โหนกระแสในวันนี้ (23 มิ.ย. 2569) พูดคุยเรื่องราวที่กำลังเป็นข่าวและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ กรณีตำรวจนายหนึ่งในสังกัดสอบสวนกลาง หรือ CIB ใช้มีดทำร้ายร่างกายชายวัย 33 ปี จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางฝั่งญาติของผู้บาดเจ็บรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคนเจ็บเป็นผู้ป่วยจิตเวชด้วย จึงต้องการมาเรียกร้องความเป็นธรรมในวันนี้
ในขณะเดียวกัน อีกฝั่งหนึ่งก็มีการให้ข้อมูลตอบโต้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีข่าวออกไปว่าตำรวจ CIB นายนี้เป็นลูกเขยของร้านค้า และไปนั่งดื่มเหล้าส่งเสียงดังจนเกิดเหตุอาละวาด ซึ่งทางฝั่งร้านค้าปฏิเสธว่าไม่จริง ยืนยันว่าทางร้านโดนผู้บาดเจ็บคุกคามและอาละวาดหาเรื่องหลายครั้ง จนต้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ CIB นายนี้ให้มาช่วยเฝ้าร้านให้ และยืนยันว่าตำรวจกระทำการเพื่อป้องกันตัวและไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ
ผู้ร่วมรายการในฝั่งผู้บาดเจ็บประกอบด้วย คุณตองซึ่งเป็นหลาน คุณองุ่นซึ่งเป็นพี่สาวคนที่สอง และคุณวิซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ส่วนฝั่งร้านชำมี เจ๊หนู เจ้าของร้าน คุณมะม่วง เป็นลูกสาว และคุณบุญมี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่โดนคนเจ็บทำร้าย และมีทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ มาเป็นทนายคนกลาง
คุณองุ่น พี่สาวของผู้บาดเจ็บ เล่าว่า น้องชายป่วยเป็นจิตเวช เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝั่งญาติเล่าให้ฟังว่า ทางร้านของเจ๊หนูได้ด่าทอพ่อแม่ของตน เมื่อตนทราบเรื่องจึงจะไปดูน้องชายที่บ้านของพ่อกับแม่ในหมู่บ้าน ก็พบว่าน้องชายนอนจมกองเลือดอยู่ ซึ่งบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านของพ่อแม่ที่น้องชายอาศัยอยู่ โดยอยู่ห่างจากบ้านของตนประมาณ 300 เมตร ซึ่งในหมู่บ้านนั้นมีร้านขายของชำของเจ๊หนูอยู่ใกล้น เพียงแค่ข้ามหลังคาเดียวและอยู่ตรงข้ามถนนกัน
คุณตองเล่าเสริมว่า ในวันเกิดเหตุทางฝั่งคู่กรณีไม่ได้แจ้งญาติ แต่ทางน้าเอะใจจึงเข้าไปดูน้องตามปกติที่ต้องไปให้ข้าวหมา แล้วไปพบว่านิกนอนจมกองเลือดจึงโทรแจ้งกัน
สำหรับประวัติของนิกนั้น พี่สาวระบุว่านิกเคยเสพยาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้อายุ 33 ปี แต่ปัจจุบันไม่ได้เสพแล้วและกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช อาการของนิกมักจะพูดเพ้อไปเรื่อยตามเรื่องตามราวของเขา แต่ยังมีสติอยู่ และที่ผ่านมาไม่เคยไปซื้อของที่ร้านของเจ๊หนูเลยเพราะไม่ถูกกัน
เจ๊หนูเล่าว่านิกอาศัยอยู่บ้านที่ติดกับร้านของตนและมักจะเดินไปมา ซึ่งตนไม่ได้สนใจหากไม่มายุ่งเกี่ยว แต่จะรู้สึกกลัวหากนิกถือมีดเดินไปมา ซึ่งเจ๊หนูยืนยันว่าเห็นนิกถือมีดยาว ๆ แต่ทางฝั่งพี่สาวโต้แย้งว่านิกไม่เคยถือมีดเดินไปมาอย่างนั้นแน่นอน
ประเด็นหลักที่ฝั่งผู้บาดเจ็บมาร้องเรียนคือ พฤติกรรมของตำรวจ CIB ที่ญาติมองว่าทำเกินกว่าเหตุ พี่สาวมองว่าหากต้องการระงับเหตุ ในฐานะตำรวจควรแค่ควบคุมตัวและแจ้งญาติ ไม่ควรถึงขั้นใช้มีดแทง
เจ๊หนู ได้โต้แย้งว่า เป็นการป้องกันตัว และเหตุเกิดจากนายนิกเริ่มก่อน ไม่ใช่ว่าพวกตนไปด่าเขา เจ๊หนูเล่าว่า วันนั้นนิกขี่ จยย. วนมาด่ารอบหนึ่ง แล้วขึ้นเนินไปตั้งหลัก จากนั้นนิกขี่วนกลับมาที่หน้าร้าน ซึ่งตอนนั้นลูกเขยนั่งอยู่ที่ถังน้ำแข็งหน้าร้าน นิกได้ได้ใช้เท้าถีบลูกเขยจนเกือบจะล้ม เหตุการณ์ดังกล่าวมีคลิปจากวงจรปิดเป็นหลักฐาน ระวันที่ 21 มิ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 18.10 น.
หลังลูกเขยโดนถีบ ตนจึงพากันไปแจ้งความ โดยให้ลูกสาวคนเล็กอยู่เฝ้าร้าน แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงให้ตำรวจ CIB นายนี้มาอยู่เป็นเพื่อน ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น ซึ่งยืนยันว่าเป็นการป้องกันตัว
ตำรวจ CIB ได้ชี้แจงในรายการ โดยเล่าเหตุการณ์ว่า วันนั้นพอได้รับทราบเรื่องก็รีบไปที่ร้าน ตอนแรกทางร้านจะให้ไปแจ้งความด้วย แต่ด้วยความเป็นห่วงน้องผู้หญิงที่ต้องอยู่ร้านคนเดียวจึงเลือกไปอยู่ที่ร้านดีกว่า
เมื่อเขาเข้ามา ตนได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบอกให้เขาใจเย็น แต่เขาได้เข้ามาในระยะที่ตนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยแล้ว และเขาก็ต่อยตนก่อน จึงต้องป้องกันตัว ตนพยายามถอยหลังตลอด ที่หยิบมีดเพราะอีกฝ่ายใส่เสื้อแจ็กเกตมีฮู้ด ตนก็ไม่รู้ว่าเขามีอาวุธอะไรหรือไม่ และตนไม่ได้แทง เป็นการฟันและใช้สันมีดตี
หลังเกิดเหตุแล้วตนได้ควบคุมตัว และสอบถามอาการว่าบาดเจ็บตรงไหนอย่างไรบ้าง และให้น้องผู้หญิงโทรเรียกรถพยาบาลทันที และเมื่อกู้ชีพกู้ภัยมาถึงตนยังได้ใส่ถุงมือช่วยเป็นลูกมือดูคนเจ็บด้วย
ในระหว่างที่ตำรวจเล่าเหตุการณ์ พี่สาวของคนเจ็บได้พยายามโต้แย้งตลอด ถามดุเดือดว่าทำเกินเหตุไปหรือไม่ แค่ควบคุมตัวไม่ได้หรือ ทำไมต้องแทง ล้มแล้วก็ยังฟันซ้ำด้วย ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่า แกว่งมีดฟัน ไม่ได้แทงแน่นอน และตอนที่เห็นว่าซ้ำนั้นเป็นการใช้สันมีดตี
เมื่อถามพี่สาวว่ามีอะไรจะพูดกับตำรวจหรือไม่ พี่สาวยืนยันว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ควบคุมได้ แต่นี่มันเกินกว่าเหตุ รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เขาสาหัส และไม่เคยมีใครไปเยี่ยมเลย
เมื่อถามพี่สาวว่า เคยคิดอีกมุมไหมว่า หากวันนั้นน้องชายไม่ไปเจอกับตำรวจ CIB นายนี้ น้องชายอาจไปทำร้ายคนอื่น ไปฟันคนอื่น เหมือนที่ทำกับพี่บุญมี พี่สาวตอบว่า ไม่ได้เข้าข้างน้อง รู้ว่าร้องเกเร แต่ตนมองว่ามันเกินกว่าเหตุ ควบคุมตัวไป จับไปก็ได้