มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

โหนกระแสสุดพีก ลูกชาย vs เมียใหม่พ่อ ปมเอาบ้านไปขาย แล้วปล่อยทิ้งไว้ที่ศูนย์คนชรา


ข่าวด่วน
22 สิงหาคม 25675,025
โหนกระแสสุดพีก ลูกชาย vs เมียใหม่พ่อ ปมเอาบ้านไปขาย แล้วปล่อยทิ้งไว้ที่ศูนย์คนชรา

รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณี ลูกชายตามหาพ่อวัย 76 ปี หลังพ่อย้ายไปอยู่กับเมียใหม่ ขาดการติดต่อไปเป็นปี แต่วันดีคืนดีมาเจอว่า บ้านที่เป็นสินสมรสของพ่อกับแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว จู่ๆ ถูกติดประกาศขาย โดยที่ลูกไม่รู้เลยว่า บ้านไปถูกขายตอนไหน ซ้ำร้ายกว่านั้น ติดตามหาพ่อที่ไปอยู่กับเมียใหม่ก็ไม่เคยได้เจอ จนสุดท้ายมาเจอว่า พ่อถูกเอาไปทิ้งไว้ที่บ้านพักคนชรา

 

นายเจมส์ ณัฐพงศ์ ลูกชายของนายประสิทธิ์ เล่าว่า พ่อมีลูก 3 คน คนโต เสียชีวิตไปแล้ว คนกลางเป็นดาวน์ซินโดรม ตนเป็นลูกชายคนเล็ก ก่อนแม่จะเสีย แม่ป่วยติดเตียง ส่วนพ่อคบหากับแฟนใหม่ตั้งแต่แม่ป่วย พอวันที่แม่เสีย พ่อก็พาผู้หญิงใหม่มาเปิดตัวในงานศพแม่ ซึ่งผู้หญิงคนใหม่นี้ ตนเรียกว่า “น้าพัช”

 

หลังแม่เสียชีวิตไป พ่อก็เก็บข้าวของออกจากบ้าน (หลังที่เป็นชื่อของพ่อกับแม่) ออกไปอยู่กับเมียใหม่ หลังจากนั้นตนก็ติดต่อพ่อไม่ได้อีกเลย เวลาจะไปหา ไปเยี่ยม เมียใหม่พ่อก็จะบอกว่าไม่อยู่บ้านตลอด

 

เรื่องมาเกิดตอนที่มีป้ายประกาศขายบ้าน 25 ล้าน มาแปะที่บ้านหลังนี้ที่เป็นชื่อพ่อกับแม่ เจมส์โทรไปถามคนที่ประกาศขาย จนรู้ความจริงว่า บ้านหลังนี้ถูกเอาไปขายฝากในราคา 15.5 ล้านบาท โดยในสัญญาขายฝาก มีลายเซ็นพ่อ และมีรอยพิมพ์นิ้วมือแม่ ซึ่งสัญญาฉบับนี้ทำไม่กี่วันก่อนแม่จะเสียชีวิต ทั้งที่ตอนนั้นแม่ป่วยติดเตียง สุดท้ายปล่อยให้ขาด จนคนที่รับซื้อฝากจึงมาติดป้ายประกาศขาย

 

ตนพยายามไปติดตามหาพ่อ เพื่อจะถามพ่อเรื่องบ้าน แต่ “น้าพัช” บอกว่า พ่อไปทำกายภาพที่โรงพยาบาลพระพุทธบาท ตนก็ยังไม่ได้เจอพ่อ แต่สุดท้ายตนเอะใจ ผ่านมาหลายเดือนตนโทรหาโรงพยาบาล จนรู้ว่าพ่อเพิ่งมาที่โรงพยาบาลเมื่อวานนี้เอง พอตามไปถึง ถึงรู้ว่า พ่อถูกเอาไปปล่อยทิ้งในศูนย์ดูแลคนชรา ลักษณะหลงลืม จากเส้นเลือดในสมองตีบ จนจำอะไรไม่ได้ จำลูกก็ไม่ได้ และมีอาการหวาดกลัวผู้หญิง กลัวว่าผู้หญิงจะมาทำร้าย

ตนโทรไปถามน้าพัช เขาก็เฉไฉไปเรื่อย จนไม่รู้ว่าเรื่องราวที่แท้จริงมันเป็นยังไง และแม่ตนปั๊มลายนิ้วมือขายฝากบ้านจริงไหม ตอนนี้ลูกๆ เดือดร้อนกันมาก ไม่มีที่จะอยู่ เพราะบ้านที่เป็นสมบัติของพ่อกับแม่ กลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย

 

ด้าน พัช ภรรยาคนใหม่ของนายประสิทธิ์ ยืนยันว่า ตนไม่ได้ไปอยู่เป็นภรรยาของนายประสิทธิ์ในตอนที่แม่ของเจมส์ยังไม่ตาย เพียงแต่ทำงานด้านเกษตรด้วยกัน เป็นเพื่อนร่วมงานกัน ดูแลกันมา คุณประสิทธิ์ยังเคยให้ตนไปช่วยดูแล อาบน้ำอาบท่าให้แม่ของเจมส์ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่อยู่เลย

 

ส่วนเรื่องการทำสัญญาขายฝากบ้าน ตอนที่ไปที่กรมที่ดิน ตนไม่รู้เรื่องด้วยเลย มารู้เรื่องทีหลังแลว คือนั่งอยู่ในบ้านหลังเดิม แล้วเห็นรูปของลูกชายคนโตของนายประสิทธิ์ที่เสียไปแล้ว สอดส่องสายตามาหาตน ให้ตนไปดูในตู้ ว่ามีเอกสารสำคัญอะไรอยู่ จนไปเจอว่ามีเอกสารขายฝากบ้านหลังนี้อยู่

 

นางพัชอ้างชื่อบุคคลที่สาม คือ นายชาคริต เป็นคนที่เคยทำธุรกิจกับนายประสิทธิ์ ดั้งเดิมแล้วนายประสิทธิ์เป็นคนเอาบ้านไปขายฝากจริง แต่ได้มา 5 ล้านบาท แต่ที่หนี้มันไปไกลถึง 15 ล้าน เพราะนายชาคริตเป็นคนไปต่อหนี้ จนกลายมาเป็น 15 ล้าน

 

ขณะที่ทนายไพศาล ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดแล้ว รอยพิมพ์นิ้วมือ อะไรต่างๆ มันเป็นการปลอมแปลงอย่างชัดเจน เรื่องนี้บ้านต้องกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ก็คือเจมส์ นิติกรรมเป็นโมฆะ แล้วเรื่องนี้ต้องมีคนติดคุกด้วย คนที่ปลอมแปลงเอกสารนี้ต้องติดคุกในคดีอาญา

 

หนุ่ม กรรชัย ได้ขอเบอร์คนชื่อชาคริตจากนางพัช เพื่อจะโทรไปพิสูจน์ความจริง แต่นางพัชอ้างว่า ชาคริตเขาปิดเครื่องติดต่อไม่ได้แล้ว แต่หนุ่ม กรรชัย ก็ยืนยันว่าให้จดเบอร์มา จะเปิดหรือไม่เปิดก็ไม่สำคัญ

เมื่อถามว่า แล้วเงินก้อนแรกที่เอามาจากการขายฝาก ตามที่นางพัชกล่าวอ้างว่าก้อนแรกแค่ 5 ล้านบาท เงินไปไหนหมด นางพัชบอกว่า 1 ล้านกว่าบาท นายประสิทธิ์เอาไปให้นายบาง ซึ่งเป็นหลาน เป็นเงินใช้หนี้ แต่เจมส์บอกว่า เป็นลูกพ่อมาไม่เคยรู้จักคนชื่อบาง ทั้งที่อ้างว่าเป็นญาติ ส่วนเงินก้อนที่เหลือไปไหน นางพัชตอบไม่ได้

 

ช่วงเดือดคือช่วงเจมส์ไล่บี้ถามว่า แล้วน้าเอาพ่อของตนไปทิ้งที่ศูนย์ได้ยังไง ตนสอบถาม ขอเบอร์ศูนย์จากน้าก็ไม่ให้ ที่ตอบโต้ว่าไม่ได้เอาไปทิ้ง ไปดูแลตลอด กล้าไปยืนยันกับ ผอ.ศูนย์ไหมว่าไปเยี่ยมพ่อกี่ครั้ง แล้วเงินค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายศูนย์ก็ไม่จ่ายสักงวด 

 

พัช บอกว่า ที่ต้องส่งนายประสิทธิ์ไปอยู่ที่ศูนย์ เพราะแกมีอาการหลงลืม จนเพจของท้องที่บอกว่าแกเป็นคนไม่มีสติสัมปชัญญะไปแล้ว แล้วเจมส์ก็ทำงาน ไม่มีใครดูแล เราก็ต้องส่งไป แต่ไม่ได้ทอดทิ้ง

 

แล้วเจมส์ยังไล่บี้อีกว่า กล้าพูดว่าไม่ได้เป็นเมียพ่อ แต่น้าเข้ามาอยู่ในบ้านของตนตั้งแต่แม่ตนยังอยู่ ขึ้นไปนอนบนห้องกับพ่อ ทั้งที่แม่อยู่ข้างล่าง ตนไม่เอาเรื่องน้าก็บุญแล้ว สุดท้ายพัชก็ยอมรับว่าไปอยู่กับนายประสิทธิ์ฉันท์ผัวเมียจริงๆ แต่ไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกายกัน เพราะนายประสิทธิ์แก่มากแล้ว

เจมส์ยังไล่บี้อีกว่า ทำไมน้าพัชไม่ยอมเอาเบอร์ของพ่อมาให้ น้ายึดมือถือ ยึดเครื่องไว้หมด ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยเป็นเพื่อนฝูงของพ่ออยากจะมาเยี่ยมมาหา น้าก็ไม่เคยให้ แล้วยังไปให้การกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ว่าลูกชายคนโตเสียชีวิต ลูกคนที่สองเป็นบ้า และลูกคนที่สาม(คือเจมส์) หายสาบสูญ จึงเป็นหน้าที่น้าพัชเป็นคนพาพ่อไปส่ง แล้วเงินก็ไม่ได้ให้เขา

 

นางพัชตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้เลย ยอมรับว่าไม่ให้เบอร์ไปจริงๆ แต่ไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ให้ แล้วก็อ้างว่าไม่ได้พูดกับศูนย์แบบนั้น แต่สิ่งที่เจมส์พูด เจมส์มีหลักฐานเป็นเอกสารการให้ถ้อยคำของทางศูนย์ที่ออกรับรองมาอย่างถูกต้อง

 

แล้วยังมีเรื่องที่นายประสิทธิ์ไปอยู่ในศูนย์ แล้วนางพัชเอาบัตร ATM ของนายประสิทธิ์ไปใช้ กดเงินออกมาใช้จ่าย เรื่องนี้ความผิดมันสำเร็จแล้วเรียบร้อย

 

สุดท้ายทั้งทนายแก้วและทนายไพศาลเตือนว่า ตอนนี้ป้าพัชต้องระวังให้ดี เพราะฟังสิ่งที่ป้าพูดวันนี้มันฟังไม่ขึ้นหลายอย่าง และมีความสุ่มเสี่ยงจะติดคุก ต่างกรรมต่างวาระ รวมทั้งคนที่รับซื้อฝากบ้านหลังนี้ ตอนนี้ขอให้รู้ว่าบ้านต้องส่งคืนเขาไป เงิน 15 ล้านก็ไม่ได้คืน เพราะมันเกิดจากการหลอกลวง ทำเอกสารเท็จ เรื่องนี้ต้องไปพิสูจน์กันอีกยาว แต่ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ป้าพูดความจริงจะดีกว่า เพราะหากผิดจะกลายเป็นเบา

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

นักเรียนโหนกระแสเชียร์ “ป้าพัช” แถให้สุด ไม่รู้จะไปหยุดตรงไหน

ช็อตพีก “ครูกะปิ” ขอเอกสารคืนจาก “ป้าพัช” แต่เจ้าตัวไม่ยอมปล่อย จนต้องถาม ป้าดึงไว้ทำไม

เงิบทั้งห้อง “ป้าพัช” อ้าง รูปคนตาย “ส่งสายตา” มาให้ไปเปิดตู้ ถึงได้เจอเอกสารขายฝากบ้าน


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#นายกสมาคมชาวนา#ลูกชายพ่อ#เมียใหม่พ่อ