วานนี้เวลาประมาณ 15.00 น.ตัวแทนบริษัทแห่งหนึ่งได้เดินทางมายังสุสานของชาวยิว ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเปิดประตูรั้วให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางคล้า เจ้าหน้าที่ อบต.เสม็ดใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคล้า และผู้นำท้องถิ่น เพื่อเข้าตรวจสอบภายในสุสาน
หลัง อบต.ได้ทำการประสานไปยังบริษัทเพื่อขอตรวจสอบภายในสุสาน หลังมีกระแสบนโซเชียลว่าเจ้าหน้าที่พบ 1 ร่าง ซึ่งอยู่ติดกับกำแพงรั้วด้านหลังของสุสาน แต่เมื่อมาตรวจสอบปรากฏว่ามีการลักลอบฝัง3 ร่าง โดย 2 ร่างมีการโบกปูนและป้ายชื่อเหมือนกับศพที่อยู่ด้านนอกเต็นท์ ส่วนอีก 1 ร่างมีการฝังลงดินไปแล้วและมีป้ายชื่อแบบชั่วคราวติดเอาไว้ที่หลุม โดยยังไม่มีการโบกปูนเหมือนกับหลุมอื่นๆ
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 หลุมที่อยู่ภายในเต็นท์ มีการนำมาฝังไว้ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งนั่นหมายความว่าได้ลักลอบแอบเข้ามาดำเนินหลังจากใบอนุญาตหมดอายุไปแล้ว
ด้านชาวบ้าน เผยว่า ตนเองและชาวบ้านได้พยายามร้องไปยังหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องก็เงียบ ไม่มีการดำเนินการอะไร ทั้งที่ความจริงแล้วมันผิดมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การขออนุญาต ถ้าวันนั้นไม่มีการขนร่างที่ 2 เข้ามาในพื้นที่ ชาวบ้านก็คงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกสร้างให้เป็นสุสาน
ด้านกำนันตำบลเสม็ดใต้ หลังเข้าไปตรวจสอบภายในสุสานพบว่า มีการลักลอบฝังร่างเพิ่มเติมจากร่างแรกที่เคยนำมาฝัง ซึ่งช่วงนั้นยังมีใบอนุญาตอยู่ แต่ร่างที่เหลือที่มีการกางเต็นท์เพื่อปกปิดอำพราง ไม่ให้คนข้างนอกสามารถมองเห็น เป็นการฝังใหม่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบหลุมฝังอยู่นั้น หนุ่มชาวยิวที่เป็นตัวแทนบริษัทมาเปิดประตูให้ ได้ยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่ยอมเข้าใกล้หลุมฝัง แถมยังตะโกนถามมาว่า “ไม่กลัวผีกันหรือ” ซึ่งตนเองมองว่า เป็นคำถามที่ไม่น่าจะถาม เพราะพวกคุณยังกลัว แล้วชาวบ้านที่เป็นคนไทยเขาจะรู้สึกอย่างไร จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีการละเมิด โดยการลักลอบแอบนำร่างผู้เสียชีวิตเข้ามาทำการฝังในพื้นที่สุสาน หลังใบอนุญาตหมดอายุไปแล้ว หลังจากนี้จะได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางคล้า เพื่อเอาผิดกับทางบริษัท โดยเบื้องต้น ผิด พรบ.สาธารณสุข ส่วนจะเข้าข้อกฎหมายอื่นอีกหรือไม่ จะได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งทำการตรวจสอบ
ส่วนเรื่องเต็นท์ที่มีการนำมาปกปิดอำพราง ไม่ให้มองเห็นหลุมนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานทางบริษัทให้เข้ามาทำการรื้อถอนออก เนื่องจากผิดกฎหมายสิ่งปลูกสร้าง