จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ชาย อายุ 31 ปี ชาวตำบลขนุน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ ทำให้ทางญาติเกิดความเคลือบแคลงใจ นำไปสู่การนำร่างไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยผลชันสูตรสาเหตุของการเสียชีวิต สันนิษฐานว่า สมองได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทกของแข็ง ทำให้ทางครอบครัวมั่นใจว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จนกระทั่งมีการเปิดคลิปกลางรายการโหนกระแส ขณะที่ผู้เสียชีวิตเดินออกจากเตียง และถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 4 คน จับทุ่ม และทุบตี จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เภสัชกรวีระชัย นลวชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เป็นประธานในการสวดอภิธรรมศพ โดยมีพ่อของผู้เสียชีวิต ญาติ ครอบครัว และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแสดงความเสียใจ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

โดยเภสัชกรวีระชัย เผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่มาเพื่อช่วยเหลือเยียวยากับทางญาติ ผู้เสียชีวิต ซึ่งในส่วนของการชดเชยกรณีการเสียชีวิตก็จะเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ จะเร่งดำเนินการหารือ และอนุมัติเงินชดเชยให้โดยด่วน
ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อสั่งการจากทางรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขว่า อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้าย จึงได้มีมาตรการและการฝึกอบรมผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ ในวันที่ 12 ธ.ค.ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กรุงเทพมหานคร และออนไลน์ไปทั่วประเทศ

ส่วนกรณีการใช้กุญแจมือกับคนไข้นั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควร โดยปกติแล้วการควบคุมคนไข้ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ทำให้คนไข้ไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย ซึ่งจริงๆ ควรเป็นผ้าที่ผูกแล้วไม่เกิดการบาดหรือเสียดสี ขณะเดียวกัน ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 2 คน ซึ่งปรากฏภาพถ่ายตามคลิป คือ ชายแต่งกายชุดแขนสั้นสีน้ำเงิน และเป็นคนเดียวกันที่ใช้กำปั้นต่อยหน้าผู้เสียชีวิตหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่อีกราย สวมชุดฟอร์มโรงพยาบาลสีฟ้าอ่อน ปรากฏภาพในคลิปขณะกดแขนผู้เสียชีวิตไว้
ทั้งคู่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 , 83 หลังจากการรับทราบข้อกล่าวหา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า มีการผลักกันและตนมีเป้าหมายเพียงเพื่อจะหยุดคนไข้เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และมีความตั้งใจจะไปเคารพศพผู้เสียชีวิต