ผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปเหตุการณ์ ระบุว่า “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสถานศึกษาแห่งหนึ่งใน จ. ลำปาง ลูกชายถูกรถคุณครูเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บข้อเท้าหัก ด้วยความไม่รู้กฎหมาย อยากจะถามเพื่อน ๆ ที่มีความรู้ว่าลูกผิด หรือว่าคุณครูผู้ขับรถยนต์ผิด เพราะวันนี้ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ระบุว่าการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิดตามข้อหา ด้วยความไม่รู้กฎหมาย ควรทำอย่างไร ต่อไปขับรถชนคน คนขับไม่มีความผิดเลยหรอ เหตุเกิดในโรงเรียน เป็นพื้นที่พิเศษ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อขับรถเข้าสู่สถานการศึกษาต้องลดความเร็วลงทันที่ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนพลุกพล่าน แต่ในคลิปกลับเพิ่มความเร็วขึ้น ดูกี่รอบก็คิดว่าคุณครูก็มีส่วนผิด จะผิดมากผิดน้อยก็ผิด แต่ท่านกลับบอกว่าการกระทำไม่เป็นความผิด เสียใจ เป็นประชาชนคนยากคนจนทั่วไป แต่ก็รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักความถูกต้อง รักความเป็นธรรม รักลูก ห่วงลูก อนาคตลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ลูกเป็นคนดี ท้ายนี้ กราบขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง เพื่อน ๆ ทุกท่านทุกคน ที่คอยให้กำลังตลอดมา”
ภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าเด็กชายกำลังเดินออกมาจากทางสนามหญ้า ก่อนที่เด็กจะกระโดดข้ามร่องน้ำริมถนน ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวกันกับครูท่านหนึ่งขับรถมาตามถนน จนเกิดเฉี่ยวชนเด็กจนเด็กล้มลงได้รับบาดเจ็บ คุณครูได้รีบลงจากรถมาประคองเด็กและมีการนำเด็กส่ง รพ.
ล่าสุดวันนี้ (16 ก.ย. 2569) จากการสอบถามไปยังผู้โพสต์ทราบว่ าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ. ลี้ หลังเกิดเหตุทาง ผอ. โรงเรียนมีการนัดทั้งสองฝ่ายมาคุยเรื่องค่าเสียหายกัน ซึ่งตอนแรกสรุปด้วยวาจากันที่โรงเรียนว่าจะเยียวยาเด็กประมาณ 1 แสนบาท เพราะกระดูกหัก และจะดูแลเด็กจนกว่าจะหายเป็นปกติ จะจ่ายค่าเยียวยากันที่โรงเรียนประมาณ 2-3 วันหลังจากที่ตกลงกัน
แต่ต่อมาปรากฏว่า ฝ่ายครูให้ไปเจอกันที่ สภ. ลี้ และจะขอเยียวยาที่ประมาณ 50,000 บาท ซึ่งตนเองยังไม่รับข้อเสนอนี้ เพราะว่าเฉพาะค่าน้ำมันรถยนต์เดินทางจากเชียงใหม่เพื่อมาหาลูกชายก็ปาเข้าไป 2 หมื่นกว่าบาทแล้ว และยังมีค่าอื่น ๆ ในการดูแลลูกชายอีก
และตนเองก็ต้องใจหายขึ้นไปอีก เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้รับหนังสือว่า ทางสำนักงานอัยการจังหวัดลำพูน สั่งไม่ฟ้องครูคู่กรณี ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหาหัส ตนไม่รู้กฏหมายจึงโพสต์ข้อความระบายความในใจในฐานะพ่อคนหนึ่ง ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนทั่วไปถือว่าโรงเรียนน่าจะมีความปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเรียน
ทั้งนี้ หลังที่มีการโพสต์คลิปออกไป ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก และหลากหลายแง่มุม ซึ่งผู้สื่อข่าวจะลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงกับคุณครูที่ขับรถ และทาง ผอ. โรงเรียน เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย