4 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 15.30 น. กล้องวงจรปิดจับภาพ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 บริเวณลานจอดรถของสถานบันเทิงปิดกิจการไปแล้ว ในพื้นที่ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
จากภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า ด.ช. อายุ 14 ปี กำลังเดินไปขึ้นรถกลับบ้านหลังเลิกเรียน จู่ๆ มีเด็กวัยรุ่น 5 คน ขี่จักรยานยนต์มาจอด กรูเข้ามาห้อมล้อมทำร้ายร่างกาย ด.ช.14 ปี โดยคลิปจะเห็นชัดว่า วัยรุ่นเสื้อแดงมีท่าทีสุดห้าว ใช้หมวกกันน็อกตีที่หัว ด.ช.14 ปี หลายครั้ง หลังก่อเหตุเสร็จฝ่ายวัยรุ่น 5 คน จึงพากันขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ทั้งนี้คลิปหลักฐานบางส่วนที่ชาวบ้านในที่เกิดเหตุถ่ายไว้ได้ ยังปรากฏหลักฐานชัดว่าเหตุการณ์ ด.ช. 14 ปี ถูกรุมทำร้ายเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง โดยหลังเกิดเหตุทางครอบครัวผู้เสียหายได้พา ด.ช.อายุ 14 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ. ปลวกแดง จ.ระยอง
ล่าสุดวันนี้ตำรวจนัดครอบครัวผู้เสียหายมา พบเพื่อสอบปากคำโดยละเอียด หลังครอบครัวผู้เสียหายพบตำรวจได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี พี่สาวของ ด.ช.14 ปี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุน้องเดินออกมาจากโรงเรียน พอถึงตรงจุดเกิดเหตุก็ถูกวัยรุ่น 5 คน เข้ามาทำร้ายร่างกายตามในคลิป สำหรับสาเหตุที่น้องชายถูกทำร้ายเพราะว่าน้องชายอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นที่มาก่อเหตุ กลุ่มวัยรุ่นที่มาก่อเหตุจะมาทำร้ายร่างกายคู่กรณี แต่ไม่เจอมาเจอน้องชายจึงทำร้ายร่างกายน้องชายแทน
ด้านนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี พ่อของ ด.ช. 14 ปี เปิดเผยว่า หลังจากที่ลูกชายถูกทำร้ายร่างกายได้มาแจ้งความ ไปพบหมอตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ตำรวจแจ้งว่ารู้หมดแล้วว่า ฝั่งผู้ก่อเหตุมีใครบ้าง เตรียมจะเชิญมาสอบปากคำเข้าสู่ขั้นตอนของกฎหมาย ตอนเห็นคลิปลูกถูกทำร้ายรู้สึกสะเทือนใจมาก ไม่อยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้นกับใครหรือเกิดกับลูกตัวเองอีก ขอยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูก
ต่อมาผู้สื่อข่าวยังเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถของสถานบันเทิงเก่าที่ปิดกิจการไปแล้ว โดยแต่ละวันจะมีประชาชนนำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณดังกล่าว
นายสายัณ โยธินา จนท.กู้ภัยปลวกแดง เปิดเผยว่า หลังจากลงติดตามข้อมูลเรื่องเด็กนักเรียนถูกทำร้ายร่างกาย พบข้อมูลสำคัญว่าตรงบริเวณจุดเกิดเหตุมีเด็กวัยรุ่นมามั่วสุม มาเบิ้ลรถส่งเสียงดัง ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันอยู่เป็นประจำ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงมาสำรวจตรวจสอบหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงในเยาวชนเกิดขึ้นอีก