ช่วงบ่ายวันที่ 12 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน ต. บางขนาก อ. บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา พบว่า แม้ระดับน้ำจะลดลงประมาณ 10 ซม. แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1.50-2 เมตร การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว โดยผู้สื่อข่าวได้ลงเรือของเทศบาลตำบลบางขนาก พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ และนายเจต บุญธรรม ลูกศิษย์พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว เพื่อนำน้ำมันเชื้อเพลิง 40 ลิตร ไปมอบให้พระสงฆ์วัดปากคลองบางขนาก ซึ่งไม่สามารถเดินทางออกมารับความช่วยเหลือจากภายนอกได้
ระหว่างทางพบว่า สถานีตำรวจภูธรบางขนากถูกน้ำท่วมขัง จยย. และรถยนต์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้จมน้ำทั้งหมด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องย้ายสถานที่ทำการชั่วคราวไปอยู่ที่เทศบาลตำบลคลองแสนแสบ ถึงแม้วันนี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ภายในสถานีตำรวจยังคงมีน้ำท่วมสูง
จากนั้น คณะเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลบางขนาก ได้นำข้าวและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนปากคลองบางขนาก ซึ่งมีประชาชน 16 ครัวเรือน รวม 66 คน ต้องอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราว โดยบริเวณดังกล่าวยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1.50 เมตร ต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกเท่านั้น ชาวบ้านใช้โรงเรียนเป็นทั้งสถานที่รับอาหาร น้ำดื่ม และที่พักค้างคืน
ยายชวน อายุ 76 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วม เปิดเผยว่า บ้านของตนถูกน้ำท่วมจนข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ก่อนหน้านี้พยายามขนย้ายสิ่งของบางส่วนขึ้นไว้บนที่สูง แต่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนท่วมมิดบ้าน ทำให้ไม่สามารถกลับเข้าไปตรวจสอบความเสียหายได้ ขณะนี้ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว รู้สึกคิดถึงบ้านและเป็นห่วงข้าวของที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ แม้บ้านจะเป็นบ้านยกพื้นสูง แต่ระดับน้ำท่วมในปีนี้สูงกว่าที่เคยประสบมา ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้
ผู้สื่อข่าวล่องเรือต่อเข้าไปด้านใน ต. บางขนาก ผ่านบริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลบางขนาก พบว่าน้ำท่วมพื้นที่เกือบทั้งหมด รถเก็บขยะ รถดับเพลิงบางส่วน และรถยนต์ของเทศบาลจมน้ำ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยเหลือประชาชนและระดมกำลังป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ก่อนที่มวลน้ำจะไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำนครนายก จึงทำให้น้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วและมีปริมาณมาก
ขณะที่ตลาดบางขนาก ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 135 ครัวเรือน หรือราว 500 คน มีสภาพเงียบเหงาราวกับตลาดร้าง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อพยพออกจากพื้นที่ เหลือเพียงชายวัยประมาณ 70 ปี ที่ยังพักอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านเพียงลำพัง โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลต้องนำอาหารและน้ำดื่มใส่เรือเข้าไปส่งให้วันละ 3 มื้อ ทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็นโดยวางสิ่งของไว้บนตะกร้าบริเวณหลังคาบ้านชั้นสอง ให้ชายสูงวัยใช้เชือกสาวดึงอาหารและน้ำดื่มขึ้นไปภายในบ้าน
จากนั้น ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบริเวณสะพานข้ามคลองใกล้วัดปากคลองบางขนาก ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องลุยน้ำท่วม เจ้าหน้าที่จึงนำถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร จำนวน 2 ถัง ลงจากเรือและขนข้ามฝั่ง ก่อนส่งต่อให้พระศศิพงศ์ พระลูกวัดปากคลองบางขนาก นำถังน้ำมันเดินลุยน้ำกลับเข้าไปภายในวัด ซึ่งยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 1.30 เมตร ส่วนด้านในวัดยังคงท่วมสูงถึง 2 เมตร เพื่อนำน้ำมันไปเติมเครื่องปั่นไฟ
พระศศิพงศ์ เปิดเผยว่า วัดถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองเพิ่งบวชเรียนครั้งแรกก็ต้องมาประสบภัยกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้ พื้นที่ภายในวัดและกุฏิถูกน้ำท่วมทั้งหมด แม้แต่บริเวณชั้นบนกุฏิก็ได้รับผลกระทบ ทำให้พระสงฆ์ต้องย้ายขึ้นไปพักอาศัยอยู่บนศาลาการเปรียญแทน ขณะนี้วัดถูกตัดกระแสไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสาร พระสงฆ์จึงต้องอาศัยเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือ โดยจะเปิดเครื่องปั่นไฟในช่วงหัวค่ำ ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00-21.00 น. ก่อนปิดเครื่องเพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ปัจจุบันมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ภายในวัดทั้งหมด 10 รูป โดยได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากเทศบาลตำบลบางขนาก เพจที่นี่บางน้ำเปรี้ยว รวมถึงวัดบางน้ำเปรี้ยว และผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟยังคงมีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้พระสงฆ์สามารถติดต่อบุคคลภายนอกและประสานขอความช่วยเหลือได้ในช่วงที่วัดยังไม่มีไฟฟ้าใช้
นายเจต บุญธรรม ลูกศิษย์พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว เปิดเผยว่า การนำน้ำมันเชื้อเพลิงมามอบให้วัดปากคลองบางขนากในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องปั่นไฟ โดยเฉพาะการชาร์จโทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อสื่อสารและประสานขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเครื่องปั่นไฟจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยวได้ให้ความอนุเคราะห์น้ำมันเชื้อเพลิงครั้งละ 2 ถัง โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่นำมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม พระใบฎีกามณเฑียรยังได้ให้ความช่วยเหลือวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อ. บางน้ำเปรี้ยว อย่างต่อเนื่อง ทั้งการมอบอาหารสด อาหารแห้ง และปลากระป๋อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พระสงฆ์และวัดที่ประสบอุทกภัย
สถานการณ์น้ำท่วม ต. บางขนาก ในขณะนี้ แม้ระดับน้ำบางจุดจะเริ่มลดลง แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ขณะที่วัดและหน่วยงานราชการบางแห่งยังคงจมอยู่ใต้น้ำ การช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงยังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย