จากกรณียาย อายุ 63 ปี พร้อมด้วยหลานสาว อายุ 21 ปี เข้าปรึกษาขอความช่วยเหลือกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เพื่อขอให้ผู้ใจบุญมีเมตตาช่วยหลานสาวที่ดวงตากำลังใกล้จะบอด
หลานสาวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เมื่อตอนอายุ 15 ตนเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.3 แต่ดวงตาเริ่มพร่ามัว มองกระดานหน้าชั้นเรียนแล้วเห็นไม่ชัด จึงไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าตนเป็นเส้นประสาทตาฝ่อ เกิดจากทางพันธุกรรม ไม่มีวิธีรักษา ต้องกินยาอย่างเดียว ตนอยากเรียนต่อ อยากเป็นหมอ แต่ครูบอกว่าให้หยุดเรียนไปก่อน ไม่อยากให้เป็นภาระเพื่อน หายดีแล้วค่อยมาเรียนใหม่ ตนจึงต้องหยุดเรียนตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ตนอยากทำงาน หาเงินช่วยยาย
ทุกวันนี้ยายต้องขับรถมารับผักสดตั้งแต่ตี 2 ตี 3 และนำมาขายโดยใส่รถเข็นเดินเร่ขายไปทั่ว ตนอยากให้หมอช่วยรักษา อยากให้ทุกคนที่ใจบุญช่วยเหลือตนด้วย ถ้าหากตนหายดีตนจะได้หาเงินช่วยยาย ยายจะได้ไม่ลำบาก ตนอยู่กับยายและน้อง แม่ไม่เคยสนใจ มีแต่ยายคนเดียวที่คอยช่วยเหลือดูแลตนเองมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของยาย พบเป็นบ้านชั้นเดียวสภาพเก่าทรุดโทรม มีรถกระบะจอดอยู่ 1 คัน รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ยายเล่าว่า หลานสาวทั้ง 2 คน แม่เดียวกัน แต่คนละพ่อ พ่อแม่แยกทางกัน ไม่ได้ส่งเสียค่าใช้จ่ายให้
ปกติยายจะขับกระบะไปรับผักขายที่จังหวัดนนทบุรีและ กทม.ทั้งทุนและกำไรขายได้วันละ 2,000–3,000 บาท ถ้าขายดีก็จะขายได้ 4,000-5,000 บาท หักทุนแล้วจะเหลือกำไรวันละ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น ยังมีค่าน้ำมันรถแต่ละวันอีกวันละประมาณ 500 บาท
ขณะนี้ครอบครัวลำบากมาก เพราะว่ามีหนี้สินจำนวนมาก บ้านที่ดิน 100 ตรางวา ได้จำนองไว้ที่สหกรณ์ จำนวน 170,000 บาท ไม่ได้ส่งทั้งต้นทั้งดอกเลยถูกยึดที่ดินและบ้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างประกาศขายทอดตลาด ต้องหาเงินส่งค่างวดรถกระบะที่ใช้ค้าขายเดือนละ 4,300 บาท เป็นเวลา 10 ปี ส่งไปแล้วประมาณ 1 ปี เท่านั้น รวมค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 9,600 บาท นอกจากนี้ยังต้องส่งเงินกู้รายวัน กู้นอกระบบหลายราย รวมเป็นเงินกู้วันละ 2,800 บาท เงินต้นประมาณ 60,000 บาท
หลานสาวตนพิการทางสายตา จึงไม่ได้เรียนต่อ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางรักษาให้หายเป็นปกติ จะได้มาช่วยขายของได้และช่วยดูแลน้องได้เต็มที่
ด้านเพื่อนบ้าน เล่าว่า ยายอยู่กับหลานสาวรวม 3 คน หลานสาวคนโตพิการทางสายตา ชีวิตยายลำบากมาก น่าสงสาร ต้องขับรถออกไปรับซื้อผักเอาไปขายที่จังหวัดนททบุรี กทม.บ้างออกไปตั้งแต่เช้ามืด กลับเข้าบ้านมืดค่ำดึกดื่นเกือบทุกวัน
ด้านกำนันตำบลสนามคลี ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจยาย โดยแจ้งว่าไม่ทราบเรื่องว่าครอบครัวมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากทางยายไม่เคยแจ้งให้ผู้นำชุมชนและทาง อบต.ทราบ วันนี้จึงได้แนะนำให้ยายไปแจงเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้ช่วยกันหาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป และทางผู้นำชุมชนจะได้ช่วยประสานกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้างเข้ามาช่วยเหลือหลานสาวที่พิการทางสายตาด้วย