มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

อ้าวต้า! จากหนุ่มสายเปย์ หลงรักเด็กเอ็น สู่ “สมหวัง” อดีตผู้ต้องหาลักไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ผู้เสียหายโผล่เพียบ ทั้งฉ้อโกง-บิดเงิน ลวงใช้บัญชีม้า


ข่าวด่วน
22 มกราคม 25691,576
อ้าวต้า! จากหนุ่มสายเปย์ หลงรักเด็กเอ็น สู่ “สมหวัง” อดีตผู้ต้องหาลักไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ผู้เสียหายโผล่เพียบ ทั้งฉ้อโกง-บิดเงิน ลวงใช้บัญชีม้า

รายการโหนกระแสวันนี้ กรณีของนาย "ต้า" หรือที่รู้จักในชื่อ "สมหวัง" ชายหนุ่มที่เคยมาออกรายการเพื่อร้องเรียนเรื่องราวความรักสุดช้ำ ระบุว่าตนเองไปตกหลุมรักหญิงสาวที่ทำงานเป็นเด็ก N ระดับ VIP เปย์เงินดูแลเดือนละหลายหมื่นบาท แต่สุดท้ายกลับถูกฝ่ายหญิงปันใจไปมีชายอื่นจนต้องมานั่งร้องไห้กลางรายการเพื่อขอเงินคืนและขอความรักคืน แต่หลังจากรายการเทปนั้นออกอากาศไป เรื่องราวกลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อผู้ชมรายการจำนวนมากจดจำลักษณะท่าทางของนายต้าได้ แม้ในวันที่มาออกรายการครั้งแรกเขาจะใส่หน้ากากอนามัยและสวมแว่นตากันแดดปิดบังใบหน้า แต่ผู้เสียหายหลายคนจำได้แม่นยำเพียงแค่เห็นใบหูและบุคลิกท่าทาง โดยระบุว่าชายคนนี้แท้จริงแล้วมีวีรกรรมฉ้อโกงและสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นเป็นจำนวนมาก หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ จึงได้เชิญกลุ่มผู้เสียหายที่รวมตัวกันมาร้องเรียนในวันนี้มาพูดคุย ประกอบด้วย คุณบาส คุณมิ้นท์ คุณก๊อต คุณเคน คุณกอล์ฟ และคุณเจน พร้อมด้วยทนายหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม มาให้ความเห็นทางด้านกฎหมาย

 

เรื่องราวเริ่มต้นจากคุณบาส ผู้เสียหายท่านแรกที่ยืนยันว่าจำนายต้าได้แม่นยำ โดยระบุว่ากรณีของตนเป็นเรื่องของการกู้ยืมเงิน ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันผ่านทางครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่ของนายต้ามีความสนิทสนมกับพ่อตาของคุณบาส นายต้าได้โทรศัพท์มาขอยืมเงินโดยอ้างเหตุผลว่าจะนำไปเคลียร์คดีความและจ่ายค่าไฟฟ้าสำหรับการทำเหมืองขุดบิตคอยน์ ซึ่งนายตาระบุว่าเครื่องขุดบิตคอยน์ของตนถูกยึดไป จึงต้องการเงินไป "อุดคดี" เพื่อนำเครื่องจักรออกมา ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 เดือน พ่อตาของคุณบาสได้โอนเงินให้นายต้ายืมไปรวมเป็นเงินกว่า 1,450,000 บาท โดยมีการโอนให้ครั้งละ 100,000 ถึง 200,000 บาท หรือบางครั้งสูงถึง 600,000 บาท ซึ่งข้ออ้างหลักที่นายต้าใช้เสมอคือการนำเงินไปวิ่งเต้นคดีเกี่ยวกับการลักลอบใช้ไฟฟ้าหลวงเพื่อขุดบิตคอยน์ ซึ่งทนายหมีได้ให้ความเห็นแย้งในจุดนี้ว่า คดีลักทรัพย์สินราชการหรือการไฟฟ้าฯ เป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความหรือ "อุด" ได้ง่ายๆ อย่างที่กล่าวอ้าง

 

นอกจากเงินจำนวนล้านกว่าบาทของพ่อตาแล้ว คุณบาสเล่าต่อว่าตนเองก็ถูกนายต้ายืมเงินส่วนตัวไปอีก 500,000 บาท โดยพ่อตาของตนเป็นคนรับปากว่าจะช่วยรับผิดชอบหากนายต้าไม่คืนเงิน แต่จนถึงปัจจุบันทั้งพ่อตาและคุณบาสยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว เมื่อมีการทวงถาม นายต้ากลับยื่นข้อเสนอที่น่าตกใจว่า หากอยากได้เงินคืนทั้งหมด 1.9 ล้านบาท ให้โอนเงินมาเพิ่มอีก 500,000 บาท เพื่อจะนำไปมอบให้กับ "เจ้" หรือแม่ของนายต้า เพื่อนำไปปิดคดีกับอธิบดีที่พัทยา แล้วจะนำเงินก้อนใหญ่พร้อมดอกเบี้ย 200,000 บาทมาคืนให้ คุณบาสไหวตัวทันและปฏิเสธที่จะโอนเงินเพิ่ม พร้อมทั้งถามกลับไปว่าทางฝั่งนายต้าจะเอายังไง ซึ่งได้รับคำตอบจากแม่ของนายต้าในทำนองท้าทายว่า "บาทนึงก็ไม่ให้ อยากได้ให้ไปฟ้องเอา" ซึ่งทำให้คุณบาสเจ็บแค้นใจมาก จนกระทั่งเห็นนายต้ามาออกรายการโหนกระแสจึงเข้ามาคอมเมนต์ทวงเงินกลางไลฟ์สดว่า "มึงเอาเงินไปเปย์สาว เอามาคืนกูก่อนดีกว่า 2 ล้าน" จนนำมาสู่การรวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่น

 

ในระหว่างการสนทนา มีการเปิดเผยชื่อจริงของนายต้าว่าชื่อ "สมหวัง" ส่วนชื่อ "ต้า" หรือ "เบต้าหวัง" เป็นชื่อที่เจ้าตัวใช้ในวงการซื้อขายเครื่องขุดบิตคอยน์และวงการสีเทา ทางด้านคุณมิ้นท์ ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่าตนรู้จักกับนายสมหวังหรือเบต้ามานานกว่า 6 ปีในสถานะเพื่อน โดยเมื่อก่อนเคยซื้อขายเครื่องขุดบิตคอยน์ด้วยกันและไม่เคยมีปัญหา แต่ล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายสมหวังได้มาชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าบัญชีธนาคารของตนถูกอายัด และต้องการเงินไปเคลียร์ปัญหาเพื่อนำเงินออกมา แล้วจะแบ่งกำไรให้ ด้วยความเห็นใจและเห็นว่าเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน คุณมิ้นท์จึงโอนเงินให้ไป 150,000 บาท โดยทำสัญญากู้ยืมไว้และไม่ได้คิดดอกเบี้ย แต่เมื่อถึงกำหนดคืนเงิน นายสมหวังกลับบ่ายเบี่ยง ใช้วิธี "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" แม้กระทั่งพ่อของนายสมหวังจะเข้ามาช่วยเจรจาบอกว่าไม่ต้องห่วง พ่อไม่ได้หนีไปไหน แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงินคืน

 

คุณมิ้นท์ยังเปิดเผยพฤติกรรมส่วนตัวของนายสมหวังที่มักจะชอบอวดรวยและอวดเรื่องสาวๆ โดยเฉพาะสาว N หรือพริตตี้ โดยนายสมหวังมักจะเล่าให้ฟังว่าตนเองเลี้ยงดูปูเสื่อหญิงสาวคนไหนบ้าง รวมถึงเรื่องราวของน้อง "วาย" หญิงสาวที่นายสมหวังมาคร่ำครวญในรายการเทปก่อนหน้านี้ด้วย คุณมิ้นท์เล่าว่านายสมหวังเคยบอกว่าเป็นคนขี้เหงามาก ต้องหาคนมานอนกอดหรือต้องเรียกใช้บริการสาวๆ เป็นประจำ ซึ่งหลังจากที่คุณมิ้นท์ได้ดูรายการโหนกระแสเทปที่นายสมหวังมาออก เธอรู้สึกอัดอั้นตันใจจนต้องอัดคลิประบายความในใจลงโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นไวรัลที่ทำให้ผู้เสียหายคนอื่นๆ ติดต่อเข้ามาหา เธอยังกล่าวขอบคุณน้องวาย หญิงสาวคู่กรณีของนายสมหวัง ที่ทำให้เรื่องราวนี้แดงขึ้นมา จนทำให้รู้ว่านายสมหวังมีพฤติกรรมฉ้อโกงผู้คนจำนวนมาก

 

ประเด็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุดตกอยู่ที่คุณก๊อต เด็กหนุ่มรุ่นน้องที่รู้จักกับนายสมหวังเพราะบ้านอยู่ใกล้กันและเคยซื้อขายเครื่องขุดบิตคอยน์กันมาก่อน คุณก๊อตเล่าว่านายสมหวังได้มาขอยืมใช้บัญชีธนาคารของตน โดยอ้างว่าจะมีลูกค้าโอนเงินค่าของเข้ามา และขอให้คุณก๊อตช่วยนำเงินนั้นไปแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญดิจิทัล USDT หรือบิตคอยน์ แล้วโอนกลับไปให้นายสมหวัง ด้วยความไว้ใจรุ่นพี่ คุณก๊อตจึงยอมทำตาม โดยมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของคุณก๊อตยอดรวมกว่า 2 ล้านบาท จากนั้นคุณก๊อตได้ทำการเปลี่ยนเป็นเหรียญคริปโตและโอนให้นายสมหวังไปได้ประมาณ 1.8 ล้านบาท ก่อนที่บัญชีจะถูกอายัด ความจริงปรากฏเมื่อคุณก๊อตพบว่าเงินที่โอนเข้ามานั้นไม่ใช่เงินค่าของ แต่เป็นเงินจากผู้เสียหายคนอื่นๆ ที่ถูกนายสมหวังหลอกลวง แล้วให้โอนเงินเข้าบัญชีของคุณก๊อตเพื่อฟอกเงิน ผลที่ตามมาคือคุณก๊อตถูกผู้เสียหายกว่า 10 รายแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ทั่วประเทศ ทำให้คุณก๊อตต้องวิ่งเต้นไปเจรจาและหาเงินส่วนตัวมาชดใช้คืนผู้เสียหายเหล่านั้นเพื่อบรรเทาโทษ ทั้งที่ตนเองไม่ได้ใช้เงินส่วนนั้นเลย

 

ทนายหมีได้อธิบายข้อกฎหมายในกรณีของคุณก๊อตว่าเข้าข่ายเป็น "บัญชีม้า" ซึ่งมีความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกฎหมายฟอกเงิน แม้จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดหรือสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกสูง หนุ่ม กรรชัย ถึงกับอุทานด้วยความตกใจและสงสารคุณก๊อตที่ต้องมารับเคราะห์แทน ทั้งที่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ หลักฐานแชตไลน์ที่คุณก๊อตนำมาแสดงยืนยันว่านายสมหวังเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินเป็นเหรียญคริปโตและโอนไปให้ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงการวางแผนมาเป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เสียหายจากการสั่งซื้อเครื่องขุดบิตคอยน์ คือคุณเคน คุณเจน และคุณกอล์ฟ ที่ถูกนายสมหวังหลอกขายเครื่องขุดในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด หรือที่เรียกว่า "Short Sell" โดยนายสมหวังจะเสนอขายเครื่องในราคาต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้า เมื่อลูกค้าสั่งซื้อจำนวนน้อยในครั้งแรกก็จะได้รับของจริงเพื่อสร้างความเชื่อถือ แต่เมื่อลูกค้าตายใจสั่งซื้อจำนวนมากในครั้งต่อมา นายสมหวังกลับไม่ส่งของให้ โดยอ้างเหตุผลสารพัด ทั้งเรื่องภาษี การขนส่ง หรือปัญหาสุขภาพ กลุ่มของคุณเคนมีผู้เสียหายรวมกว่า 30 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาท ส่วนคุณเจนโดนไป 750,000 บาท และคุณกอล์ฟรวมถึงเพื่อนๆ ก็โดนในลักษณะเดียวกัน พฤติการณ์ของนายสมหวังคือการทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อยื้อเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมจ่ายเงินคืนตามที่ตกลงไว้

 

ในรายการยังมีการเปิดเผยข้อมูลจากข่าวที่ยืนยันว่านายสมหวังหรือเบต้า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อนที่จังหวัดราชบุรีและปทุมธานี ยึดของกลางเป็นเครื่องขุดกว่า 600 เครื่อง มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และพบพฤติการณ์ลักลอบใช้ไฟฟ้าหลวง ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับการไฟฟ้าฯ อย่างมหาศาล ทนายหมีระบุว่าคดีนี้เป็นคดีลักทรัพย์ที่ยอมความไม่ได้ และมีโทษหนัก ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวที่คุณบาสเล่าว่านายสมหวังพยายามหาเงินไป "อุดคดี" แต่ในความเป็นจริงคดีลักษณะนี้ไม่สามารถวิ่งเต้นได้ง่ายๆ

 

ประเด็นที่น่าสนใจในช่วงท้ายรายการคือข้ออ้างเรื่องปัญหาสุขภาพของนายสมหวัง ทางครอบครัวของนายสมหวังแจ้งว่าหลังจากจบรายการโหนกระแสเทปแรก นายสมหวังเกิดความเครียดจัดจนพยายามทำร้ายตัวเองและต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยอ้างว่ามีอาการทางจิตใจจากการผิดหวังเรื่องความรัก อย่างไรก็ตาม คุณมิ้นท์ได้นำหลักฐานมาหักล้างคำกล่าวอ้างนี้ โดยเธอเปิดเผยข้อมูลจากโมเดลลิ่งจัดหาสาวสวยว่า เมื่อ 2 วันก่อน (วันที่ 20 มกราคม) นายสมหวังยังคงติดต่อโมเดลลิ่งเพื่อ "บอร์ดงาน" หรือเรียกเด็ก N มาดูแล โดยส่งข้อความแชตคุยเล่นและถามหาสาวๆ เพื่อมาย้อมใจที่คอนโดแถวปิ่นเกล้า ทั้งที่มีข่าวว่าป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล หนุ่ม กรรชัย พยายามให้ทีมงานและคุณมิ้นท์โทรศัพท์ติดต่อไปยังโมเดลลิ่งคนดังกล่าวกลางรายการเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง แต่ปลายสายไม่รับ หรือไม่สะดวกคุย โดยอ้างว่ากลัวและไม่อยากออกสื่อ แต่ยืนยันผ่านแชตว่ามีการติดต่องานจริง ทำให้หนุ่ม กรรชัย และผู้ร่วมรายการตั้งข้อสังเกตว่าอาการป่วยของนายสมหวังอาจเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อหลบหน้าเจ้าหนี้และสังคม

 

ผู้เสียหายทุกคนต่างยืนยันว่าได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วในท้องที่ต่างๆ แต่คดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทนายหมีจึงแนะนำว่า เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากและพฤติการณ์เข้าข่าย "ฉ้อโกงประชาชน" ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่มีอายุความยาวนานถึง 10 ปี ผู้เสียหายควรรวมตัวกันไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อให้เป็นคดีภาพรวมและให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางเข้ามาดำเนินการ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการแยกกันแจ้งความตามโรงพักต่างๆ หนุ่ม กรรชัย รับปากว่าจะประสานงานและพาผู้เสียหายทั้งหมดไปร้องเรียนเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยทิ้งท้ายเตือนภัยสังคมเกี่ยวกับเรื่องบัญชีม้าและการหลงเชื่อคนใกล้ชิดในเรื่องเงินทองว่าอาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนแสนสาหัสเหมือนกรณีของคุณก๊อต เรื่องราวทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า นายต้า หรือ สมหวัง ผู้ที่เคยเรียกคะแนนความสงสารจากสังคมในฐานะหนุ่มคลั่งรัก แท้จริงแล้วคือบุคคลอันตรายที่มีคดีติดตัวและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนจำนวนมากในวงกว้าง ทั้งเรื่องฉ้อโกง ลักทรัพย์ และฟอกเงิน

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เด็กเอน#ฉ้อโกง