รายการโหนกระแสวันนี้ (12 ต.ค. 2569) พูดคุยกรณีที่หลายคนได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของ เฟิร์ส ชายผู้แอบอ้างตัวเป็นจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆ โดยเฟิร์สได้ใช้วิธีการเข้าหาบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักแสดง พระสงฆ์ ตลอดจนมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ เพื่อขอสมทบทุน นำเงินและวัตถุดิบไปจัดตั้งโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายผู้เดือดร้อน แต่มีคำถามว่า เงินบริจาคจำนวนมากที่ได้รับไปนั้นถูกนำไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ รวมถึงตั้งข้อสังเกตในพฤติกรรมสับเปลี่ยนหมุนเวียนวัตถุดิบ จัดทำเอกสารบัญชีไม่โปร่งใส และนำเงินบริจาคออกไปใช้เที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืน
กรณีของอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องราว โดยอาจารย์เบียร์เล่าว่าเฟิร์สได้เข้ามาตีสนิทและอ้างตัวว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงตาสินทรัพย์ (หลวงตาสิ้นคิด) เพื่อขอร่วมตั้งโรงครัวทำอาหารแจกผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ร่มเกล้าและคลองจั่น อาจารย์เบียร์หลงเชื่อเนื่องจากเฟิร์สสามารถสั่งการทีมกู้ภัยสิงห์บุรีได้จริง จึงยอมโอนเงินตามเอกสารเบิกจ่ายประจำวัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 149,000 บาท จนกระทั่งอาจารย์เบียร์เริ่มจับโป๊ะได้เมื่อเฟิร์สกล่าวอ้างว่าสามารถผัดข้าวกล่องได้วันละ 4,000 ถึง 6,000 กล่อง ทั้งที่มีเพียงกระทะทอดปลาเค็มใบเล็ก ๆ ใบเดียว ซึ่งอาจารย์เบียร์ระบุว่าการทำผัดซีอิ๊ว 4,000 กล่อง ตนต้องใช้กระทะใหญ่ถึง 11 ใบและใช้คนผัดจำนวนมาก นอกจากนี้เมื่ออาจารย์เบียร์สั่งยุติการทำครัวที่ร่มเกล้า เฟิร์สกลับนำป้าย "ครัวอาจารย์เบียร์" ไปติดแอบอ้างต่อที่อำเภอบางค้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งที่อาจารย์เบียร์สั่งให้ปลดป้ายออกแล้ว
กรณีของ ขวัญ อุษามณี ขวัญเล่าว่าตนเองได้ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมและเห็นเฟิร์สทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ประกอบกับมีป้ายโรงทานหลวงตาสินทรัพย์จึงทำให้หลงเชื่อ จนกระทั่งในคืนวันที่ 4 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 5 หลังจากขวัญทำภารกิจเสร็จและกำลังอาบน้ำพักผ่อนช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ถึงเที่ยงคืน เฟิร์สได้ส่งบิลผ่านน้องฟิว (ทีมงานของขวัญ) เพื่อเร่งรัดทวงเงินอย่างหนัก โดยถ่ายรูปอ้างว่ารถกำลังจะเดินทางไปซื้อของที่ตลาดสดด่วน ทำให้ขวัญต้องมานั่งโอนเงินจำนวน 36,090 บาท ให้ในเวลาประมาณ 01.00 น. เข้าบัญชีของไอซ์
แต่ในคืนเดียวกันนั้นเองกลับปรากฏคลิปวิดีโอเฟิร์สออกไปเที่ยวสถานบันเทิง โดยคิวและตั้มซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ยืนยันว่า คืนนั้นเฟิร์สไม่ได้ไปซื้อของที่ตลาด แต่พาผู้หญิงไปถึง 3 คน และสับเปลี่ยนพาไปส่งที่ห้องพัก
กรณีของ เปิ้ล นาคร และมูลนิธิไทยนาคา เปิ้ล นาคร พร้อมด้วยคุณปู เลขามูลนิธิไทยนาคา ได้เปิดเผยว่ามูลนิธิได้โอนเงินให้เฟิร์สจัดทำข้าวกล่องรวม 20,000 บาท โดยในส่วนของเงิน 10,000 บาทแรก
เฟิร์สได้โทรศัพท์เข้ามาโต้แย้งในรายการว่า ตนไม่ได้เป็นคนเสนอทำ 500 กล่อง แต่เป็นการที่คุณปูสั่งซื้อข้าวกล่องจากร้านอาหาร 200 กล่อง ในราคากล่องละ 50 บาท ซึ่งเปิ้ล นาคร และคุณปู ยอมรับว่าจำสับสนจำนวนกล่องและกล่าวขอโทษเฟิร์สโดยยืนยันว่าเป็น 200 กล่องจริง
ส่วนเงิน 10,000 บาทก้อนที่สอง เป็นการทำข้าวกล่องไปส่งที่นครนายก แต่จัดส่งได้เพียง 240 กล่อง ขาดไป 60 กล่อง รวมถึงประเด็นค่ารถตู้ทึบ 3,200 บาทที่เฟิร์สหักเอาจากเงินค่าข้าวไปจ่าย นอกจากนี้เปิ้ลยังเล่าว่าเฟิร์สเคยมาขอติดโลโก้มูลนิธิไทยนาคาขนาดใหญ่บนรถ แต่ตนได้ปฏิเสธไปโดยบอกให้ลองร่วมงานกันก่อน 1 ปี พร้อมทั้งชี้แจงว่าตนไม่เคยพูดว่าเฟิร์สเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เพียงแต่เล่าข้อเท็จจริงตามสลิปการโอนเงิน
ขวัญ อุษามณี ได้ตั้งคำถามซักถามเฟิร์สอย่างหนักเรื่องเอกสารการเงิน โดยระบุว่าตนต้องการทำบุญกับหลวงตาจึงขอใบอนุโมทนาบัตร แต่เฟิร์สกลับส่งบัญชีบุคคลอื่นมาให้โอนเงินโดยไม่แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งบิลเงินสดเขียนด้วยมือที่เฟิร์สนำมาอ้างนั้น ขวัญติงว่าเด็ก ป. 4 ก็เขียนขึ้นมาเองได้ จึงเรียกร้องให้แสดงใบกำกับภาษีหรือระบุชื่อร้านค้าแม่ค้าให้ชัดเจน นอกจากนี้ขวัญยังซักถามเรื่องวัตถุดิบเนื่องจากมีผู้บริจาคทั้งหมู ไก่ ข้าวสาร และเครื่องปรุงจากแบรนด์หมีปรุง รวมถึงชาวบ้านก็นำมาสมทบตลอดเวลา เหตุใดจึงยังต้องมาเร่งทวงเงินเพิ่มอีก
ในระหว่างที่ขวัญอธิบาย เฟิร์สได้พูดแทรกและพูดสวนตลอดเวลา จนขวัญต้องตักเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า “แป๊บหนึ่งฟังก่อน พี่ต้องฟังคนอื่นบ้าง มารยาทพี่ควรจะมีบ้างนะ... พี่ไม่ให้เกียรติใครเลย” พร้อมทั้งบอกเฟิร์สเรื่องการทำจิตอาสาว่าต้องรู้จักประมาณตน ทำตามกำลังที่มี ไม่ใช่ขยายงานแล้วตระเวนเร่งเบิกเงินจากคนอื่น รวมถึงต้องมีบัญชีเงินทำบุญที่เป็นทางการเพื่อการตรวจสอบที่โปร่งใส
ทางสมาคมไลออน ได้ชี้แจงถึงกรณีการขอแบ่งถุงยังชีพจำนวน 30 ชุด โดยระบุว่าน้องกิ๊ฟและเฟิร์สได้ติดต่อเข้ามาและพูดให้เข้าใจว่าเป็นทีมงานของเปิ้ล นาคร จากมูลนิธิไทยนาคา แม้เฟิร์สจะปฏิเสธว่าไม่ได้พูดอ้างชื่อไทยนาคาโดยตรง แต่ทางไลออนยืนยันว่าการประสานงานทำให้เข้าใจเช่นนั้นจริง และถุงยังชีพดังกล่าวเมื่อรับมาแล้วก็ถูกนำไปเก็บไว้ที่บ้านรถตู้ทึบโดยไม่ได้นำไปแจกจ่ายตามที่อ้าง
หนุ่ม กรรชัย ได้ซักถามเฟิร์สถึงอาชีพการเป็นร่างทรง การประกอบพิธีกรรม และการถือศีลกินเจ โดยตั้งคำถามถึงพฤติกรรมการออกไปเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืนและการเที่ยวผู้หญิง ซึ่งเฟิร์สได้ตอบแย้งว่า การทำพิธีกรรมกับการใช้ชีวิตส่วนตัวเป็นเรื่องแยกออกจากกัน การดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือเที่ยวกลางคืนเป็นเรื่องปกติ ในประเด็นเรื่องผู้หญิง เฟิร์สยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนไม่ได้จ่ายเงินซื้อบริการผู้หญิง แต่เป็นการพูดคุยจีบกันตามปกติและฝ่ายหญิงเดินทางไปที่ห้องพักด้วยความสมัครใจเอง ซึ่งคิวได้พูดเสริมกลางรายการว่าเฟิร์สมีผู้หญิงเข้าหาตลอดทุกวัน สำหรับเรื่องการถือศีลกินเจ เฟิร์สชี้แจงว่าตนถือศีลเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่ได้เริ่มกินเจเนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ผอ. ฟ้า ได้เปิดเผยว่าเคยโอนเงินและมอบของบริจาคสนับสนุนเฟิร์สในการเปิดโรงทานทั้งที่หาดใหญ่ ศรีสะเกษ (กันทรลักษ์) และพื้นที่น้ำท่วม รวมเป็นเงินและมูลค่าของกว่า 400,000 บาท ทว่าเฟิร์สกลับถ่ายรูปกับข้าวของหน่วยงานอื่นมาแอบอ้างว่าตนเองทำหลายอย่าง ทั้งที่ทำจริงเพียง 2 อย่าง อีกทั้งยังมีประเด็นค้างค่าหมูแม่ค้า 18,000 บาท และค้างค่าหวยอีก 8,000 บาท
เบนซ์ ซึ่งเป็นผู้บริจาคข้าวสาร 20 กระสอบ ตั้งแต่ช่วงแรกที่เคหะร่มเกล้า เล่าว่า ถูกเฟิร์สแชตมาขอเงินสนับสนุนค่าวัตถุดิบส่วนตัวเพิ่มอีก 3,900 บาท แต่ตนไม่ได้โอนให้
ไอซ์ ทีมงานขับรถและผู้ถือบัญชีรับโอนเงิน 36,090 บาทจากขวัญ ชี้แจงว่า คืนนั้นตู้ ATM เงินหมดจึงกดเงินสดไม่ได้ พร้อมทั้งเปิดศึกเถียงกับเฟิร์สเรื่องวัตถุดิบหมู โดยไอซ์ย้ำว่าหมูและไก่เอามาจากบ้านอาจารย์ ไม่ใช่หมูที่เฟิร์สสั่งซื้อ และแฉว่าเฟิร์สเมาน็อกอยู่หน้ารถจนปลุกไม่ตื่น
ตั้ม ได้แสดงความโกรธเคืองที่ตนเองและทีมงานลุยน้ำแจกข้าวอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่กลับถูกเฟิร์สใช้เป็นเครื่องมือ และเป็นคนพาเฟิร์สไปแสดงตัวกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่สุดท้ายก็เบี้ยว ไม่มาออกรายการด้วยกันตามที่รับปาก
หนุ่ม กรรชัย ได้ไล่ถามไทม์ไลน์แชตระหว่างเฟิร์สกับเอ็ม ซึ่งพบว่าในขณะที่เฟิร์สส่งรูปและข้อความไปเร่งรัดทวงเงินจากขวัญอ้างว่ากำลังขับรถไปซื้อของที่ตลาดตอน 00.29 น. เฟิร์สกลับส่งข้อความหาเอ็มในเวลา 00.32 น. ว่ากำลังรอเงินโอนเพื่อจะออกไปเที่ยวร้าน Full Moon ลาดพร้าววังหิน และไปปรากฏตัวเที่ยวกลางคืนในเวลา 01.00 น. ซึ่งขวัญชี้ว่าเป็นการกรรโชกเร่งรัดเอาเงินโดยอ้างข้อมูลเท็จ
เฟิร์สยืนยันว่าไม่ได้เหลี่ยม “ถ้าผมเหลี่ยม ผมไม่อยู่อย่างงี้หรอกพี่หนุ่ม” ด้านทนายตุ๋ยได้เตือนว่า พฤติกรรมทำบิลเขียนเองใบเดียวและการหมุนเวียนโอนเงินเข้าบัญชีคนอื่น เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชนและคดีฟอกเงิน
นอกจากนี้ เฟิร์สได้ยอมรับข้อเท็จจริงเรื่องเงินค่าทุเรียนจำนวน 300,000 บาท เนื่องจากทำธุรกิจขาดทุน พร้อมทั้งยินยอมที่จะหาเงินมาชำระคืนให้ขวัญ อุษามณี ภายในเดือนดังกล่าว และได้ยกมือเอ่ยปากขอโทษผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องทุกคน และประกาศขอเร่งจัดการภาระหนี้สิน พร้อมทั้งขอยุติบทบาทการเป็นจิตอาสาทั้งหมด โดยจะไม่บทบาทออกไปตั้งโรงครัวหรือขอเงินบริจาคจากใครอีกต่อไป