เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ปกครองว่า บุตรชายชื่อ "น้องอิคคิว" อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองชัยนาท กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน เหตุเกิดที่บ้านพักในตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท จึงรุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบเพียงบิดาของน้องอิคคิว แต่ไม่พบตัวเด็ก สอบถามทราบว่าน้องอิคคิวขอติดรถพลเมืองดีออกไปที่ธนาคารออมสิน สาขาสะพานใหม่ อำเภอเมืองชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจและบิดาจึงรีบติดตามไปที่ธนาคาร พบว่าน้องอิคคิวกำลังทำธุรกรรมทางการเงินและพูดคุยโทรศัพท์กับมิจฉาชีพอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่ได้โอนเงินออกไป โดยน้องอิคคิวรู้ตัวแล้วว่ากำลังคุยกับมิจฉาชีพ จึงพยายามทำตามขั้นตอนเพื่อหลอกล่อขอข้อมูลชื่อและเลขบัญชีธนาคารของคนร้าย
จากนั้น น้องอิคคิวได้ขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายัง สภ.เมืองชัยนาท โดยยังคงถือสายคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง ซึ่งทางมิจฉาชีพไม่รู้ตัวแต่เริ่มระแวง พยายามให้น้องอิคคิวเปิดกล้องส่องไปรอบๆ เพราะไม่เชื่อว่าอยู่ที่บ้าน น้องอิคคิวจึงแก้สถานการณ์ด้วยการเดินเข้าห้องน้ำเพื่อคุยต่อ ทางปลายสายพยายามเกลี้ยกล่อมให้โอนเงินจำนวน 49,998 บาท อ้างว่าเพื่อจบเรื่องคดีฟอกเงิน จนกระทั่งน้องอิคคิวหลอกถามจนได้เลขบัญชีและชื่อเจ้าของบัญชีม้ามาสำเร็จ จึงกดวางสาย ท่ามกลางความโล่งใจของพ่อและแม่ที่รีบเดินทางมาจากที่ทำงานเพราะเกรงว่าลูกจะเป็นอันตราย
เบื้องต้นครอบครัวและน้องอิคคิวได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยน้องอิคคิวเปิดเผยว่า เรื่องเริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า มีคนโทรมาอ้างเป็นผู้จัดการค่ายมือถือ แจ้งว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน พร้อมส่งรูปเอกสารราชการปลอมมาให้ดู ตนหลงเชื่อคุยจนถึงบ่ายสองและขอติดรถเพื่อนบ้านออกมาธนาคาร แต่เริ่มเอะใจว่ารูปภาพดูไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับเมื่อถึงธนาคาร ปลายสายบอกให้ปิดไมค์และรีบกลับบ้าน ตนจึงโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีไปฝากแม่ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย แล้วตัดสินใจเล่นละครตบตามิจฉาชีพเพื่อล้วงข้อมูลให้ได้มากที่สุด
ด้านแม่ของน้องอิคคิว เปิดเผยว่า ลูกชายเพิ่งสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเพียงที่เดียว และทิ้งข้อมูลไว้ ไม่ทราบว่าข้อมูลรั่วไหลได้อย่างไร ระหว่างที่ลูกคุยโทรศัพท์ สังเกตเห็นความผิดปกติที่ลูกมักพูดว่า "แป๊บนึงแม่ๆ" หลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่นิสัยปกติ จึงขอดูเอกสารที่ส่งมาก็รู้ทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ ตนพยายามโทรกลับไปสอบถาม แต่ปลายสายพูดจาไม่ดีและวางสายใส่ ด้วยความเป็นห่วงจึงรีบขับรถจากจังหวัดสระบุรีกลับมาหาลูกทันที