เกิดเรื่องร้องเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ. จันทบุรี หลังแหล่งข่าวนำข้อมูลและภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว พร้อมร้องขอให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการ (ผอ.) หลังมีข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ จนทำให้ครูผู้หญิงบางส่วนและนักเรียน รู้สึกหวาดระแวงและไม่มั่นใจในความปลอดภัย
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกร้องเรียน คือ การที่ ผอ. รายดังกล่าวเข้ามาพักค้างคืน และใช้ห้องธุรการภายในโรงเรียนเสมือนเป็นที่พัก โดยล่าสุดปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องดังกล่าว ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็นกล้องของโรงเรียนและบุคลากรที่ได้รับสิทธิ์สามารถเปิดดูภาพได้
ภาพที่ถูกนำมาร้องเรียนปรากฏภาพบุคคล ซึ่งผู้ร้องระบุว่าเป็น ผอ. อยู่ภายในห้องธุรการโดยไม่สวมเสื้อผ้า และมีพฤติกรรมในลักษณะอนาจาร ขณะที่กล้องวงจรปิดกำลังบันทึกภาพอยู่ จึงทำให้บุคลากรบางส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภายในสถานศึกษาและเป็นห้องที่ใช้สำหรับงานของโรงเรียน
แหล่งข่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ ผอ. ถูกกล่าวหาว่ามักนำเรื่องที่มีเนื้อหาในเชิงลามกหรือเรื่องทางเพศมาเล่าให้ครูผู้หญิงบางคนฟัง จนสร้างความอึดอัด และทำให้ครูบางส่วนพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพังกับ ผอ.
แหล่งข่าวยังกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมส่วนตัวเรื่องการรักษาความสะอาด โดยระบุว่า เสื้อผ้าที่สวมใส่บางครั้งมีกลิ่นคล้ายไม่ได้ซักทำความสะอาด รวมทั้งมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานภายในโรงเรียน ซึ่งบุคลากรบางส่วนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ส่วนประวัติการทำงาน จากข้อมูลที่แหล่งข่าวให้กับผู้สื่อข่าว ระบุว่า ผอ. เคยเป็นครูอยู่ในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนย้ายไปดำรงตำแหน่งรอง ผอ. ในพื้นที่ อ. โป่งน้ำร้อน และต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ. โรงเรียนแห่งนี้
ขณะที่บุคลิกภายนอก แหล่งข่าวระบุว่า ผอ. มีภาพลักษณ์เป็นคนธรรมะธัมโม เคยสอนวิชาพระพุทธศาสนา และเคยพักอาศัยอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไม่ได้พักอยู่ภายในวัดดังกล่าวในเวลาต่อมา โดยแหล่งข่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องการรักษาความสะอาด อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางวัดโดยตรง
กระทั่งบุคลากรบางส่วนภายในโรงเรียนระบุว่า ไม่สามารถทนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ จึงตัดสินใจนำเรื่องพร้อมข้อมูลและหลักฐานบางส่วนมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเป็นการลับ พร้อมขอปกปิดตัวตน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงาน
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวยังแสดงความกังวลว่า หากร้องเรียนผ่านช่องทางภายในเพียงอย่างเดียว เรื่องอาจไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ จึงต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะประเด็นการใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนเป็นที่พัก รวมถึงพฤติกรรมที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาหลายประเด็นยังเป็นข้อมูลจากผู้ร้องและแหล่งข่าวภายในโรงเรียน จำเป็นต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัดชี้แจง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ล่าสุด นายอดิศักดิ์ ดงสิงห์ ผอ. ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับทราบและแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังประธานกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า
เบื้องต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาดังกล่าวมาช่วยราชการ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ระหว่างดำเนินการประสานแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบข้อเท็จจริง และเมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้ว จะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในส่วนของจรรยาบรรณวิชาชีพตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามิได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและสร้างความมั่นใจในระบบการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา
ในกรณีที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาพบเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ หรือพบกรณีที่อาจกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเหตุผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับทราบ ตรวจสอบ และดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนต่อไป