯ ป.ป.ช.
โดยผู้ร่วมรายการประกอบด้วย พี่เก่ง พี่สาวของผู้เสียชีวิต, น้องฟิล์ม ลูกชายของผู้เสียชีวิต, กลุ่มพลเมืองดี ได้แก่ คุณแม็ก คุณหนุ่ม และคุณณัฐ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
และอาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส ซึ่งเริ่มรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้กล่าวขอบคุณอาจารย์ปรเมศวทั้งที่อาจารย์ติดภารกิจต้องไปต่างจังหวัด และซื้อตั๋วเดินทางไว้แล้ว แต่อาจารย์ตัดสินใจเลื่อนงานและซื้อตั๋วใหม่เพื่อมาให้ข้อมูลในวันนี้ โดยสาเหตุที่อาจารย์ปรเมศวร์ต้องการมา เนื่องจากต้องการนำประสบการณ์ส่วนตัว ที่เคยผิดพลาดเรื่องเมาแล้วขับและมีการเฉี่ยวชนมาถ่ายทอด เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเป็นข้าราชการเมื่อทำผิดต้องกล้ายอมรับผิด
พี่เก่ง เล่าว่า ทราบเรื่องจากหลานชายที่โทรมาบอกลูกของตน ซึ่งตอนแรกยังทำใจไม่ได้ พยายามบอกตัวเองว่าไม่จริง ไม่ใช่ จนกระทั่งไปถึงที่เกิดเหตุ
คุณแม็ก พลเมืองดีที่เป็นประจักษ์พยาน เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุตนขี่ จยย. ตามหลังพี่ก้อง โดยพี่ก้องขับอยู่เลนซ้ายสุด ขณะนั้นคุณแม็กสังเกตเห็นรถกระบะสีดำขับมาด้วยความเร็วสูงจากเลนขวาสุด แล้วตบเข้าเลนซ้ายอย่างกะทันหัน ผ่านหน้าคุณแม็กไปเพียงนิดเดียวแล้วพุ่งชนพี่ก้อง รถกระบะลากทั้งร่างของพี่ก้องและ จยย. ไปโดยไม่มีการเบรก ลากไปไกลประมาณ 100 เมตร จนกระทั่งร่างและ จยย. หลุดออกมา หลังจากนั้นรถกระบะไม่ได้หยุดรถ แต่พยายามขับต่อไปทั้งที่ล้อหน้าด้านซ้ายหักและยางแตก
คุณหนุ่ม พลเมืองดีอีกราย เล่าว่า ตนเองขับตามมาหลังมาอีก ไม่เห็นวินาทีชน แต่เห็นแขนคนตกอยู่ก่อน แล้วจึงเห็น จยย. และร่างของพี่ก้องที่อยู่ห่างออกไป
คุณหนุ่มได้ขี่ จยย. ตามไป ขณะที่รถกระบะพยายามเร่งเครื่องไปได้อีกเกือบ 1 กิโลเมตร โดยตอนแรกขับตรงไปเลานขวา ก่อนจะลงสะพานแล้วเข้าเลนซ้าย จนกระทั่งจอด ซึ่งคาดว่ารถคงไปต่อไม่ได้
คุณหนุ่ม ให้ข้อมูลว่า ตอนแรกตนขับติดตามไปเรื่อย ๆ โดยที่รถคู่กรณีไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลย ระยะทางจากจุดที่ชนจนถึงจุดที่รถหยุดนิ่งสนิทนั้น คาดว่าน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 1 กิโลเมตร เมื่อเห็นรถเริ่มชะลอคุณหนุ่มจึงตัดสินใจขับไปจอดดัก โดยเลยไปทางด้านหน้าอีกหน่อยเพื่อความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าคนขับจะเหยียบคันเร่งใส่หรือไม่ เนื่องจากตอนนั้นรถยังไม่หยุดสนิท แต่มีการไหลต่อมาอีกเล็กน้อย
ในขณะนั้นคุณหนุ่มอยู่เพียงคนเดียวและทำอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องวิดีโอคอลกับเพื่อน แล้วแพนกล้องไปทางหน้ารถ หลังจากจอดสนิทได้ประมาณ 2 ถึง 3 นาที ก็มีผู้ชายสวมเสื้อสีขาวเดินลงมาจากฝั่งคนขับ ซึ่งคุณหนุ่มยืนยันว่า เห็นกับตาว่าชายเสื้อขาวคนนี้ลงมาจากตำแหน่งคนขับแน่นอน คุณหนุ่มจึงแจ้งชายคนนั้นไปว่า “พี่ พี่ขับรถชนคน แล้วเขาเสียชีวิตด้วย อยากให้พี่หยุดเพราะถ้าไปต่อจะอันตราย เนื่องจากยางแตกหมดแล้ว” แต่ชายเสื้อขาวไม่ตอบคำถามใด ๆ ทำหน้ามึนงงแล้วเดินกลับขึ้นรถไปนั่งในฝั่งคนขับตามเดิม
จากนั้น คุณหนุ่มได้ยินเสียงไซเรน คิดว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุแล้ว จึงตัดสินใจย้อนศรกลับไปที่จุดเกิดเหตชน เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้มาเฝ้าคนขับกระบะไว้ เพื่อฟ้องกันการหลบหนี
คุณภูตะวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัย เล่าว่า เมื่อได้รับแจ้งเหตุและมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคันแรก เห็นร่างผู้เสียชีวิต จึงนำรถขวางไว้เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน เนื่องจากเป็นจุดทางขึ้นสะพาน ในขณะนั้นมีพลเมืองดีมาแจ้งว่า รถคันที่ชนจอดอยู่ด้านล่าง คุณภูตะวันจึงประสานทางวิทยุให้ทีมงานอีกชุดไปตรวจสอบและเปิดสัญญาณไฟเตือนไว้
คุณณัฐ พลเมืองดีอีกท่านหนึ่งที่ตามไปถึงจุดที่รถจอด เล่าว่า เมื่อไปถึงพบคุณหนุ่มรออยู่ก่อนแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้ง 191 และพยายามหาทางติดต่อตำรวจท้องที่จนได้เบอร์สายตรวจ สภ. บางศรีเมือง มาจากการถามพนักงานปั๊มน้ำมัน ยืนยันว่าตอนที่ตนไปถึง เห็นชายเสื้อขาวยืนอยู่ตรงเกาะกลางถนนเพียงคนเดียว ต่อมาชายคนดังกล่าวได้กลับเข้าไปนั่งในรถอีก จนกระทั่งมีพลเมืองดีหลายคนตามมาสมทบ และมีการเคาะประตูเรียกให้ลงมา เมื่อชายเสื้อขาวลงมาอีกครั้ง คุณณัฐได้ถามว่า “พี่ดื่มมาหรือเปล่า” แต่เขาไม่ตอบและไม่พูดอะไรเลย
คุณหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่า จากการมองเข้าไปในรถ มั่นใจว่าไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในรถแน่นอน มีเพียงคนขับเสื้อขาวเพียงคนเดียว
ประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลังเป็นข่าวคือ ช่วงที่ตำรวจมาถึง กลับมีชายสวมเสื้อสีดำ เดินเข้ามาหาตำรวจและแสดงตัว คล้ายกับจะรับว่าเป็นคนขับ ทำให้กลุ่มพลเมืองดีและประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่วางใจ ตะโกนคัดค้านว่า “ไม่ใช่ ผิดคนแล้ว คนขับคือเสื้อขาว”
อาจารย์ปรเมศวร์ ได้ให้มุมมองทางกฎหมายต่อพฤติกรรมการเปลี่ยนตัวคนขับว่า โดยปกติแล้วการพยายามเปลี่ยนตัวผู้กระทำผิด มักจะพบเห็นในชั้นศาล เช่น คดีเกี่ยวกับการเล่นการพนัน แต่การมาขอเปลี่ยนตัวกันแบบซึ่งหน้าในที่เกิดเหตุเช่นนี้ เป็นสิ่งที่อาจารย์ไม่เคยพบเจอมาก่อน โดยเฉพาะในกรณีที่มีกลุ่มพลเมืองดีคอยสังเกตการณ์และยืนยันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา
การที่ชายเสื้อดำอ้างกับตำรวจว่าตนเป็นคนขับ ทั้งที่เป็นความเท็จ ถือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นการกระทำผิดร่วมกันของทั้งสองคน แม้โทษฐานแจ้งความเท็จอาจดูไม่รุนแรงในสายตาคนทั่วไป แต่ในทางหลักการแล้วนี่คือการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและมีโทษที่หนักมาก
อาจารย์ปรเมศวร์ยังให้ข้อคิดเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันไม่ควรมีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดีอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ เพราะกล้องวงจรปิดบนท้องถนนเปรียบเสมือนตาสับปะรดที่กระจายอยู่ทั่วทุกแห่ง และความจริงแล้วเรื่องนี้อาจจะไม่กลายเป็นประเด็นโด่งดัง หากไม่มีพยายามเปลี่ยนตัวคนขับเพื่อให้รับผิดแทนกัน
อาจารย์ได้ยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยขับรถเฉี่ยวชนคนบาดเจ็บ โดยในตอนนั้นอาจารย์ไม่รู้ตัวว่าชน แต่เมื่อมีรถบรรทุก 6 ล้อบีบแตรเตือนให้จอด อาจารย์ก็หยุดรถทันทีและอยู่รับผิดชอบในที่เกิดเหตุโดยไม่ได้หนีไปไหน
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ผู้บาดเจ็บเป็นช่างซ่อม จยย. ที่ขับขี่บนไหล่ทาง และกำลังใช้เท้าดัน จยย. อีกคันที่อยู่บนทาง เพื่อนจะนำไปซ่อม แต่รถคันนี้ไม่มีไฟ ทำให้เกิดการเฉี่ยวชน คนนึงเจ็บไม่มาก แต่คนดันรถเจ็บมากหน่อยเพราะรถล้มทับเท้า
อาจารย์ปรเมศวร์ตัดสินใจที่จะไม่ใช้ข้อกฎหมายหรือตำแหน่งหน้าที่มาสู้คดีเพื่อเอาชนะ เพราะเห็นว่าคู่กรณีได้รับความลำบากและเป็นฝ่ายบาดเจ็บ อาจารย์มองว่าหากตนเองใช้ช่องทางกฎหมายมาสู้จนชนะ แต่ชนะแล้วได้อะไร นอกจากตนเองจะเสียเกียรติในฐานะข้าราชการตำแหน่งใหญ่โตแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุด
นอกจากนี้ อาจารย์ยังเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในช่วงที่ไปโรงพักเพื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวนายนหนึ่งเสนอว่า ถ้าต้องการให้ค่าแอลกอฮอล์ออกมาไม่ถึงเกณฑ์ (ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ให้จ่ายเงินจำนวน 100,000 บาท เนื่องจากทราบว่าอาจารย์เป็นอัยการ แต่อาจารย์ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป และยืนยันที่จะยอมรับผิด โดยในขณะนั้นอาจารย์วัดค่าแอลกอฮอล์ได้ที่ประมาณ 70 กว่ามิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีปัจจุบันที่วัดได้สูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก
อาจารย์ปรเมศวร์ให้ข้อคิดว่า การเป็นคนในกระบวนการยุติธรรม ต้องรักษาความยุติธรรมให้ได้ และต้องพร้อมยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ยิ่งหากผู้กระทำผิดเป็นถึงฝ่ายสืบสวนของ ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าปกติ แม้ว่าการเมาแล้วขับจะเป็นพฤติกรรมนอกเวลาราชการที่ศาลปกครองสูงสุดเคยมีแนวทางว่า อาจไม่ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงในบางกรณี แต่หากการกระทำนั้นนำไปสู่การเสียชีวิต หรือมีการพยายามเปลี่ยนตัวคนขับ พฤติการณ์ดังกล่าวจะถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงกว่าเดิมมาก และต้องพิจารณาตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
ในรายการได้มีการเปิดคลิปที่มีเสียงคนในเห็นเหตุการณ์ตะโกนเรียกให้คนขับลงจากรถ และมีการทักท้วงว่ามีการเปลี่ยนตัวคนขับเกิดขึ้น โดยพลเมืองดีได้พยายามขอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทันที แต่สุดท้ายต้องไปดำเนินการที่โรงพัก
ในระหว่างรายการมีการต่ติดต่อหาคุณคิม พลเมืองดีอีกท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่รถกระบะจอดนิ่งแล้ว คุณคิมเล่าว่า ในตอนแรกเธออยู่กับคุณแม็ก ซึ่งกำลังตกใจและสั่นมากจากภาพเหตุการณ์ที่เห็น เมื่อคุณคิมตามมาถึงจุดที่รถกระบะจอด เธอเห็นเพียง ผอ. คนใส่เสื้อขาวอยู่ตรงนั้น แต่ต่อมาเห็นชายเสื้อดำและผู้หญิงเดินมาจากทางปั๊มน้ำมันบางจากซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วข้ามถนนมาที่รถ คุณคิมยืนยันว่า เมื่อตำรวจมาถึง ได้มีการพูดคุยและเหมือนจะพาตัวชายเสื้อดำไป เธอจึงได้โวยวายคัดค้านทันทีว่า คนขับที่แท้จริงคือคนสวมเสื้อขาวที่เดินวนมาอยู่ด้านหลังเธอ
เมื่อเทียบเวลาจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่ารถกระบะคันที่ชนขับมาจอดนิ่งสนิทในเวลา 22.14 น. แต่ภาพจากกล้องอีกมุมหนึ่งแสดงให้เห็นว่าชายเสื้อดำเพิ่งจะเดินข้ามถนนมาจากฝั่งปั๊มน้ำมันในเวลา 22.46 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ห่างจากช่วงที่เกิดเหตุแล้วถึง 30 กว่านาที
ในขณะที่ท่าน ผอ. ได้ให้สัมภาษณ์โดยยอมรับว่า ได้ไปรับประทานอาหารและดื่มมาเล็กน้อยจริง แต่ท่าน ผอ. ยืนยันและยอมรับว่าตนเองเป็นคนขับรถมาโดยตลอด และมองว่าเรื่องการเปลี่ยนตัวเป็นความเข้าใจผิด ท่าน ผอ. อ้างว่าในขณะนั้นตนเองมีสติครบถ้วน แต่ไม่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุชนคน โดยเข้าใจว่ามี จยย. มาชนท้ายรถของตน ส่วนที่ไปนั่งฝั่งผู้โดยสารเพราะถูกกลุ่ม จยย. จำนวนมากล้อมรถไว้ ท่าน ผอ. กล่าวว่าจะรับผิดชอบเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รวมถึงจะส่งเสียลูกของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนให้เรียนจบสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามกลุ่มพลเมืองดี ประเด็นที่ ผอ. กล่าวอ้างว่ามีการไปล้อม กลุ่มพลเมืองดีตอบกลับว่า ไม่ และก็ดูได้ตามภาพคตามวีดีโอที่อยู่ในสื่อตอนนี้ ไม่ได้มีการล้อมในลักษณะที่เป็นอันตราย
หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดคลิปและให้ความเห็นเสริมว่า จากการดูคลิปเหตุการณ์ประกอบจะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีการรุมล้อมท่าน ผอ. อย่างที่ท่านกล่าว และภาพที่ปรากฏคือ ท่าน ผอ. เดินไปมาได้โดยมีพลเมืองดีเพียงไม่กี่คนเดินตามเพื่อรักษาสถานการณ์ คำกล่าวอ้างของท่าน ผอ. ที่ว่าถูกล้อมนั้น ดูเป็นการพยายามบอกว่าพลเมืองดีไปกดดันท่าน ทั้งที่ความจริงแล้วคนเหล่านี้คือพลเมืองดีที่พยายามเก็บภาพและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ส่วนที่บอกว่าท่านจะเข้าไปนั่งหลบ แต่มีคนมาดึงประตู จากคลิปคือผู้หญิงที่ตามมาเป็นคนพาท่านไปนั่ง
อาจารย์ปรเมศวร์ก็ได้ให้ความเห็นในเชิงกฎหมายว่า ภาพถ่ายและคลิปนั้นอธิบายเหตุการณ์ได้ชัดเจนกว่าคำพูด เพราะคำพูดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ภาพหลักฐานไม่โกหก ซึ่งในภาพก็เห็นชัดว่าไม่มีการรุมล้อม และท่าน ผอ. ก็เดินวนรอบรถได้ตามปกติ
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องไทม์ไลน์ พบว่าท่าน ผอ. อ้างว่าเลิกงาน 16.30 น. และไปร้านอาหารประมาณ 18.00 น. นั่งจนถึงประมาณ 21.00 น. แต่เหตุเกิดประมาณ 22.10 น. ซึ่งพลเมืองดีให้ข้อมูลว่า ระยะทางจากร้านมาถึงจุดเกิดเหตุห่างเพียง 1 กิโลเมตร ช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าขัดแย้งกับความเป็นจริงที่อ้างว่าดื่มเพียงเล็กน้อยและนั่งแป๊บเดียว
อาจารย์ปรเมศวร์ ให้ความเห็นว่า ข้ออ้างที่ว่าเ ข้าใจว่ารถคันอื่นมาชนท้ายนั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากสภาพรถกระบะมีล้อหน้าฝั่งซ้ายหักพังยับเยิน ซึ่งเป็นไปไม่ได้หากถูกชนท้าย
ความผิดฐานเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3 ถึง 10 ปี และหากมีการพยายามเปลี่ยนตัวคนขับจริง จะถือเป็นความผิดทางวินัยที่ร้ายแรงมากสำหรับข้าราชการ ป.ป.ช.
อาจารย์เน้นย้ำว่า คนในกระบวนการยุติธรรมต้องกล้ายอมรับความจริง และไม่ควรบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นไม่โกหก และศาลจะยึดถือเป็นหลักฐานสำคัญ
หนุ่ม กรรชัย ได้ถามพลเมืองดีว่า ถ้าวันนั้นไม่มีพวกคุณอยู่ตรงนั้น คุณคิดว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร คุณณัฐตอบว่า “มันก็จะเป็วัน ๆ นึงของคนขับกระบะครับ แต่มันก็จะเป็ทั้งชีวิตของครอบครัวเขา (ไรเดอร์) อ่ะพี่ มันจะจบแบบนั้นครับ” และเมื่อถูกถามต่อว่า คิดว่าใครจะเป็นคนขับในคืนนั้น คุณณัฐตอบว่า ก็ถ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้น ถ้าเกิดว่ามีการสลับตัวอย่างที่เขาพยายามจะทำคืนนั้นจริง ๆ แล้วมันสำเร็จ ก็อาจจะเป็นคนเสื้อดำ
คุณแม็กก็บอกว่า คิดว่าเรื่องน่าจะเป็นอีกแบบ เรื่องน่าจะเงียบ เพราะตนไม่รู้หรอกว่าคนขับเขาอยู่ในตำแหน่งนี้ เมื่อถามต่อว่า คิดว่าคืนนั้นใครจะถูกระบุว่าเป็นคนขับ คุณแม็กตอบสั้น ๆ ว่า “เสื้อดำ” พอถามว่าเพราะอะไร คุณแม็กตอบว่า ก็เห็นอยู่
ส่วนคุณหนุ่ม มองว่า ถ้าไม่อยู่ตรงนั้น ความจริงก็อาจจะไม่ปรากฏ ส่วนใครจะขับนั้น ก็อาจจะไม่ใช่เสื้อดำก็ได้ อาจจะเป็นใครก็ได้ แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่เสื้อขาวเป็นคนขับแน่นอน อาจจะเป็นใครก็ได้ แต่วันนี้อยู่ด้วยกัน ความจริงมันปรากฏ
นอกจากนี้ คุณหนุ่มยังได้เปิดเผยว่า ได้ตามไปที่โรงพัก ไปดูตอนเป่าแอลกอฮอล์ หลังให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ตำรวจก็บอกว่าให้กลับไปพักได้ แต่พวกตนไม่กลับ เพราะอยากจะอยู่รอเจอญาติผู้เสียชีวิต
ประเด็นสุดท้าย อยู่ที่คลิปเสียงและภาพในที่เกิดเหตุ ซึ่งท่าน ผอ. ได้พูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่จะให้เป่าแอลกอฮอล์ว่า “เป่าเลยพี่ ต่อให้พี่เมาพี่ก็ไม่ได้ขับ” ซึ่งคำพูดนี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับการมาแถลงข่าวในภายหลังว่า ตนเองยอมรับว่าเป็นคนขับรถมาโดยตลอด ส่วนในเรื่องของการเปลี่ยนตัว หากชายเสื้อดำไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นคนขับ ทั้งชายเสื้อดำและผู้ใช้จ้างวานจะมีความผิด ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานทันที
หนุ่ม กรรชัย และอาจารย์ปรเมศวร์ ได้กล่าวชื่นชมพลเมืองดี โดยอาจารย์กล่าวเสริมว่า แม้การทำหน้าที่นี้อาจจะไม่มีทางได้รางวัลใหญ่โตอะไร แต่การกระทำของพวกเขาควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง และอยากฝากถึงหน่วยงานอย่าง ป.ป.ช. หรือกระทรวงยุติธรรมให้มอบรางวัลเล็ก ๆ เช่น เหรียญเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นกำลังใจให้พลเมืองดีที่มีความกล้าหาญเช่นนี้ สังคมต้องการคนที่เป็นพยาน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในปัจจุบันคนที่เป็นหูเป็นตาให้สังคมแบบนี้หาได้ยาก
ด้านคุณหนุ่ม กรรชัย ก็ได้กล่าวขอบคุณกลุ่มพลเมืองดี พร้อมทั้งให้กำลังใจว่าไม่ต้องกังวลใจกับข้อกล่าวหาที่ว่าไปรุมล้อมคู่กรณี เพราะภาพหลักฐานทุกอย่างในคลิปบอกชัดเจนว่าพวกเขาสิ่งที่ทำไปคือการเก็บภาพและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตเท่านั้น หากคืนนั้นไม่มีกลุ่มพลเมืองดีเหล่านี้คอยสังเกตการณ์ เรื่องราวอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนี้