วานนี้ ( 16 พ.ค.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากหญิง อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ว่าหลานสาว อายุ 13 ปีป่วยพิการเป็นใบ้และหูหนวก อยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัว มีกระดาษทิชชูเปื้อนเลือดวางอยู่ ข้างโซฟา จึงได้ไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงอยู่ในอาการตกใจ จึงได้โทรศัพท์วิดีโอคอลไปหาคุณครูของน้องซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเด็กผู้พิการทางการได้ยินและเป็นใบ้ โดยน้องได้ทำท่าทางเป็นภาษามือให้คุณครูดู จับใจความได้ว่าน้องถูกผู้ชายเข้ามาทำร้าย โดยการชกที่ท้อง 5 ครั้ง มือบีบคอ และใช้ของแข็งทุบที่ศีรษะ จากนั้นได้ล่วงละเมิดทางเพศน้อง ก่อนจะรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ย่าของเด็กหญิง เปิดเผยว่า ในบ้านมีตนและลูกสาวอีกสองคน เป็น 3 คน ซึ่งทำงานกันหมดในตอนกลางวันก็จะมีหลานอยู่เพียงลำพังภายในบ้าน พอเลิกงานมาตอนเย็น ของวันที่ 15 พ.ค.69รู้สึกผิดสังเกตเพราะหลานหวาดกลัวและตกใจ พอสอบถามก็ทำท่าทางอะไรให้ดู ตนเห็นผิดสังเกตและเห็นเลือดที่กระดาษทิชชูวางอยู่ข้างโซฟาจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย จนกระทั่งกลับมาหลานได้ทำท่าทางให้ดูเป็นภาษามือ แต่ตนก็ดูไม่ออกจึงได้โทรหาครูที่สอนหลาน จนกระทั่งครูได้แปลเป็นภาษาคำพูดถึงรู้ว่าหลานถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีคนเข้ามาในบ้านตอนที่หลานสาวหลับทำร้ายแล้วล่วงละเมิดหลานสาว เพราะตนรู้ก็โมโหรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบทันที
จากนั้นก็ได้หารูปให้หลานดูว่าเป็นใคร จนกระทั่งเอารูปคนข้างบ้านให้ดู หลานมีท่าทีหวาดกลัวและตกใจ จากนั้นก็ได้ชี้แล้วทำท่าทาง ว่าเป็นคนที่เข้ามาทำร้าย และยืนยันว่าเป็นคนข้างบ้านจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปริ้นรูปของคนข้างบ้านมาให้น้องชี้ น้องก็ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นทะเบียนราษฎร์พบว่าผู้ต้องสงสัยคือชาย อายุ 51 ปี เป็นชาว อ.บ้านคา จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงมีการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีการถอดกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้านออกและเจ้าของบ้านได้ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งเป็นการผิดสังเกต จึงได้เข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน ก็พบกระดาษทิชชูเปื้อนสีแดงคล้ายเลือดอยู่ในถังขยะ จึงได้เก็บหลักฐานเพิ่มเติมส่งชันสูตรตรวจดีเอ็นว่าตรงกันหรือไม่
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนและตรวจผลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมว่าตรงกันหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป