รายการโหนกระแสวันนี้ (6 ส.ค. 2569) พูดคุยกรณีหญิงคนหนึ่งที่ไปร้องขอความเป็นธรรมกับ ‘คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ’ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากเธอประสบปัญหาจากการไปดูดไขมันที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยปกติแล้วผู้เสียหายเป็นคนออกกำลังกาย แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นและผ่านการมีบุตร ทำให้หน้าท้องหย่อนคล้อย จึงตัดสินใจไปรับบริการที่คลินิกที่โฆษณาว่าดูดไขมันราคาไม่แพง ประมาณ 30,000 กว่าบาท แต่สุดท้ายค่าใช้จ่ายบานปลายไปถึง 70,000 บาท และผลลัพธ์ที่ได้คือ หน้าท้องยับเยินหลังการทำร่อง 11
ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย คุณหญิง (นามสมมติ) ผู้เสียหาย, คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งสายไหมต้องรอด, นพ. ศรัณย์ วรรณจำรัส ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจาก รพ. ววรรณสิริ และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์
คุณเอกภพ กล่าวว่า ตอนที่รับเคสนี้มาครั้งแรกเขารู้สึกตกใจมาก เพราะเมื่อพิจารณาจากระยะเวลาที่ทำมาตั้งแต่เดือน พ.ย. จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเดือนที่ 10 แล้ว ซึ่งตามปกติการศัลยกรรมประเภทนี้ควรจะเข้าที่ภายใน 4-6 เดือน แต่หน้าท้องของคุณหญิงยังไม่เข้ารูป และกลับกลายเป็นไตแข็ง ๆ ซึ่งถือว่าผิดปกติ
คุณหญิง เล่าที่มาของการเลือกคลินิกนี้ว่า เธอหาข้อมูลจากเฟซบุ๊กและพบคลินิกที่มีผู้ติดตามเป็นแสนคน ทำให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังมีรีวิวโฆษณาที่แสดงภาพคนที่มีรูปร่างอ้วนกว่าเธอมาก แต่หลังจากทำออกมาแล้วหุ่นสวยและแบนราบ ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งข้อสังเกตจากภาพโฆษณาว่า ภาพก่อนและหลังทำอาจไม่ใช่คนเดียวกัน โดยสังเกตจากลักษณะของสะดือที่แตกต่างกัน
นพ. ศรัณย์ ให้ความเห็นว่า บอกได้ยากเพราะมุมของภาพและการตกแต่งภาพไม่เหมือนกัน คุณเอกภพยังตั้งคำถามว่า การดูดไขมันปริมาณมากเพื่อให้แบนราบตามรูปโฆษณานั้นเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งคุณหมอตอบว่า หมอผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างสม่ำเสมอนั้นสามารถทำได้
คุณหญิง เล่าต่อว่า เมื่อเธอตัดสินใจได้แล้ว เธอได้แชตผ่านเพจและนัดเข้าไปพูดคุยในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งในวันนั้นเธอตัดสินใจโอนเงินและทำหัตถการทันที สาเหตุที่คุณหญิงทำเลยในวันแรกเพราะเธอเดินทางมาไกลและไม่อยากเสียเที่ยว ประกอบกับทางคลินิกแจ้งว่ามีคิวพร้อมทำได้พอดี
ประเด็นนี้ทนายตุ๋ยมองว่าเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะตามหลักการแพทย์ก่อนการผ่าตัดที่ต้องมีการวางยาโดยวิสัญญีแพทย์ จะต้องมีการตรวจเช็กร่างกาย ตรวจเลือด และตรวจสอบโรคประจำตัวก่อน ไม่ใช่สามารถทำได้ทันทีโดยไม่มีการเตรียมพร้อม
ในส่วนของค่าใช้จ่าย จากราคาโฆษณา 33,999 บาท ทางคลินิกอธิบายว่าราคานี้จะได้เฉพาะช่วงเอวและสะโพก หากต้องการทำทั้งเซ็ต รวมถึงบริเวณปีกผีเสื้อหรือช่วงแผ่นหลังตรงสายเสื้อใน จะต้องจ่ายเพิ่ม รวมถึงมีค่าบริการวางยาด้วย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 70,000 บาท ซึ่งคุณหญิงก็ได้โอนเงินจำนวนนี้ไปทันที โดยก่อนเริ่มทำมีเพียงการวัดความดัน มีเจ้าหน้าที่ถามว่าแพ้ยาไหม และเซ็นเอกสารเท่านั้น
ก่อนการผ่าตัด คลินิกได้มีการวาดแบบลงบนหน้าท้องของคุณหญิงเป็นรอยขีด 3 ขีด เพื่อทำร่อง 11 โดยอธิบายว่าจะดูดด้านข้างเพื่อให้เป็นเอว S และใช้เครื่องมือที่อ้างว่าทันสมัย ทางคลินิกแจ้งว่าจะมีการเจาะเปิดแผลเพื่อใส่สายยางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และมีการดามเพื่อให้เกิดร่อง แม้จะมีการเตือนว่าอาจจะมีอาการผิวย่นบ้าง แต่ในตอนนั้นคุณหญิงยอมรับว่าเธอนึกภาพไม่ออกว่าความย่นนั้นจะเป็นอย่างไร
หลังจากการผ่าตัดนาน 3 ชั่วโมง คุณหญิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการความดันสูงและหน้ามืด แต่ทางคลินิกไม่อนุญาตให้พักค้างคืน โดยให้พักต่อได้เพียงเกือบชั่วโมงก่อนจะให้เดินทางกลับในคืนนั้นเลย
หนุ่ม กรรชัย ได้พูดถึงท่าทีของคุณหญิงที่ดูมีความกังวล และไม่มั่นใจในการตอบคำถามในช่วงต้น ซึ่งเขาได้เปิดเผยความจริงจากการพูดคุยในช่วงพักเบรกว่า เพราะคุณหญิงถูกทางคลินิกส่งข้อความมาข่มขู่ว่าจะฟ้องร้องหากไปออกรายการหรือให้ข้อมูลที่ทำให้คลินิกเสียหาย
ขณะที่ทนายตุ๋ยได้ปลอบว่า สามารถพูดความจริงตามข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องหวาดกลัว คุณหญิงจึงได้ประกาศยืนยันว่าจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด หลังจากที่ทนรอมานานถึง 10 เดือน กับสภาพหน้าท้องที่พังเช่นนี้
คุณหญิง เล่าต่อว่า วันนั้นเธอต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็น 70,000 บาท จากราคาโฆษณาเดิม โดยทางคลินิกอ้างว่าจะช่วยทำส่วนปีกผีเสื้อให้ร่างกายดูสมดุลและเข้ารูปมากขึ้น แต่ในวันนั้นกลับไม่มีการตรวจเลือดหรือเช็กร่างกายใด ๆ มีเพียงการวัดความดันอย่างเดียวแล้วเข้าทำทันที โดยใช้วิธีวางยาสลบแบบฉีดเข้าเส้นเลือด ซึ่งคุณหญิงไม่เคยผ่านการวางยาสลบมาก่อนเลย และเจ้าหน้าที่ที่มาซักประวัติเรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยาก็เป็นเพียงพนักงานผู้หญิงที่ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งคุณหมอศรัณย์ได้ให้ความเห็นว่า จุดนี้ถือว่าไม่ได้มาตรฐานอย่างยิ่ง เพราะการซักประวัติสำคัญเช่นนี้ต้องกระทำโดยแพทย์เท่านั้น
หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง คุณหญิงฟื้นขึ้นมาด้วยอาการความดันสูง หน้ามืด และเวียนหัวอย่างรุนแรงคล้ายคนเมา แต่ทางคลินิกกลับแจ้งว่าใกล้เวลาปิดทำการแล้วในตอน 21.00 น. จึงให้เธอพักฟื้นเพียงไม่นานและให้เดินทางกลับบ้านเองในสภาพที่ยังสะลึมสะลือ โดยเธอต้องเรียกแท็กซี่กลับเพียงลำพัง ซึ่ง นพ. ศรัณย์ มองว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะหลังการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้ยาสลบควรมีการเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน เช่น การแพ้ยาหรือสภาวะความดันตกอย่างใกล้ชิด
นพ. ศรัณย์ ได้อธิบายกระบวนการดูดไขมันผ่านวิดีโอสาธิตว่า เป็นการลดสัดส่วนไม่ใช่การลดความอ้วน โดยจะมีการใส่ท่อแคนนูลาเข้าไปในชั้นไขมัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหากไขมันหลุดเข้าไปในกระแสเลือด จนเกิดสภาวะไขมันไปอุดตันตามอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ต้องมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหากเป็นการวางยาสลบแบบทั่วไป รวมถึงต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและมีอุปกรณ์กู้ชีพครบถ้วน ซึ่งกฎกระทรวงในปัจจุบันอาจไม่อนุญาตให้ทำหัตถการลักษณะนี้ในคลินิกทั่วไปหากไม่มีการขออนุญาตวางยาสลบอย่างถูกต้อง
เมื่อพิจารณาจากสภาพหน้าท้องของคุณหญิง นพ. ศรัณย์ วิเคราะห์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามแผนที่วาดไว้แต่แรก โดยปกติการทำร่อง 11 จะมีการวาดเส้นและดูดไขมันในบริเวณนั้นให้ลึกกว่าจุดอื่น เพื่อให้ผิวหนังลงไปติดกับกล้ามเนื้อ และมีการใช้เครื่องมือช่วยดามเพื่อให้เกิดร่องตามต้องการ แต่ในเคสนี้ดูเหมือนจะมีการดูดไขมันที่ลึกเกินไปจนผิวหนังแนบชิดกับกล้ามเนื้อผิดปกติ จนกลายเป็นรอยบุ๋มและยับเหมือนแผลเป็น นอกจากนี้ยังมีรอยช้ำซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสถานที่และบุคลากร โดยคุณหญิงให้ข้อมูลว่าคลินิกดังกล่าวเป็นตึก 2 คูหา 3 ชั้น ห้องผ่าตัดมีขนาดเล็ก และมีเพียงหมอคนเดียวกับผู้ช่วย 2 คน ซึ่งไม่ชัดเจนว่ามีวิสัญญีแพทย์อยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมาย วิสัญญีพยาบาลไม่สามารถดมยาเองได้โดยไม่มีแพทย์วิสัญญีควบคุม
ในรายการได้มีการเปิดเผยข้อความจากคลินิกที่พยายามอ้างว่า ได้แสดงความรับผิดชอบและติดตามผลการรักษาแล้ว พร้อมทั้งขู่ดำเนินคดีหากมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
คุณหญิงได้เล่าจุดพีกว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอไปที่คลินิก แพทย์กลับบอกว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับแพทย์และเป็นไปตามมาตรฐาน คุณหญิงจึงโต้กลับไปว่า ถ้าพอใจจริงก็ให้เอารูปหน้าท้องของเธอไปโพสต์รีวิวในเพจคลินิกเลย แต่เจ้าหน้าที่อีกท่านกลับปฏิเสธ โดยอ้างว่าต้องเลือกเฉพาะภาพที่สวยงามมาลงรีวิวเท่านั้น นพ. ศรัณย์ กล่าวเสริมว่า จริง ๆ แล้วการทำรูปรีวิวเปรียบเทียบก่อนและหลังทำนั้น ถือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดระเบียบกระทรวงอยู่แล้ว และในกรณีนี้เห็นชัดว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผนที่ควรจะเป็น
จากนั้น ในรายการได้เปิดภาพ 2 ภาพ โดยภาพหนึ่งเป็นภาพที่คลินิกคู่กรณีนำมาใช้โฆษณา ส่วนอีกภาพนั้น ทนายตุ๋ยได้อธิบายว่าเป็นภาพจากคลินิกอื่นที่เจ้าของคลินิกติดตามข่าวและเอะใจว่าภาพดูคล้ายกันหลายจุด ซึ่งทางเจ้าของคลินิกได้ตรวจสอบรายละเอียดองค์ประกอบภาพแล้ว ยืนยันว่า เป็นภาพของเขาที่อาจถูกดึงไปจากโซเชียล
เหตุการณ์นี้ทำให้คุณหญิงรู้สึกผิดหวัง เนื่องจากเธอตัดสินใจไปรับบริการเพราะหลงเชื่อในรูปภาพรีวิวดังกล่าว ซึ่งทนายตุ๋ยได้วิเคราะห์ถึงประเด็นทางกฎหมายว่า เข้าข่ายการนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ การที่คลินิกนำรูปคนอื่นมาลงแล้วลูกค้าหลงเชื่อคิดว่าคลินิกเป็นคนทำ ก็อาจเข้าข่ายฉ้อโกง
ในส่วนของการติดตามผลการรักษา คุณหญิง เล่าว่า เธอได้กลับไปที่คลินิกในช่วงปลายเดือน ม.ค. 2569 แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องรอให้ครบ 6 เดือนถึง 1 ปี จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผ่านมานานถึง 10 เดือนแล้ว เธอได้ไปปรึกษาโรงพยาบาลและคลินิกอื่น ๆ ซึ่งทุกที่ต่างพูดตรงกันว่าหน้าท้องของเธอนั้นผิดปกติและผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา เธอได้เข้าไปคุยกับแพทย์ผู้ทำหัตถการพร้อมกับทนายความ แพทย์กลับยืนยันว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นไปตามมาตรฐานของแพทย์แล้ว อีกทั้งยังต่อว่าคุณหญิงว่าการที่คลินิกอื่นบอกว่าไม่ดีนั้น เป็นเพราะที่อื่นต้องการโจมตีเพื่ออยากได้เธอเป็นลูกค้า
คุณหญิงยังเล่าถึงท่าทีของแพทย์ในวันนั้นว่า มีการแสดงอาการกร่าง ล้วงกระเป๋า และพูดใส่เธอในทำนองว่า “จะเอาอะไรอีก” ซึ่งทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากเพราะเธอเฝ้ารอมานานถึง 10 เดือน แต่กลับได้รับคำตอบที่บั่นทอนจิตใจเช่นนี้
ในรายการได้มีการขอตรวจดูสภาพหน้าท้องของคุณหญิงจริง ๆ ซึ่งคุณหญิงระบุว่าหน้าท้องแข็งเป็นไตและรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ เวลาที่จับ นพ. ศรัณย์ ได้ทำการตรวจดูเบื้องต้นและอธิบายว่า ตำแหน่งที่วางแผนทำร่อง 11 นั้น กลายเป็นรอยแผลเป็นด้านในที่ยึดติดกับกล้ามเนื้อ จนกลายเป็นรอยบุ๋มคล้ายรอยตะเข็บ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเหลือไขมันไว้ในส่วนที่ไม่ควรมี มีรอยนูนเป็นลอน และความหนาของไขมันไม่สม่ำเสมอ รวมถึงสีผิวที่ไม่เรียบเนียน
สำหรับข้อเสนอการเยียวยา คลินิกเสนอให้คุณหญิงมานวดไฟฟ้า 5 ครั้ง แต่ไม่การันตีผลลัพธ์ และพยายามให้เธอเซ็นเอกสารยอมรับข้อตกลง ซึ่งคุณหญิงปฏิเสธที่จะเซ็น นพ. ศรัณย์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การนวดควรทำในช่วงหลังการดูดไขมันใหม่ ๆ ไม่ใช่มาเริ่มทำเอาตอนเดือนที่ 10 ที่ปัญหาลุกลามไปมากแล้ว คุณหญิงยังเสริมว่า ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือน ม.ค. คลินิกไม่เคยติดต่อมาเลย จนกระทั่งเรื่องเริ่มเป็นประเด็น
หนุ่ม กรรชัย เผยว่าทีมงานได้ประสานงานกับทางคลินิกคู่กรณี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คลินิกแจ้งว่าเป็นเพียงผู้น้อย แต่ยืนยันว่าทางผู้บริหารได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลหรือชี้แจงใด ๆ เมื่อทางรายการแจ้งไปว่าอยากให้ชี้แจง เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการฟังความข้างเดียว ทางเจ้าหน้าที่กลับตอบว่ามา ตอนนี้ก็ฟังความข้างเดียวอยู่แล้ว
คุณหญิง เล่าว่า เธอได้ส่งข้อความไปหาคลินิกเพื่อให้ทบทวนการเยียวยาอีกครั้ง โดยระบุว่าเธอได้แจ้งเรื่องไปยัง สคบ. สบส. และแพทยสภาแล้ว รวมถึงตั้งข้อสังเกตเรื่องการโอนเงินค่าบริการเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ทั้งที่คลินิกจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ทางคลินิกกลับตอบกลับข้อความของเธอด้วยเพียงการส่งรูปสัญลักษณ์กดไลก์ ยกนิ้วโป้งกลับมาให้เท่านั้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้คุณหญิงมากขึ้น
ทนายตุ๋ยได้ให้ความเห็นทางกฎหมายในประเด็นการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องสำหรับการประกอบกิจการในนามนิติบุคคล เนื่องจากมีผลต่อการตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายและการเสียภาษี ซึ่งอาจเข้าข่ายการเลี่ยงภาษีที่ทางสรรพากรต้องเข้ามาตรวจสอบ
ขณะที่คุณเอกภพได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า คุณหญิงได้ไปปรึกษาสถานพยาบาลอื่นเพื่อหาแนวทางแก้ไข ซึ่งแพทย์จากที่อื่นยืนยันว่า สภาพหน้าท้องผิดปกติ และหากต้องการแก้ไขให้กลับมาสู่สภาพเดิม (ไม่ใช่ทำให้สวยขึ้น) จะต้องใช้เงินสูงถึง 350,000 บาท ซึ่งเมื่อนำข้อมูลนี้ไปแจ้งกับคลินิกเดิม ทางคลินิกก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า พอใจในผลงานของตนเองแล้ว
ทนายตุ๋ยได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในการทำศัลยกรรมที่เป็นสัญญาทางแพ่งประเภทการจ้างทำของ ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตามที่ได้โฆษณาไว้ แพทย์จะอ้างความพึงพอใจของตนเองฝ่ายเดียวไม่ได้
ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบ คุณเอกภพแจ้งว่าทาง สบส. และ สคบ. กำลังเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพการรักษา ซึ่งมีประเด็นสำคัญเรื่องการได้รับอนุญาตให้ดมยาสลบหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายคลินิกเวชกรรมทั่วไปมักไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำการดังกล่าว นอกจากนี้คุณเอกภพยังย้ำว่า ปัจจุบันการทำร่อง 11 เป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้หญิง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาควบคุมดูแลมาตรฐานอย่างเข้มงวด
จากนั้น รายการได้มีการติดต่อหา ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งท่านเปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. และจะลงพื้นที่ตรวจสถานพยาบาลในสัปดาห์หน้า
ท่านรองอธิบดีอธิบายว่า โดยปกติคลินิกเวชกรรมที่มีเพียงห้องผ่าตัดเล็กไม่สามารถทำการดูดไขมันโดยการดมยาสลบได้ การกระทำดังกล่าวต้องทำในห้องผ่าตัดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติจาก สบส. เท่านั้น ซึ่งมักจะอยู่ในโรงพยาบาลเป็นหลัก หากพบว่ามีการใช้บุคลากรผิดประเภท หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ จะมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงอาจมีการสั่งปิดชั่วคราวหรือเพิกถอนใบอนุญาต
การโฆษณาด้วยคำว่า “สวยตรงปก” ถือเป็นคำที่ใช้ไม่ได้และผิดกฎหมาย
ส่วนข้อกังวลที่ว่าทางคลินิกอาจจะพยายามปรับเปลี่ยนสถานที่ เพื่อรองรับการตรวจ ท่ารองให้ความมั่นใจว่า ทาง สบส. มีข้อมูลเดิมอยู่แล้วว่าคลินิกได้รับอนุญาตให้ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศมีคลินิกเพียง 24 แห่งเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้มีห้องผ่าตัดใหญ่ตามกฎหมายเก่า ดังนั้น การลงพื้นที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้จะเป็นการตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อสถานพยาบาล แพทย์ผู้ดำเนินการ และวิสัญญีแพทย์หากพบความผิด
คุณเอกภพ ได้ถามถึงบทลงโทษในกรณีนี้ว่าจะมีผู้ต้องติดคุกหรือไม่ ซึ่งท่านรองชี้แจงว่า ความผิดจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือส่วนที่เป็นโทษทางอาญาที่มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ โดยหากพบว่ามีโทษจำคุกมากกว่า 1 ปี ทาง สบส. จะส่งเรื่องฟ้องพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาทันที
หนุ่ม กรรชัย และคุณเอกภพ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบในวันจันทร์ โดยตั้งคำถามว่า ระหว่างนี้คลินิกจะยังคงแอบทำหัตถการหรือวางยาสลบเพื่อดูดไขมันให้ลูกค้ารายอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งท่านรออธิบายว่า ตามปกติคลินิกเวชกรรมทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้ใช้เพียงห้องผ่าตัดเล็กเพื่อทำหัตถการพื้นฐาน เช่น การฉีดยาชาหรือการทำทรีตเมนต์เท่านั้น แต่การดูดไขมันพร้อมวางยาสลบนั้นทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทาง สบส. จำเป็นต้องลงไปตรวจสอบการจัดตั้งห้องผ่าตัด (setting) และตรวจสอบบัตรประวัติผู้ป่วย (OPD card) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิดจริงตามที่เป็นข่าวในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกต้อง ทาง สบส. จะดำเนินการจัดการอย่างแน่นอน
คุณเอกภพพยายามย้ำว่า เหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายเกิดขึ้นจริง มีการวางยาและผ่าตัดจริงมานานถึง 10 เดือนแล้ว โดยที่คลินิกอาจไม่มีใบอนุญาตในการวางยาด้วยซ้ำ ซึ่งหนุ่ม กรรชัย ได้ถามความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเอกสารไปแปะประกาศห้ามประกอบกิจการไว้ก่อนจนกว่าจะมีการตรวจสอบเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงกับผู้ใช้บริการรายอื่นในช่วงนี้ ท่านรองจึงได้อธิบายหลักการทำงานของ สบส. ว่ามีการแบ่งกลุ่มคลินิกตามความเสี่ยงเป็นกลุ่มสีแดง สีส้ม และสีเหลือง โดยคลินิกที่มีเรื่องร้องเรียนหรือเคยมีคดีความจะถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบและระงับการให้บริการทันทีหากพบการกระทำซ้ำ
ในประเด็นเรื่องใบอนุญาต ทนายตุ๋ยได้ตั้งข้อสังเกตว่า เพียงแค่ตรวจสอบใบอนุญาตสถานประกอบการคลินิกเวชกรรม ก็สามารถบอกได้ทันทีว่าไม่ได้รับอนุญาตให้มีห้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งท่านรองเห็นพ้องและระบุว่าคลินิกที่เปิดใหม่ในระยะหลังจะไม่สามารถมีห้องผ่าตัดใหญ่ได้ หากนำห้องผ่าตัดเล็กมาใช้ดูดไขมันร่วมกับการดมยาจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที
หนุ่ม กรรชัย ได้ยิงคำถามสำคัญถึงความล่าช้าในการตรวจสอบ โดยถามว่าในเมื่อมีการร้องเรียนตั้งแต่วันที่ 22 และ 24 ก.ค. มที่ผ่านมา เหตุใดจึงเพิ่งจะมีการลงพื้นที่ในวันจันทร์ ท่านรองชี้แจงว่า ในแต่ละเดือนมีเรื่องร้องเรียนส่งมายัง สบส. เกือบ 100 เรื่อง และเจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังไปจัดการหลายเคสพร้อมกัน เช่น เคสที่ราชบุรี และเคสที่มีเด็กเสียชีวิตจากการทำคลอด ซึ่งท่านเองเพิ่งจะได้รับรายงานเรื่องการดูดไขมันร่อง 11 เมื่อวานนี้ และเมื่อทราบเรื่องก็ได้สั่งการด่วนทันที
ทั้งนี้ ท่านรองยังได้เปิดเผยข้อจำกัดด้านบุคลากรว่า ในประเทศไทยมีคลินิกมากถึง 45,000 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชนอีก 480 แห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีคลินิกกว่า 8,000 แห่ง แต่กลับมีข้าราชการที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดูแลเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คุณเอกภพได้พูดถึงการทำงานของ สบส. ว่าจะทำงานลงพื้นที่แบบไซอร์ไพรส์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คลินิกเตรียมตัวทัน ซึ่งอาจจะไม่ได้ไปวันจันทร์ก็ได็ ทำให้ท่านรองขำออกมาเล็กน้อย แต่ไม่ได้ระบุอะไรเพิ่มเติม ทำให้ผู้ร่วมรายการเข้าใจรูปแบบการทำงานมากขึ้น
หลังจากจบการสนทนากับท่านรองอาคม นพ. ศรัณย์ ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานว่า คลินิกดังกล่าวน่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีห้องผ่าตัดใหญ่ เนื่องจากเกณฑ์ของ สบส. กำหนดว่าห้องผ่าตัดต้องมีเพดานสูงอย่างน้อย 3 เมตร และต้องมีพื้นที่อย่างน้อย 30 ตารางเมตรสำหรับห้องผ่าตัดเล็ก ซึ่งอาคารประเภทตึกแถวมักจะติดปัญหาเรื่องความสูงของเพดานที่ไม่ถึงเกณฑ์ ทำให้มักจะถูกตีตกและไม่ได้รับอนุมัติให้ทำผ่าตัดใหญ่มาตั้งแต่ช่วงปี 2564
การทำงานของหน่วยงานราชการอาจจะดูช้าไปบ้าง เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังคน และต้องเน้นความชัดเจนและหนักแน่น การจะตอบว่าใช่หรอืไม่ใช่ อาจต้องใช้เวลา แต่เมื่อได้คำตอบแล้วนั่นก็ชัดเจนแน่นอน
หนุ่ม กรรชัย เสอบถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของคุณหญิง ซึ่งเธอได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตครอบครัวว่า หลังจากเกิดปัญหาง สามีของเธอรับไม่ได้กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หวาดกลัวสภาพหน้าท้อง จนทำให้ต้องแยกกันอยู่ทั้งที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานถึง 19 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน นอกจากความสูญเสียในครอบครัวแล้ว คุณหญิงยังต้องเผชิญกับสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องพึ่งยาเพื่อให้นอนหลับ ขาดความเชื่อมั่นในการเข้าสังคม และไม่สามารถไปออกกำลังกายได้เหมือนเดิม
เมื่อถามถึงแนวทางการรักษา คุณหญิงให้ข้อมูลว่าได้ไปประเมินที่โรงพยาบาลอื่นมาแล้ว ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าต้องทำการเลาะผังผืดและดึงหน้าท้องให้เรียบ นพ. ศรัณย์ ได้อธิบายเปรียบเทียบสภาพหน้าท้องปัจจุบันเหมือนกับผ้านวมที่นวมไม่เสมอกัน มีความสูงต่ำเป็นลอน การแก้ไขต้องผ่าตัดเพื่อเลาะจุดที่ติดกันให้หลุดออกแล้ววางใหม่ และการแก้ไขต้องเลาะอย่างระมัดระวังไม่ให้เนื้อตาย และยอมรับว่าทำได้ยาก โดยไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่ารอยแผลเป็นจะหายไปทั้งหมด
ในประเด็นความผิดปกติของหน้าท้อง นพ. ศรัณย์ วิเคราะห์ว่าผิวหนังส่วนที่ย่นและบุ๋มอยู่ใต้สะดือนั้น เกิดจากการดูดไขมันที่บางเกินไปจนเป็นคลื่น ซึ่งขัดกับแผนการดึงหน้าท้องที่ควรจะเรียบเนียนเหมือนส่วนบน หากแพทย์เจ้าของไข้อ้างว่าผลลัพธ์นี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็ถือเป็นการผิดสัญญาเพราะผลลัพธ์ไม่สวยงามและไม่ใช่สิ่งที่คนไข้คาดหวัง ในทางกฎหมายถือเป็นการเสียโฉมติดตัวและเป็นอันตรายสาหัส เนื่องจากผลกระทบนี้จะติดตัวไปตลอดชีวิตและทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย ทนายตุ๋ยระบุว่า ต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส เนื่องจากมีการเสียโฉมติดตัว และดำเนินคดีแพ่งในเรื่องละเมิดเพื่อเรียกค่าเสียหาย นอกจากนี้จะมีการแจ้งเรื่องไปยังแพทยสภาเกี่ยวกับจริยธรรมของแพทย์ และประสาน สบส. ตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการและวิชาชีพ
นพ. ศรัณย์ ได้แสดงความอนุเคราะห์ในฐานะแพทย์ โดย รพ. วรรณสิริ จะรับดูแลแก้ไขเคสของคุณหญิงให้ดีที่สุดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเยียวยาให้คนไข้กลับมามีความมั่นใจและใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง โดยแนวทางการรักษาจะเน้นการเลาะรอยตะเข็บผังผืดที่ขวางอยู่ ตัดผิวหนังส่วนที่เสียทิ้ง และใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้หน้าท้องกลับมาเรียบเนียนและใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคุณหญิงยอมรับว่าแม้จะไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% แต่ขอเพียงให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเธอก็พอใจแล้ว
คุณเอกภพกล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้กำลังดำเนินหน้าไปตามขั้นตอน โดยเขาได้ประสานงานกับผู้กำกับการ สน. สุทธิสาร ซึ่งท่านได้ลงมาดูเคสและรับแจ้งความด้วยตนเอง และคาดว่าจะมีการออกหมายเรียกทางคลินิกในเร็ว ๆ นี้ โดยคุณเอกภพมองว่า หากทางรองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพยืนยันว่า คลินิกไม่ได้รับอนุญาตเรื่องการวางยาสลบ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกัน
ประเด็นต่อมาที่มีการพูดคุยกันอย่างเข้มข้นคือ เรื่องของภาพโฆษณาที่ทางคลินิกนำมาใช้ ซึ่งการนำภาพที่ทำซ้ำหรือก๊อปปี้มาจากที่อื่นมาลงขายเป็นผลงานของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรง เพราะทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ทนายตุ๋ยยืนยันว่า ภาพดังกล่าวอเป็นภาพของคลินิกอีกแห่ง โดยมีหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ยืนยันวันเวลาที่สร้างภาพขึ้นมาอย่างชัดเจน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับภาพที่คลินิกคู่กรณีนำไปโพสต์ พบว่ามีลักษณะที่คล้ายกันมา ทั้งลักษณะของสะดือ ตำแหน่งการวางอุปกรณ์ และจุดสำคัญที่สุดคือ ไฝที่อยู่ตรงหน้าท้อง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกันเป๊ะ เพียงแต่มีการแต่งสีภาพ ประให้เอวคอด และปรรับลักษณะ 6 Packs ให้แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น
ทนายตุ๋ยให้มุมมองในเชิงกฎหมายว่า การปกปิดข้อความจริงเพื่อให้คนอื่นเชื่อจนได้ประโยชน์ไป และก่อให้เกิดความเสียหายตามมาเช่นนี้ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และหากเป็นการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียก็จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์เจ้าของภาพด้วย
คุณเอกภพ กล่าวว่า การทำงานย่อมมีความผิดพลาดได้เป็นธรรมดา แต่เมื่อเกิดเรื่องแล้วเจ้าของคลินิกต้องรับมือให้ได้ หากเป็นเขาและทราบว่าการแก้ไขมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 300,000 บาท เขาจะยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นและคืนเงินเดิมให้ลูกค้า แต่ในกรณีนี้ คุณหญิงเล่าว่าทางคลินิกกลับส่งสัญลักษณ์กดไลก์มาให้ในแชต หลังจากที่เธอขอให้ทางคลินิกพิจารณาทบทวนแนวทางการเยียวยาร่วมกัน ซึ่งเธอรู้สึกเหมือนเป็นการเยาะเย้ยให้เธอเดินหน้าต่อไปเลย คุณหญิงยอมรับว่าตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาเธอทุกข์ใจและเครียดมากจนไม่อยากมองร่างกายตัวเอง
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือเรื่องครอบครัว คุณหญิงเปิดเผยว่าสามีชาวต่างชาติของเธอรับไม่ได้กับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป จนถึงขั้นตัดการติดต่อและคุยกับแค่ลูกเท่านั้น สามีของเธอมองว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศของเขา คลินิกต้องติดคุกและถูกเรียกค่าเสียหายเป็นสิบล้านแล้ว เขารู้สึกตกใจและรับไม่ได้ที่คุณหญิงเอาร่างกายดี ๆ ไปทำให้เสียโฉมเช่นนี้
ในช่วงท้าย นพ. ศรัณย์ ได้รับนัดหมายให้คุณหญิงเข้าไปตรวจร่างกาย เจาะเลือด และวางแผนการผ่าตัดแก้ไข โดยจะมีแพทย์เข้ามาพูดคุยเตรียมความพร้อมอย่างละเอียด
นพ. ศรัณย์ ยังได้ให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า การทำหัตถการมีความเสี่ยงเสมอ อย่ามองแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว ต้องถามถึงภาวะแทรกซ้อนและการแก้ไขให้ชัดเจน และควรปรึกษาแพทย์หลาย ๆ แห่งเพื่อความมั่นใจ
ขณะที่คุณหญิงกล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาเมื่อเธอพยายามไปรีวิวความจริงในช่องทางของคลินิก เธอก็จะถูกบล็อกและถูกลบความคิดเห็นทิ้ง เพื่อให้เหลือแต่รีวิวที่ดีเท่านั้น