แม่ของนักเรียนหญิง ชั้น ป.2 ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ เนื่องลูกถูกเพื่อนห้องเดียวกันทำร้ายมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ถึงปัจจุบันรวม 5 ครั้ง โพสต์ดังกล่าวเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก แต่ภายหลังโพสต์ได้ถูกลบออกไป
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ได้พบกับผู้โพสต์ซึ่งเป็นแม่ของ ด.ญ. ที่ถูกทำร้าย ซึ่งได้เปิดเผยว่า ลูกสาว อายุ 8 ขวบ เรียนอยู่ในโรงเรียนของหมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ ป.2 เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ยายของเด็กได้ไปรับตัวเด็กมาจากโรงเรียนด้วยสภาพใบหน้าบวมช้ำ มีเลือดไหลออกมาจากโพรงจมูก เล่าว่าถูกเพื่อนที่โรงเรียนตบโดนบริเวณใบหน้าจนเลือดไหล
ยายได้พาน้องไปหาครูประจำชั้นแล้ว ครูประจำชั้นบอกว่าไม่เป็นอะไร จึงได้พาหลานกลับบ้าน แต่ตนรู้สึกเจ็บปวดใจกับสภาพของลูก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก น้องถูกทำร้ายมาจากโรงเรียน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว

ตอนน้องอยู่ชั้นอนุบาล 3 ถูกพี่ ป.4 ที่ครูให้มาดูแลน้อง กดคอบังคับให้นอนจนคอเคล็ด เพราะน้องไม่ยอมนอนกลางวัน และขู่ไม่ให้บอกครูและบอกผู้ปกครอง ภายหลังมีอาการปวดคอนอนไม่ได้ ตนเห็นผิดสังเกต จึงได้ปลอบจนน้องยอมเล่าให้ฟัง ตนจึงไปเล่าให้ครูประจำชั้นในตอนนั้นฟัง ครูบอกว่าขอโทษ ไม่ทราบเรื่องมาก่อน คราวหลังจะระวัง
ครั้งที่ 2 เมื่อตอนอยู่ ป.1 โดนเพื่อนผู้ชายในห้องกระโดดถีบ กระเด็นไปชนโต๊ะ แขนกระแทกขอบโต๊ะจนได้แผล เมื่อทราบเรื่องก็ไปคุยกับครูประจำชั้น ครูก็บอกว่าเด็กเล่นกัน แล้วก็บอกให้เพื่อนที่กระโดดถีบมาขอโทษ จบเรื่อง
ครั้งที่ 3 เมื่อขึ้น ป.2 โดนเพื่อนที่อยู่ในห้องเดียวกันผลักตกจากเก้าอี้ ได้รับบาดเจ็บบริเวณอวัยวะเพศจนต้องหยุดเรียนไปหลายวัน ผอ.โรงเรียน ทราบเรื่องจึงมาตาม โดยบอกว่าผู้ปกครองสร้างปัญหา ไม่พาเด็กไปโรงเรียน อาจจะทำให้เด็กมีเวลาเรียนไม่พอ เป็นเหตุให้สอบตกได้ ซึ่งตนก็ได้เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่ไม่ได้ไปโรงเรียน จึงได้ทราบว่าครูประจำชั้นไม่ได้รายงานให้ ผอ. ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ภายหลัง ผอ. รับปากว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
แต่ก็มาเกิดเหตุครั้งที่ 4 เมื่อโดนเพื่อนที่ห้องเดียวกันโยนเก้าอี้ใส่ โดนขาช้ำ แต่แม่มาทราบเรื่องทีหลัง และครั้งสุดท้ายครั้งที่ 5 คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค. จู่ๆ น้องก็ถูกเพื่อนผู้หญิงห้องเดียวกันตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จนเลือดกำเดาทะลัก
ขณะเกิดเหตุ ยายของเด็กซึ่งนำอาหารกลางวันไปให้ กำลังจะกลับบ้าน พอดี น้องก็ร้องไห้วิ่งไปหายาย ยายจึงพาไปหาครูประจำชั้น ครูประจำชั้นก็บอกว่าไม่เป็นไร แค่เลือดกำเดาไหล แล้วก็ผละจากไปโดยไม่ได้ใส่ใจ ยายจึงนำน้องกลับมาที่บ้าน ตนจึงพาน้องเดินทางไปตรวจรักษาที่ รพ. แล้วเดินทางไปที่สำนักงานเขตฯ เพื่อร้องเรียนกับ ผอ. ได้รับแจ้งว่าวันจันทร์จะดำเนินการให้ ตนจึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ศรีบุญเรือง
ขณะเดียวกันก็ได้โพสต์ลงในเพจ เล่าเรื่องราวหวังว่าจะมีผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ต่อมาภายหลัง ผอ.โรงเรียน ได้ส่งข้อความมาหาตน ขอร้องให้ลบโพสต์ โดยบอกว่าโรงเรียนได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้ถามไถ่อาการของเด็กเลยแม้แต่น้อย
โรงเรียนนี้ห้อง ป.2 มีนักเรียนแค่ 8 คน ทำไมครูถึงไม่สามารถดูแลเด็กแค่ 8 คนได้ เคยพูดคุยกับทาง ผอ. ว่าขอให้ลูกไม่ต้องไปโรงเรียนได้ไหม ตนจะสอนเองที่บ้าน แล้วค่อยไปสอบตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนดสอบ แต่ทาง ผอ. ก็บอกว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องมีการทำเอกสาร นู่นนี่นั่นเยอะมาก ขอให้ส่งน้องไปเรียนที่โรงเรียนเหมือนเดิม ตนก็จำใจให้ไป

นอกจากนี้ ยายของน้องยังได้บอกว่า น้องมีปัญหาลำไส้มาตั้งแต่คลอด ไม่สามารถกินอาหารปกติเหมือนเพื่อนได้ จะต้องเป็นอาหารที่เคยกินแล้วไม่ระคายกระเพาะเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถไปเรียนที่อื่นไกลๆได้ เนื่องจากทุกวันยายจะต้องนำอาหารที่ปรุงพิเศษไปให้น้องที่โรงเรียน
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้อง ซึ่งน้องเป็นเด็กน่ารัก พูดจาฉะฉาน สามารถเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังได้อย่างชัดเจน น้องบอกว่าถูกเพื่อนที่ร่างกายแข็งแรงกว่าทำร้ายอยู่เป็นประจำ ทั้งแย่งขนมและขู่ว่าจะบังคับให้เพื่อนห้องเดียวกันไม่เล่นด้วย ซึ่งน้องก็ยอมรับว่ามีหลายครั้งที่กลัวจนไม่อยากไปโรงเรียน ต้องรอให้เพื่อนหายโกรธจึงกล้าไป
โดยมีตอนหนึ่งที่น้อง บอกว่า เวลาถูกเพื่อนแกล้งหรือถูกแย่งขนม ก็ได้ไปบอกคุณครู คุณครูก็ไม่สนใจ เอาแต่เล่นติ๊กต็อก
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ผอ.โรงเรียน ก็ได้รับคำบอกเล่าสั้นๆ ว่า กำลังตั้งกรรมการสอบ ไว้ดูผลการสอบแล้วจะเปิดเผยให้ทราบ ส่วนครูประจำชั้นก็บอกแต่ว่า เด็กๆ ในห้องซ้อมเล่นละครกัน แล้วแกว่งมือมาโดนใบหน้าของน้อง จึงได้รับบาดเจ็บ ทั้งๆ ที่เพื่อนในห้องด้วยกันก็บอกว่าน้องถูกเพื่อนตีโดยไม่มีสาเหตุ
สุดท้าย คุณแม่ของน้องได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ มีครูผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาหา บอกว่าคุณแม่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นการใส่ร้ายป้ายสี มีโทษถึงติดคุกติดตาราง ซึ่งคุณแม่ก็ตอบโต้ไปว่า หากการที่ตนออกมาปกป้องลูกของตน จะทำให้มีความผิดถึงกับต้องติดคุก ตนก็ยอม ขอแต่ให้ลูกของตนปลอดภัยก็พอ
ซึ่งทางคุณแม่ของน้องเองก็บอกว่า ไม่ได้ติดใจกับการกระทำของเพื่อนลูก เพราะทราบว่าเด็กก็คือเด็ก แต่ทำไมครูถึงไม่สามารถดูแลควบคุมให้เด็ก 8 คน อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขได้
