ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 7 พ.ย.69 ) ที่บ้านฉันเพล หมู่ที่ 2 ตำบลเขาดินเหนือ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ชาย อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้าง ได้ว่าจ้างรถแห่ชื่อดังมาเปิดเครื่องเสียงสร้างความครึกครื้นบริเวณถนนคอนกรีตหน้าบ้าน เพื่อแก้บนตามคำที่เคยบนบานไว้เมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากชาวบ้านต้องทนใช้ถนนดินโคลนสัญจรไปมานานเกือบ 30 ปี กระทั่งหน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตให้แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา
ชายคนดังกล่าว เล่าว่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ตนได้จุดธูปบนบานขอให้หมู่บ้านมีถนนคอนกรีตใช้ เพราะที่ผ่านมาเส้นทางดังกล่าวเป็นถนนดิน เมื่อถึงฤดูฝนจะกลายเป็นโคลน ทำให้ชาวบ้านเดินทางด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องใช้ถนนเส้นนี้เดินทางไปโรงเรียน รวมถึงชาวบ้านที่เดินทางไปทำบุญที่วัด
ที่ผ่านมาเคยมีเด็กนักเรียนประสบอุบัติเหตุจากการใช้ถนนเส้นนี้มาแล้ว ทำให้ตนรู้สึกสงสารและเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็ก ๆ จึงตัดสินใจจุดธูปบนบานว่า หากมีการก่อสร้างถนนคอนกรีตให้ชาวบ้านได้ใช้ จะว่าจ้างรถแห่มาแก้บนเพื่อเป็นการทำตามคำสัญญา
ชายคนดังกล่าว กล่าวอีกว่า หมู่บ้านฉันเพลมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวน 179 หลังคาเรือน ซึ่งต้องใช้ถนนสายดังกล่าวในการสัญจร โดยชาวบ้านเฝ้ารอถนนคอนกรีตมานานเกือบ 30 ปี กระทั่งล่าสุดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินเหนือ ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีต และเพิ่งแล้วเสร็จเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น
เมื่อถนนคอนกรีตสร้างเสร็จตามที่เคยบนบานไว้ ตนจึงตัดสินใจว่าจ้างรถแห่ชื่อดังมาแก้บนบริเวณถนนหน้าบ้านตามคำสัญญา แม้จะประกอบอาชีพรับจ้าง แต่ก็ต้องการทำตามสิ่งที่เคยตั้งใจไว้ เพราะดีใจที่ชาวบ้านและเด็กนักเรียนไม่ต้องทนลุยโคลนเหมือนที่ผ่านมา
ชายคนดังกล่าว กล่าวอีกว่า แม้จะได้ถนนคอนกรีตแล้ว แต่ยังมีถนนช่วงสุดท้ายอีกประมาณ 100 เมตร ที่ยังเป็นถนนดินและไม่ได้เทคอนกรีต ทำให้เส้นทางยังไม่เชื่อมต่อไปถึงวัดและโรงเรียนตามที่ชาวบ้านต้องการ ตนจึงได้บนบานขออีกครั้งว่า หากองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินเหนือดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตในส่วนที่เหลือให้ครบตลอดสาย เพื่อให้เด็กนักเรียนและชาวบ้านสามารถเดินทางไปวัดและโรงเรียนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ก็จะว่าจ้างรถแห่มาแก้บนอีกครั้งแน่นอน
สำหรับถนนสายดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินเหนือ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตที่เพิ่งแล้วเสร็จใช้งบประมาณ 496,300 บาท ขณะที่เส้นทางที่ชาวบ้านต้องการให้ปรับปรุงมีระยะทางรวมประมาณ 1 กิโลเมตร และยังเหลือช่วงที่เป็นถนนดินอีกประมาณ 100 เมตร
ทั้งนี้ ชาวบ้านยังคงมีความหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาดำเนินการก่อสร้างถนนช่วงที่เหลือให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนทั้ง 179 หลังคาเรือน โดยเฉพาะเด็กนักเรียน สามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยตลอดสาย