เรือนจำจังหวัดสระบุรี รายงานผลตรวจร่างกายเบื้องต้น “สมีโชติ และ สีกาคนสนิท” ผู้ต้องขังคดีทุจริต โดยในส่วนของสมีโชติ การตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัว ส่วนการประเมินสุขภาพจิต พบมีความวิตกกังวลเล็กน้อย มีคะแนน PMHQ อยู่ที่ 4 คะแนน
ส่วนสีกาคนสนิท ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ และปฏิเสธโรคประจำตัวเช่นเดียวกัน ขณะที่ผลการประเมินสุขภาพจิตพบมีความวิตกกังวลเล็กน้อย มีคะแนน PMHQ อยู่ที่ 6 คะแนน โดยเรือนจำจังหวัดสระบุรีจะดำเนินการประเมินสุขภาพจิตเป็นระยะ หากพบความเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป
สำหรับการตรวจรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ เรือนจำจังหวัดสระบุรีดำเนินการตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์ โดยรับผู้ต้องขังใหม่ตามระเบียบ และแยกกักโรคเป็นเวลา 5 วัน พร้อมมีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ ดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้านการรับประทานอาหาร พบว่ามื้อเย็นเป็นแกงมะเขือไก่ ผู้ต้องขังทั้ง 2 รายรับประทานอาหารได้ตามปกติ ส่วนมื้อเช้าเป็นแกงจืดลูกชิ้นหมู และรับประทานอาหารได้ตามปกติเช่นกัน
ส่วนการนอนหลับพักผ่อน ผู้ต้องขังทั้ง 2 รายสามารถนอนหลับได้ตามปกติ และไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษแต่อย่างใด
สำหรับความคืบหน้าของคดี พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ (ผบก.ป.) เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า จากกรณี “สมีโชติ และ สีกาคนสนิท” ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะตรวจสอบใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก การที่ สมีโชติได้มีการทำผิดวินัยของสงฆ์ โดยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ได้มีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด
ในส่วนที่ 2 จะเป็นการตรวจสอบหาเส้นเงินผู้กระทำความผิดร่วม เนื่องจากเส้นเงินที่พบ มีทั้งใบอนุโมทนาในการบริจาค, ใบอนุโมทนาในการออกใบเช่าพระ, รวมไปถึงใบอนุโมทนาในการร่วมบริจาคปรับปรุงวัด รวมกว่า 215 ล้านบาท
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า คาดว่าในคดีนี้จะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยว ซึ่งคาดว่าน่าจะมี 1-2 คน ส่วนจะเป็นสีกาหรือพระภิกษุนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
สำหรับขั้นตอนเส้นเงิน ขณะนี้กองบังคับการปราบปราม ได้ส่งเอกสารให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเพื่อที่จะตรวจสอบหาเส้นเงินการทุจริต เพื่อเกี่ยวโยงผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี สำหรับกรอบระยะเวลายังไม่สามารถระบุได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด และจะออกมาแถลงการณ์อีกครั้ง