วันที่ 16 มิ.ย. 2569 จากกรณี ‘อ้อ ไพรัช’ เข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ถูกชาย อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นตาเลี้ยง กระทำการล่วงละเมิดตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปี กระทำมาแล้วกว่า 1 ปี โดยเชื่อว่ายายของเด็ก อายุ 54 ปี ให้การสนับสนุน เนื่องจากมีข้อมูลว่ายายได้พาเด็กไปฝังเข็มคุมกำเนิด
เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา ทั้งตาเลี้ยงและยายได้ตัดสินใจขายวัวยกคอก ได้เงินประมาณ 50,000 บาท แล้วหายตัวไป จากนั้น ตำรวจ สภ. กระสัง ได้ออกหมายจับทั้งสองคน แต่ยังตามตัวไม่เจอ
ในเวลาต่อมา มีคนถ่ายคลิปทั้งสองนั่งรอรถไฟที่สถานีห้วยราช อ. ห้วยราช จ. บุรีรัมย์ คาดว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ตำรวจได้ตั้งข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ผู้อยู่ในปกครอง ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ. ธีรพล ยมนา ผกก.สภ. กระสัง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยทั้งสามีและภรรยาให้เข้มข้น เพราะคดีดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคมและเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ
ล่าสุด หญิง อายุ 79 ปี ยายทวดของเด็กได้ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนั้นยายเด็กมาขอเด็กไปเลี้ยง พวกตนและญาติไม่อยากให้ไป เพราะเขามีสามีอายุน้อยกว่า เกรงว่าหลานจะเป็นอันตราย แต่เขาอ้างว่าสามีของเขานั้น “ของตายแล้ว ไม่สามารถทำอะไรเด็กได้แน่นอน” พวกตนจึงหลงเชื่อให้หลานไปอยู่ด้วย ส่วนพ่อแม่ของหลาได้แยกทางกันไปตั้งแต่หลานยังเล็ก
ไม่คิดว่าเรื่องที่พวกตนระแวงไว้มันจะเป็นจริงแบบนี้ ใจลึก ๆ ถ้าตำรวจจับตัวมาได้อยากให้ตัดของมันทิ้ง