วันที่ 25 มีนาคม 2569 สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จ. สุราษฎร์ธานี ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า
ตามที่ปรากฏข่าวในเพจหม่อนไหม สุราษฎร์ธานี และปรากฏในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กรณีมีการแจ้งข่าวว่า ทาง สภ. ท่าชนะ ไม่สามารถส่งสำนวนคดีอาญาให้พนักงานอัยการทุจริตภาค 8 เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในเวลา 84 วัน และทำให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย โดยไม่มีเงื่อนไขนั้น
สภ. ท่าชนะ ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ในการทำสำนวนสอบสวนคดีดังกล่าว จะต้องมีสำนวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 สำนวน คือ
- สำนวนคดีอาญาที่ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐกับพวก รวม 5 คน (คดีหลัก)
- สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้ตาย
- รายงานการไต่สวนการตาย จากศาลจังหวัดไชยา เพื่อจะยื่นต่ออัยการสูงสุด พิจารณาสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา (ความเห็นทางคดี)
แต่ในกรณีดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 และส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการจังหวัดไชยา เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 ทางพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอไต่สวนการตาย โดยศาลจังหวัดไชยานัดไต่สวนในวันที่ 18 พ.ค. 2569 ในส่วนสำนวนคดีอาญาพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนเสร็จสิ้น
ต่อมา พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจังหวัดไชยา ได้พิจารณาเห็นว่า จะต้องส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา จึงได้เสนอสำนวนไปตามลำดับชั้น จนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาแล้ว คดีนี้จะต้องรอผลการไต่สวนการตายจากศาลจังหวัดไชยา เพื่อนำผลการไต่สวนของศาลมารวมกับคดีอาญาหลัก และคดีสำนวนชันสูตร รวม 3 สำนวน ทางอัยการสูงสุดจึงสามารถทำความเห็นทางคดีได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้พิจารณาคืนสำนวนมา เพื่อรอสำนวนการไต่สวนการตายจากศาลจังหวัดไชยาก่อน เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว จึงสามารถส่งสำนวนไปตามลำดับชั้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป
อนึ่ง ในการดำเนินการสอบสวนคดีดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งความคืบหน้าให้ผู้กล่าวหาทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวและปัญหาอุปสรรคแล้ว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้เสียหายหรือพยานในคดีนี้ เบื้องต้นได้ดำเนินการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองพยานไว้อยู่ก่อนแล้ว ปัจจุบันได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้เพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองพยาน และสำหรับข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหานั้น ยังจะต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ลงชื่อ พันตำรวจเอกสนั่น ศรีสุวรรณโน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าชนะ