วานนี้ (10 ต.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงอายุ 80 ปี ต้องรับภาระดูแลลูกชาย 2 คน คนหนึ่งป่วยติดเตียงมานานเกือบ 10 เดือน อีกคนป่วยหลังผ่าตัดสมอง มีรายได้เพียงเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 800 บาท วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ที่บ้านพัก หมู่ที่ 3 บ้านโนนทอง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อไปถึงพบ หญิงอายุ 80 ปี กำลังดูแลลูกชาย 2 คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะลูกชาย อายุ 56 ปี ป่วยติดเตียงด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบมานานเกือบ 10 เดือน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายได้บวชเป็นพระกระทั่งช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังฉันอาหารเช้าอยู่บนศาลาการเปรียญ จู่ ๆก็ล้มลงกลางวงภัตตาหาร ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากลูกชายที่ป่วยติดเตียงแล้ว ยังต้องดูแลลูกชายอีกคนที่มีอาการป่วยหลังผ่าตัดสมอง ทำให้ภาระทุกอย่างตกอยู่กับตนเพียงลำพัง มีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงเดือนละ 800 บาท ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะไม่สามารถออกไปทำงานหารายได้ได้ เนื่องจากต้องคอยดูแลลูกชายทั้งสองคน สิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนคือผ้าอ้อมผู้ใหญ่สำหรับเปลี่ยนให้ลูกชายที่ป่วยติดเตียง รวมถึงข้าวสารและอาหารแห้งไว้ประทังชีวิต นอกจากนี้ บ้านพักที่อาศัยมานานกว่า 30 ปี ยังมีสภาพเก่าทรุดโทรมและหลังคารั่ว สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะช่วงฝนตก
หญิงคนดังกล่าว บอกด้วยว่า ยังมีปัญหาการขอขึ้นทะเบียนผู้พิการให้ลูกชาย โดยแพทย์ออกเอกสารรับรองให้แล้ว ต่อมามีเจ้าหน้าที่ อบต.มาถ่ายภาพลูกชายเพื่อใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้พิการ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่าไม่เข้าเกณฑ์ผู้พิการ จึงยังไม่ทราบว่ามีข้อขัดข้องอะไร ทั้งที่มีเอกสารรับรองจากแพทย์แล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมแนะนำขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกชายได้รับสิทธิและความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์