มีดราม่าเรื่องของกฎใหม่ ของการบินพลเรือนที่กำหนดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน สามารถเปิดตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน ล่าสุดมีเคสที่ เพจบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว ชื่อว่า เบ้นพาไป ออกมารีวิวโดนกฎใหม่กับตัว พร้อมตั้งคำถามว่าใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเปิดว
เพจเบ้นพาไป-Benz pa pai Journey โพสต์เหตุการณ์โดนเปิดกระเป๋า ระหว่างจะเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิไปฉงชิ่ง ประเทศจีน แล้วพบว่ากระเป๋าโหลดใต้เครื่องถูกเปิดตรวจ
โดยบอกว่า ตนเองโดนกับเต็ม ๆ กับกฎใหม่เรื่องการเปิดตรวจกระเป๋าผู้โดยสารโดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน เท่าที่อ่านประกาศมา เข้าใจว่าการเปิดกระเป๋าโดยไม่ต้องมีเจ้าของอยู่ด้วยนั้น จะทำได้เมื่อพบสิ่งของต้องสงสัยจากการตรวจ X-ray หรือสิ่งของที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน ไม่ใช่การเปิดตรวจกระเป๋าของผู้โดยสารทุกคนโดยทั่วไป
แต่สิ่งที่เจอวันนี้คือ คนไทยที่เดินทางมากับเครื่องบินลำเดียวกันกับเรา ถูกเปิดกระเป๋ากันทุกคน! เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วหลักเกณฑ์ที่ระบุว่าต้องมีเหตุอันควรสงสัยนั้น ในทางปฏิบัติเขาใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณา? หรือมีเหตุผลอะไรที่ทำให้กระเป๋าของผู้โดยสารกลุ่มนี้ต้องถูกเปิดตรวจทั้งหมด?
เข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางนะ แต่ในฐานะผู้โดยสารก็อยากรู้เหมือนกันว่า การตรวจค้นเกิดขึ้นเพราะอะไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โชคดีมากที่ของมีค่าที่อยู่ข้างในยังอยู่ครบ ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่ก็ยอมรับว่าพอเจอกับตัวเองแล้ว มันทำให้เกิดคำถามหลายอย่างจริงๆ
แม้ของไม่ได้หายแต่เมื่อของถูกค้นแล้วยัดกลับเข้าไปแบบไม่เป็นระเบียบ ถุงใส่ชุดชั้นในก็ถูกรื้อออกมาและไม่ได้ใส่กลับให้เหมือนเดิม ใบแจ้งการตรวจค้น ก็ไม่มีใครได้รับเลย จึงขอแชร์ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่กำลังจะเดินทาง
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีคนเข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์การทำงานของสนามบินจำนวนมาก หลายคนบอกว่าเพิ่งโดนเหมือนกัน บางคนก็บอกว่า ควรรอให้เจ้าของอนุญาต หรืออยู่ในสถานที่ตรวจค้นด้วยหรือไม่
ขณะที่ทางเพจประชาสัมพันธ์ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็เข้ามาคอมเมนต์ ชี้แจง
ผลตรวจสอบกรณีผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระถูกรื้อค้น ยืนยันไม่พบการเปิดตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของสนามบิน พร้อมย้ำมาตรการตรวจค้นสัมภาระมุ่งเน้นความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ตามที่เพจเฟซบุ๊ก "เบ้นพาไป-Benz pa pai Journey" ได้เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีสัมภาระเดินทางมีร่องรอยการเปิดและรื้อค้น โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับมาตรการใหม่ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนดังกล่าว และเร่งประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าผู้ร้องเรียนเดินทางกับสายการบินไห่หนานแอร์ไลน์ (Hainan Airlines)
เที่ยวบิน HU 424 เส้นทาง ทสภ. - ฉงชิ่ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ทสภ. จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากระบบตรวจสอบสัมภาระ บันทึกการปฏิบัติงาน และภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
พบว่า สัมภาระใบดังกล่าวผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย โดยระบบไม่พบวัตถุต้องห้ามหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องดำเนินการตรวจค้นเพิ่มเติม และสัมภาระได้ถูกลำเลียงผ่านระบบอัตโนมัติไปยังพื้นที่คัดแยกสัมภาระ (Make-up Unit) ตามขั้นตอนปกติ โดยผลการตรวจสอบ ในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่พบว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระใบดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่ของ ทสภ.
ทสภ. ขอเรียนชี้แจงว่า การเปิดตรวจสัมภาระเพิ่มเติมจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่กำหนด มิใช่การเปิดตรวจสัมภาระทุกใบเป็นการทั่วไป
ส่วนขั้นตอนการลำเลียง คัดแยก และขนถ่ายสัมภาระ (Baggage Handling) อยู่ในความรับผิดชอบและการดูแลของสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handler) ที่สายการบินจัดจ้างเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ทสภ. ได้แนะนำให้ผู้ร้องเรียนแจ้งสายการบินเพื่อประสานการตรวจสอบกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบต่อไป
⚠️ ทั้งนี้ ทสภ. พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างเหมาะสม โดยขอสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน (Checked Baggage) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยการบิน โดยอนุญาตให้เปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยได้ภายใต้เงื่อนไขและขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยการบินในระดับสากล
ในการดำเนินการเปิดตรวจสัมภาระ ทสภ. มีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยมีการบันทึกภาพระหว่างการเปิดตรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ รวมทั้งจัดให้มีเอกสารแจ้งการตรวจค้นสัมภาระ (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในกระเป๋า เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่าสัมภาระ
ของตนผ่านการเปิดตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของที่ห้ามนำใส่ในสัมภาระลงทะเบียน รวมถึงแนะนำให้เก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นไว้ในสัมภาระติดตัวตามข้อกำหนดของสายการบิน ตลอดจนเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสัมภาระเป็นไปอย่างราบรื่นและการเดินทางมีความปลอดภัย
ทสภ. ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับการดูแลสิทธิและทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียน ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม