จากกรณีโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปขณะเด็กหญิง อายุ 2 ขวบกว่า ร้องไห้อยู่บนหลังรถเก๋ง ขณะกำลังฝึกซ้อมกีฬา โดยมีโค้ชทำท่าเหมือนจะเปิด-ปิดประตูท้ายใส่หนูน้อยเป็นการลงโทษ จนเด็กร้องไห้เสียงดังตลอดเวลา
ต่อมา โค้ชผู้ฝึกสอนจักรยานขาไถ (Balance Bike) พ่อและแม่ของเด็กที่ร้องไห้ในคลิป ได้ร่วมกันชี้แจงข้อเท็จจริงถึงเรื่องราวที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุหรือไม่
โค้ชผู้ฝึกสอน เผยว่า คลิปที่มีการเผยแพร่นั้นทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ถูกสังคมต่อว่า ทั้งๆ ที่ในวันนั้น ตนได้ฝึกสอนน้องอายุ 2 ขวบกว่าตามปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้น้องคว้าแชมป์จักรยานขาไถปี 2568 และมีแพลนจะเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์ในวันที่ 18 ธันวาคม 68 นี้ที่ประเทศไต้หวัน
ซึ่งทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ตนจะใช้สนามหน้า อบต.ท่าอิฐ เพื่อฝึกสอนเด็กเล็กที่มีใจรักในการเล่นกีฬาจักรยานขาไถ ส่วนสาเหตุว่าทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้นที่หลังรถ เนื่องจากโค้ชกำลังเก็บของจะกลับบ้าน ขณะนั้นน้องร้องไห้ไม่หยุด คุณแม่จึงพาน้องมาคุยกับโค้ชถึงความไม่ตั้งใจซ้อมในวันนั้น และได้เดินออกมา
โดยมีคุณพ่อและคุณแม่นั่งดูอยู่อย่างใกล้ชิด และคุณแม่เองก็เป็นคนถ่ายคลิปเอาไว้ หลังจากจบคลิปโค้ชกับตัวน้องได้มีการกอด หอม ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นปกติ โค้ชไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดประตูทับขา ซึ่งในเวลาต่อมาน้องเองก็วิ่งเล่นตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ส่วนที่ชาวเน็ตมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนลงโทษลูกศิษย์นั้นเป็นการเข้าใจผิด ไม่เป็นความจริง ตนจึงอยากอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ
ด้านแม่เด็ก เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจที่ทำให้โค้ชได้รับความเสียหาย ตนมีลูกสาว 2 คน เป็นลูกศิษย์ของโค้ชและแข่งขันได้แชมป์มาแล้ว ซึ่งตนกับสามีจะขับรถมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ทุกครั้งที่มาก็จะมาเช่าบ้านอยู่ เพื่อให้ลูกสาวทั้งสองคน ได้รับการฝึกสอนจากโค้ช
ส่วนคลิปที่เป็นประเด็น ตนเป็นคนถ่ายและแชร์ไปในโลกโซเชียล ไม่คิดว่าจะทำให้โค้ชได้รับความเสียหาย วันเกิดเหตุตนกับสามีก็นั่งดูโค้ชสอนลูกสาว