จากกรณีอินฟลูฯ สาวรายหนึ่ง โพสต์คลิปรีวิวที่พักแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ซึ่งเจ้าของรีสอร์ตเข้ามาค้นห้องพักกลางดึก บอกว่าได้ยินเสียงแมวในวงจรปิด เลยกล่าวหาว่าเจ้าของโพสต์แอบเอาแมวเข้ามาที่พัก รอบแรกเข้ามาค้นทั่วห้องไม่เจออะไร ยังทักมาซ้ำอีกว่ามีหลักฐานในกล้องวงจรปิดยืนยันว่าเจ้าของโพสต์อุ้มแมวเข้ามา ก็เลยให้เขามาค้นใหม่ ทำยังไงก็ไม่เชื่อ เปิดรถให้เช็กก็ยังไม่เชื่อ ยังยืนยันว่าเห็นอุ้มแมวจริงๆ แต่ค้นก็ไม่เจออะไร จนเจ้าของโพสต์ผวาต้องรีบขนของออกเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งคลิปดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นไวรัลในโซเชียล
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังรีสอร์ตดังกล่าว พบกับสามีเจ้าของรีสอร์ตได้พาไปยังห้องที่อินฟลูฯสาวกับเพื่อนหญิงเข้ามาพัก โดยเปิดเผยว่าทางรีสอร์ตมีกฎระเบียบ เรื่องห้ามนำสัตว์เข้ามาในห้อง และแปะข้อห้ามไว้ที่ประตูตู้เสื้อผ้าอย่างชัดเจน เพราะลูกค้าบางคนที่เข้าพักเป็นภูมิแพ้ขนสัตว์ จึงต้องป้องกันไว้
ด้าน หญิงเจ้าของรีสอร์ตที่ปรากฏอยู่ในคลิป เล่าว่า ลูกค้ามาขอเปิดห้องเป็นเวลา 2 คืน คือวันที่ 24-25 ต.ค.69 และเข้าพักตอนกลางคืน ขณะนั้นตนได้ยินเสียงแมวร้อง เพราะบริเวณรีสอร์ตไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ จึงให้สามีเข้าไปขอตรวจดู แต่เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติ ก่อนออกจากห้องสามีก็กล่าวคำขอโทษ ตนจึงเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่าผู้เข้าพักยกกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมจากท้ายรถมาวางที่พื้น พร้อมกับมีเสียงแมวร้องอย่างชัดเจน ตนจึงกลับเข้าไปขอตรวจอีกครั้ง และด้วยมารยาทตนไม่ได้เปิดค้นกระเป๋าแต่อย่างใด จากนั้นก็กล่าวคำขอโทษที่รบกวนเวลา
รุ่งเช้าไม่เห็นรถยนต์ของผู้เข้าพัก ตนจึงโทรศัพท์ไปหา เพื่อขอเข้าไปทำความสะอาดห้อง ได้รับคำตอบว่าไม่พักต่อแล้ว ตนจึงขอเลขบัญชีเพื่อโอนเงินคืนให้ ปรากฏว่าลูกค้าดังกล่าวได้นำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ในติ๊กต๊อก มีคนโทรมาข่มขู่ต่างๆนานา อีกอย่างแต่ละคอมเมนต์ก็ล้วนแต่กล่าวหาตนอย่างเสียหาย
เจ้าของรีสอร์ตกล่าวต่อว่า ตนมีวงจรปิดที่จะนำไปแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับอินฟลูฯ คนดังกล่าวและขอความเป็นธรรมจากสังคม เพราะในคลิปตอนเวลาตีห้าเศษ พร้อมอ้างว่าขณะที่ผู้พักรายนี้ยืนอยู่หน้าห้อง มีกระเป๋าสีดำวางบนโต๊ะ คล้ายมือขวาคว้าอะไรสักอย่าง ลักษณะคล้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่รักแร้ซ้าย โดยมีหัวโผล่ขึ้นมาให้เห็น นอกจากนี้ภายในห้องยังพบขนแมวตกอยู่ด้วย
เจ้าของรีสอร์ต กล่าวถึงสาเหตุที่ห้ามนำสัตว์เข้าพักด้วยเนื่องจากประมาณต้นปี 2568 มีลูกค้ามาเปิดห้อง และแอบนำสุนัขเข้ามาด้วย ปรากฏว่าหลังเช็กเอาต์ ภายในห้องมีแต่มูลและฉี่สุนัข ข้างห้องก็มีกระดาษทิชชูเปื้อนมูลสัตว์ทิ้งอยู่ ซึ่งลูกค้ายอมจ่ายค่าทำความสะอาด จากนั้นเป็นต้นมา ทางรีสอร์ตจึงมีกฎระเบียบห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าที่พัก
เจ้าของรีสอร์ต กล่าวย้ำว่า ตนต้องปกป้องสิทธิเนื่องจากมีการนำข้อมูลเท็จเผยแพร่ในโลกโซเชียล ยืนยันขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และการที่ตรวจแล้วไม่เจอแมว เพราะตนเคารพสิทธิ์ผู้เข้าพัก จึงไม่ได้รื้อค้นกระเป๋าแต่อย่างใด แต่ในวงจรปิดพอจะให้คำตอบได้ดี