หลังมีคดีของ ‘สมีโชติ’ ซึ่งสะเทือนวงการสงฆ์ และสั่นคลอนศรัทธาของศาสนิกชน แล้วโลกออนไลน์ก็ระอุต่อเนื่อง หลัง ‘บอย ท่าพระจันทร์’ เซียนพระชื่อดัง ออกมาไลฟ์พูดถึงพฤติกรรมของวัดดังแห่งหนึ่ง จนชาวเน็ตแห่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา
ต่อมา เพจบิ๊กเกรียน โพสต์ข้อความระบุว่า “วงการพะโล้สั่นสะเทือนอีกแล้ว สมีโชติ-ยาหยีสีกาเอ๋ ยังไม่สะเด็ดน้ำ มีดรามาสาดวัดดังแถว ๆ อัมพวา สมุทรสงครามอีกแล้วค่ะ” ก่อนจะปล่อยภาพโพสต์อ่อยไว้ก่อน 1 ภาพ
ขณะที่เพจ Survive - สายไหมต้องรอด ก็ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "เหลือจะเชื่อ! เตรียมจับพระดัง! ดังกว่า #ทิดโชติ ก็วัดนี้แหละ สายมูต้องเคยไป” หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตและบรรดาสายมูต่างจับตาว่าคือวัดไหน
ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดจุฬามณี ต. บางช้าง อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม ซึ่งถูกเชื่อมโยงในประเด็นดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าบรรยากาศภายในวัดยังคงเป็นไปตามปกติ เจ้าหน้าที่และลูกศิษย์วัดต่างปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขณะที่ประชาชนยังเดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังคงมีผู้เดินทางเข้าวัดจำนวนมาก ส่วนวันธรรมดามีประชาชนบางตาลง ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกต่อเนื่อง
นายวิวรรธ โตเหมือน ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี กล่าวว่า จากข้อความที่มีการเผยแพร่และระบุเพียงว่าเป็นวัดดังในพื้นที่ภาคกลางหรืออำเภออัมพวานั้น ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่าจะหมายถึงวัดจุฬามณี เพราะในภาคกลางมีวัดที่มีชื่อเสียงและมีประชาชนเดินทางไปกราบไหว้จำนวนมากหลายแห่ง
สำหรับกระแสที่กล่าวถึงการขอให้บุคคลภายนอกจัดสร้างวัตถุมงคลนั้น ตลอดระยะเวลาที่ตนเข้ามาทำหน้าที่ไวยาวัจกรและใกล้ชิดกับวัด ไม่เคยรับรู้หรือพบว่าวัดจุฬามณีไปขอให้บุคคลภายนอกจัดสร้างวัตถุมงคลให้ โดยแนวทางของวัดคือ หากมีการจัดสร้างวัตถุมงคล วัดจะเป็นผู้ดำเนินการเอง และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของคณะสงฆ์ รายได้จากการจัดสร้างต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น ใช้บูรณปฏิสังขรณ์วัด สนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนา หรือดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล
ที่ผ่านมาอาจมีหน่วยงานหรือองค์กรสาธารณประโยชน์เข้ามาขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนกิจกรรมขององค์กรหรือกิจกรรมทอดกฐินสามัคคี ซึ่งหากมีวัตถุประสงค์ชัดเจน จำนวนการจัดสร้างแน่นอน และเจ้าอาวาสพิจารณาแล้วเห็นสมควร จึงอาจอนุญาตเป็นกรณีไป แต่ไม่เคยอนุญาตให้บุคคลทั่วไปจัดสร้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
ด้านนายธันยบูรณ์ อายุ 41 ปี ลูกศิษย์วัด กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ากระแสดรามาโยงมาถึงวัดได้อย่างไร แต่หากย้อนไปช่วงหลายปีก่อน เคยเห็นบุคคลภายในวัดพาคณะบุคคลภายนอกประมาณ 4-5 คน เข้ามาพบหลวงพ่อเพื่อขออนุญาตจัดสร้างวัตถุมงคลบางอย่าง โดยมีการพูดคุยกันระยะหนึ่ง แต่หลวงพ่อไม่อนุญาตให้ดำเนินการ ก่อนที่คณะดังกล่าวจะเดินทางกลับไป
ตนอยู่ในเหตุการณ์และเห็นว่ามีคนเข้ามาขอจัดสร้างจริง แต่หลวงพ่อปฏิเสธไป ส่วนเรื่องที่เกิดเป็นกระแสในขณะนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ตนยืนยันไม่ได้ เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัว เพราะยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง แต่ยืนยันว่าหลวงพ่อเป็นพระที่มีน้ำใจและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด
นายกนกเดช ลิขิตวัฒนเศรษฐ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกรวัดจุฬามณีอีกคน กล่าวว่า หลังเกิดกระแสข่าวและมีผู้พยายามเชื่อมโยงมายังวัดจุฬามณี คนภายในวัดยังไม่มีข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวหมายถึงใครหรือเกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่ ทุกคนยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ส่วนเจ้าอาวาสยังปฏิบัติศาสนกิจและกิจวัตรประจำวันตามปกติ รวมถึงพบปะประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้
กระแสข่าวไม่ได้ทำให้กิจกรรมภายในวัดหยุดชะงัก ช่วงวันหยุดยังมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมากตามปกติ ส่วนช่วงวันธรรมดาหรือวันที่มีฝนตก ผู้เดินทางอาจลดลงบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่มีความผิดปกติ
ตนอยากฝากถึงประชาชนว่า เมื่อได้รับข่าวสารควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบทุกด้าน หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงก็ควรเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด หากสงสัยเรื่องใดสามารถเข้ามาติดต่อสอบถามทางวัดได้ ไม่ควรด่วนสรุปจากข้อมูลเพียงด้านเดียว
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้โพสต์ต้นเรื่องยังไม่ได้เปิดเผยชื่อพระหรือชื่อวัดอย่างตรงไปตรงมา การเชื่อมโยงว่าวัดหรือบุคคลใดเกี่ยวข้องจึงยังเป็นเพียงการคาดเดาบนโลกออนไลน์ ต้องรอข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนจากผู้โพสต์ รวมถึงคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวถึงต่อไป