ในวันที่ 16 กันยายน 2568 รายการโหนกระแสหยิบยกมหากาพย์ หลวงพ่อคึกฤทธิ์ เจ้าอาวาส วัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี หลังมีการเปิดเผยข้อมูลโดยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่ระบุว่ามีการโอนเงินจากวัดไปยังบัญชีของสีกาที่พำนักอยู่ในประเทศเยอรมนีหลายสิบครั้ง รวมเป็นเงินจำนวนกว่า 13 ล้านบาท โดยประเด็นที่ถูกหยิบยกในรายการคือข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสทางการเงิน ความชัดเจนของวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน และอำนาจของพระสงฆ์ในการตัดสินใจใช้เงินบริจาคจำนวนมหาศาลนี้
การพูดคุยในวันนี้มีผู้ร่วมรายการหลายฝ่ายเพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจน ทั้งอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ผู้ที่เคยเข้าไปกราบนมัสการพระคึกฤทธิ์และได้รับสารชี้แจงจากพระคึกฤทธิ์โดยตรง มาร่วมถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับฟัง อีกทั้งยังมีมหาหมี ดร.ประยุทธ์ ประเทศเสนา และศาสตราจารย์ ดร.อุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพุทธศาสนา มาร่วมวิเคราะห์และสะท้อนมุมมอง
หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดคุยวันนี้ ก็คือเรื่องที่โลกออนไลน์ แชร์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความแคปชันเป็นที่วิจารณ์ในวงกว้าง ระบุว่า พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล แห่งวัดนาป่าพง กำลังเดินช้อปปิ้งกับสีกาคนสนิทในร้านเครื่องประดับหรูในต่างประเทศ โดยคลิปถูกใส่เพลงรัก และในหลายโพสต์ใช้ถ้อยคำเชิงชู้สาว เช่น “โรแมนติกมาก”, “ควงคู่ชอปปิ้งต่างประเทศ” พร้อมกับภาพสื่อว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ “เกินกว่าลูกศิษย์-พระสงฆ์”
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ได้เปิดคลิปมุมกว้างเต็มๆ ให้ดูว่าคลิปที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียเป็นคลิปที่ถูก “ครอป” (crop) ให้มุมภาพแคบลง เพื่อให้คนดูเกิดความเข้าใจผิดไปในทางชู้สาวหรือความใกล้ชิดเป็นการส่วนตัว แต่ความจริงแล้วเหตุการณ์ในคลิปนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้นโดยลำพังสองคน
ตามที่อาจารย์เบียร์อธิบาย ภาพที่เห็นนั้นมาจากการเดินทางของคณะที่มีหลายคนไปต่างประเทศ และจุดที่ถ่ายคลิปเป็นร้านของฝากในสนามบิน ไม่ใช่ร้านจิวเวอรี่หรูตามที่หลายคนเข้าใจ มีการแวะซื้อของฝาก และภายในร้านนั้นมีคนอื่นๆ อยู่ด้วย มีการนิมนต์พระคึกฤทธิ์เข้าไปนั่งในร้านโดยบุคคลอื่นด้วย ไม่ได้มีการเดินช้อปปิ้งส่วนตัวสองต่อสอง เทียบกับภาพที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลซึ่งแสดงเพียงมุมแคบ เฉพาะพระกับสีกา และเสียงเพลงประกอบที่สร้างอารมณ์ให้คนดูตีความไปในทางสัมพันธ์ใกล้ชิด
อาจารย์เบียร์ บอกว่า ถึงแม้ในคลิปจะมีท่าทีหรือกิริยาที่ดูใกล้ชิดของสีกากับพระคึกฤทธิ์ แต่ภายใต้ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยออกมา ไม่ถึงขั้นสังฆาทิเสส แต่อยู่ในข่าย “โลกวัชชะ โลกติเตียน” — คือเรื่องที่สาธารณชนติเตียนได้ แต่ยังไม่เข้าข่ายผิดทางคณะสงฆ์โดยตรง เพราะทางสีกาเองก็ดูแสดงกริยาใกล้ชิดกับพระมากเกิน แม้จะไม่มีการแตะต้องโดนตัวกัน
อาจารย์เบียร์ ยังเล่าอีกว่า สำหรับสีกาที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่ใกล้ชิดกับพระคึกฤทธิ์จนเกินงาม จริงๆ มันมีที่มาที่ไปคือ ก่อนหน้านี้วัดนาป่าพง เคยมีโยมอุปัฏฐากมาหลายคน คนดังก็มี นักข่าวก็มี นักร้องนักแสดงก็เคยมีมาแล้ว หลายคนมีปัญหากับทางวัด เป็นเรื่องเป็นราว จบไปแล้วหลายราย แต่ไม่มีคนไหนที่ดูแลบริหารจัดการได้เท่ากับสีกาตาคนนี้
แต่ปัญหามันมาเกิดตอนที่ มีศิษย์ในวัด ตั้งตัวใหญ่โตเทศนาสอนคนกันเอง เรียกรับเงินบริจาคกันเอง เงินไม่เข้าวัด จนทางวัดต้องหาทางแก้ปัญหา ด้วยการเอาสีกาตาคนนี้มาโปรโมตให้เป็นที่รู้จัก ให้คนในวัดหันมาโฟกัสที่สีกาตา ที่เป็นโยมอุปัฏฐากจริงๆ เพื่อให้เงินทองไม่รั่วไหลออกไปที่อื่น แต่ส่วนตัวก็มองว่า การโปรโมตมันเกินงาม จนเป็นที่ติเตียน คนในวัดเตือนกันเองก็กลายเป็นถูกมองว่า อิจฉาริษยา
อาจารย์เบียร์ แม้จะเป็นลูกศิษย์ แต่ก็อยู่นอกวัด เมื่อได้ตักเตือนกัน ก็ดูว่าคำเตือนมีน้ำหนักมากกว่า พระคึกฤทธิ์ และ สีกาตาเขาก็รับฟังดี วันนี้ก่อนจะมาออกรายการเขายังรับปากเลยว่า หลังจากนี้จะสำรวมกว่านี้ เพื่อไม่ให้โลกติเตียน