มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

พรีการ์ดทิพย์ สูญเงินกว่า 100 ล้าน


ข่าวโซเชียล
16 กันยายน 2569325
พรีการ์ดทิพย์ สูญเงินกว่า 100 ล้าน

รายการโหนกระแสวันนี้ (16 ก.ย. 2569) พูดคุยถึงกระแสการเล่นและสะสมการ์ดในปัจจุบันที่มีมูลค่าสูงมาก โดยบางใบมีราคาสูงถึง 100 ล้านบาท และมีการนำสินทรัพย์มูลค่าสูง เช่น รถยนต์พอร์ชราคา 20 กว่าล้านบาท, พระเครื่องราคา 10 กว่าล้านบาท หรือเงินสดหลักล้านบาทไปแลกซื้อการ์ด การสั่งซื้อการ์ดสะสมส่วนใหญ่เป็นการพรีออเดอร์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศผ่านตัวแทน ซึ่งกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการหลอกลวงขึ้น

 

ในตลาดการ์ดปัจจุบัน การ์ดที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือการ์ด One Piece และการ์ด Pokémon โดยการ์ดซีรีส์ One Piece เช่น รุ่น OP 16 และ OP 17 นั้น ใน 1 คาร์ตัน จะบรรจุ 12 กล่อง และแต่ละกล่องมี 24 ซอง ราคาเริ่มต้นพรีออเดอร์ล่วงหน้า 3 เดือน จะอยู่ที่ประมาณ 22,500 บาทต่อคาร์ตัน แต่เมื่อใกล้ถึงวันวางจำหน่าย ราคาในตลาดอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 30,000 บาท 35,000 บาท 40,000 บาท หรือ 50,000 บาทต่อคาร์ตัน เนื่องจากสินค้าผลิตออกมาน้อย

 

คุณอี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ระบุว่า ได้นำผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้วจำนวน 118 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 21 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มอีกเป็นหลักร้อยคน จากสินค้าพรีออเดอร์ล็อตใหญ่ที่จะไม่ได้รับของในเดือนธันวาคม ขณะที่ พล.ต.ต. ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ได้เข้าร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อดำเนินการทางคดี และยังมีทนายแก้ว ดร. มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้เข้าร่วมให้ข้อมูลด้านข้อกฎหมายและสัญญา นอกจากนี้ในรายการยังมีคุณปั่น, คุณตอง และคุณจ๋าย ไททิศมิตร ตัวแทนผู้เสียหาย ซึ่งจ๋ายระบุว่า ตนเองสูญเงินไปรวม 5 ล้านกว่าบาทจาก 2 เจ้า

 

คุณจ๋าย เล่าว่า ได้เริ่มเข้าสู่วงการสะสมการ์ด One Piece ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากเห็นกระแสในโซเชียลมีเดีย คุณจ๋ายได้ไปเดินเลือกดูที่สะพานเหล็กและเจอร้านที่แนะนำให้ทดลองเปิดการ์ด ต่อมาคุณจ๋ายได้รับการแนะนำจากเพื่อนรุ่นน้องให้สอบถามการพรีออเดอร์ไปยังร้านค้าออฟฟิเชียล แต่ร้านแจ้งว่าสินค้ายังไม่เปิดรับพรีออเดอร์

 

อาจจะเพราะความเป็นศิลปินมีชื่อเสียง ทำให้มีพ่อค้าหลายรายติดต่อเข้ามาเสนอขายสินค้า คุณจ๋ายพยายามเลือกหาร้านที่มีความน่าเชื่อถือจนพบร้านชื่อ 8K แต่เมื่อทราบว่าเจ้าของร้าน 8K อยู่ประเทศอเมริกาและกลัวว่าจะติดตามตัวไม่ได้ จึงปฏิเสธที่จะซื้อขายตรง และขอซื้อกับบุคคลที่มีบัตรประชาชนพร้อมทำสัญญาซื้อขายอย่างถูกต้อง ทางร้าน 8K จึงแนะนำเพื่อนชื่อ โอ๊ต ให้ คุณจ๋ายได้ทำสัญญาซื้อขายการ์ด One Piece จำนวน 75 คาร์ตัน คาร์ตันละ 70,000 บาท ยอดรวมกว่า 5 ล้านบาท โดยคุณจ๋ายได้โอนเงินงวดแรกจำนวน 3 ล้านกว่าบาทให้แก่นายโอ๊ตโดยตรง

 

หลังจากรอสินค้าประมาณ 1-2 เดือน ได้มีชายนามสมมติ นาย K ทักข้อความมาหาคุณจ๋ายโดยตรงเพื่อแจ้งว่า นายโอ๊ตนำออเดอร์มาสั่งพรีต่อกับตน แต่นายโอ๊ตจ่ายเงินมัดจำไม่ครบและจะทำการยึดเงินมัดจำ คุณจ๋ายจึงไปสอบถามนายโอ๊ต ซึ่งนายโอ๊ตได้ส่งสัญญาและสลิปหลักฐานการโอนเงินลงวันที่ 19 มี.ค. ยอดรวม 3 ล้านกว่าบาท ยืนยันว่าได้โอนเงินให้นาย K ครบถ้วนแล้ว

 

เมื่อคุณจ๋ายนำหลักฐานไปแย้ง แต่นาย K อ้างว่าเดิมเคยพูดคุยในแชตกันไว้ที่ 100 คาร์ตัน แต่นายโอ๊ตมาทำสัญญาจริงเพียง 79 คาร์ตัน จึงถือว่านายโอ๊ตผิดสัญญาและจะยึดเงินมัดจำ

 

เมื่อพยายามติดต่อพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหา นาย K ได้ปฏิเสธการเจรจาและพิมพ์ตอบเพียงข้อความว่า “คุยผ่านทนายครับ” ซ้ำ ๆ แต่ก็ไม่ยอมส่งเบอร์โทรศัพท์ทนายความให้ นายโอ๊ตจึงส่งโนติสไปถึงนาย K ทางทนายของนาย K ได้ตอบกลับขอเวลา 30 วัน โดยอ้างว่านาย K อยู่ต่างประเทศ แต่เมื่อครบกำหนด 30 วัน ซึ่งเลยกำหนดการส่งมอบสินค้าในเดือนสิงหาคมไปแล้ว ทนายของนาย K กลับส่งหนังสือแจ้งว่าฝั่งนายโอ๊ตเป็นฝ่ายผิดสัญญา

 

ทั้งนี้ สัญญามีลักษณะเป็นคดีแพ่ง แต่ทนายแก้วมองว่าควรตั้งเรื่องดำเนินคดีอาญา


 

หนุ่ม กรรชัย ถามถึงวิธีการเล่นการ์ด ผู้เสียหายอธิบายว่า จะมีการแบ่งการ์ดตามสี เช่น สีเหลือง สีแดง สีเขียว สีม่วง และสีฟ้า เรียกว่าเป็นการจัด Deck เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน โดยใน 1 กล่องเมื่อเปิดออกมา จะเป็นการสุ่มบรรจุการ์ดปะปนกันมาทุกสี การ์ดแต่ละสีไม่สามารถนำมารวมกันได้ แต่ละสีถือเป็น Deck ของมันเอง สำหรับตัวเลขที่อยู่ด้านบนของการ์ดคือค่าพลังเพื่อแสดงว่าการ์ดเก่งหรือไม่เก่ง ซึ่งค่าพลังนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับราคาเงิน การเล่นการ์ดกับการสะสมการ์ดถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ตลาดการ์ดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักสะสมที่จะมองเรื่องความสวยงามและราคาสูง กับกลุ่มคนเล่นที่จะมองเรื่องความเก่ง ค่าพลัง และความสามารถของการ์ด

 

สัญญากรณีของจ๋าย ทนายแก้วระบุว่า สัญญาที่ยื่นโนติสไปนั้นเป็นเรื่องทางแพ่ง แต่ตามปกติในส่วนระหว่างโอ๊ตกับนาย K หากเป็นการหลอกลวงฉ้อโกง จะต้องเริ่มพิจารณาจากต้นทางคือนาย K มีการหลอกลวงนายโอ๊ตหรือไม่ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างโอ๊ตกับจ๋ายถือเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญา ด้านจ๋ายชี้แจงว่าตนเองออกมาพูดเพราะรู้สึกว่าพฤติการณ์ในการรับพรีออเดอร์มีความประหลาด และมีผู้เสียหายที่โดนหลอกในลักษณะสเต็ปต่อสเต็ปเหมือนกัน ทั้งในเจ้ารายนี้และเจ้าอื่น ๆ จึงอยากออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับการสั่งสินค้าออนไลน์และการลงทุน

 

เมื่อหนุ่มถามถึงนาย K จ๋ายระบุว่ายังคงติดต่อคุยผ่าเฟซบุ๊ก โดยนาย K พยายามต่อรองแต่ปฏิเสธที่จะมาออกรายการ อ้างว่าทนายความติดทำคดีอยู่ที่ภาคใต้และต้องการพูดคุยผ่านทนายความเท่านั้น ขณะที่นายโอ๊ตอยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมฟ้องนาย K

 

ในระหว่างนั้น ป๋าเต็ด ยุทธนา ได้โพสต์ข้อความมาทวงถามจ๋ายเรื่องนัดประชุมเตรียมคอนเสิร์ตใหญ่ของวงไททศมิตรในเวลา 14.00 น. แต่ ณ เวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ยังเห็นจ๋ายนั่งอยู่ในโหนกระแสอยู่เลย ทำเอาผู้ร่วมรายการขำ แต่จ๋ายยืนยันว่าจะรีบตามไปประชุม

 

คุณปั่น ผู้เสียหายอีกท่านหนึ่ เล่าว่า ตนเองอยู่ฝั่งนาย K มาตลอด เพราะทำการซื้อขายกันเรื่อยมา ปัจจุบันรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาวะสูญญากาศ และเปรียบเทียบความรู้สึกว่าเหมือนไปเที่ยวผู้หญิงแล้วถุงยังอนามัยแตก ที่ต้องกังวลตลอดเวลาว่าตนเองโดนแล้วหรือยัง ติดแล้วหรือยัง โดยนาย K มีพฤติกรรมยื้อเวลามาโดยตลอด

 

คุณปั่นเล่ารายละเอียดการสั่งซื้อว่า ได้สั่งพรีออเดอร์ OP17 เวอร์ชันภาษาอังกฤษร่วมกับน้องรวม 40 คาร์ตัน ก่อนหน้านั้นสั่ง OP13 รวม 65 คาร์ตัน ในราคาคาร์ตันละประมาณ 19,000 ถึง 20,000 บาท แต่เพิ่งได้รับจริงเพียง 20 คาร์ตัน นอกจากนี้ยังสั่งการ์ด RA1 จำนวน 600 ซอง ในราคาซองละ 2,400 ถึง 2,550 บาท ได้รับจริงเพียง 250 ซอง ทั้งที่มีสินค้าเต็มตลาด และมีผู้เสียหายกลุ่มอื่นโดนไปอีก 400 ซอง ส่วน OP17 ได้รับเพียง 3 คาร์ตัน

 

คุณจ๋ายอธิบายเพิ่มเติมว่า ในวงการการ์ด เทปใสส่งตรงจากญี่ปุ่นถือเป็นตัวท็อป ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายในไทยจะเป็นเทปสีแดง ของมาเลเซียเป็นเทปสีเขียว และของฮ่องกงเป็นเทปสีเหลือง เนื่องจากสินค้าเทปแดงในไทยมีไม่พอ คนจึงต้องไปพรีสีอื่นจนกลายเป็นช่องว่างให้เปิดรับพรีออเดอร์

 

คุณปั่นรู้สึกว่าถูกยื้อเวลาและเลี้ยงไข้ไว้ ผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวว่าหากเป็นเรื่องขึ้นมา วงการการ์ดจะพังทลายหรือคู่กรณีจะหายแล้วไม่ได้เงินคืน นาย K คุยกับคุณปั่นทุกวัน และขอไม่ให้ออกรายการเพราะจะทำให้วงการพัง ซึ่งหนุ่ม กรรชัย และจ๋าย มองว่าคำพูดลักษณะนี้เหมือนมิจฉาชีพและระบบแชร์ลูกโซ่ จ๋ายกล่าวเสริมว่า มีผู้เสียหายในลักษณะนี้อีกจำนวนมากนับพันคนในกลุ่มไลน์ คุณปั่นตัดพ้อว่าเวลาไปแจ้งความ ตำรวจมักระบุว่าเป็นคดีแพ่ง ทำให้ไม่ได้รับอะไรกลับมา ในขณะเดียวกัน ฝั่งนาย K มีการตั้งทนายความเพื่อเตรียมฟ้องกลับผู้เสียหายที่อาจจะไปกล่าวหาเขาว่าเป็นมิจฉาชีพ ทำให้เขาเกิดความเสียหาย

 

คุณอี้ ได้เล่าถึงเคสของ น หนู หญิงอายุ 29 ปี ที่เริ่มสร้างเครดิตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ด้วยการอ้างว่าหา OP16 ได้ 100 คาร์ตัน จากนั้นได้เปิดรับพรีออเดอร์ OP17 ในช่วงมีนาคมถึงเมษายน โดยสัญญาว่าจะส่งของปลายเดือนสิงหาคม แต่เมื่อถึงกำหนดได้เลื่อนไปต้นเดือนกันยายน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ของ น หนู อ้างว่าถูกซัพพลายเออร์ชื่อ ม ม้า โกงมาอีกที ทั้งที่ตอนแรกอ้างกับผู้ซื้อว่าบินไปซื้อที่ญี่ปุ่นเอง เคสนี้มียอดสั่งซื้อ 860 คาร์ตัน รวมเป็นเงินประมาณ 29 ล้านบาท

 

พฤติการณ์ของ น หนู คือการพลิกตัวเองเป็นเหยื่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พยายามเปลี่ยนคดีอาญาเป็นคดีแพ่งโดยอ้างว่าจะทยอยคืนเงิน และโพสต์ภาพโชว์กล่อง OP17 แถบเขียวจากมาเลเซียเพื่อสร้างความเชื่อถือ นอกจากนี้ยังเปิดรับพรีออเดอร์ OP18 ต่อในเดือนกันยายน เพื่อกำหนดส่งของเดือนธันวาคม คุณอี้ชี้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นการทุบทำลายความฝันของเด็กและเยาวชนที่ทำธุรกิจสุจริต เช่น ลูกชายของทนายเอ๋ ไพศาล ที่ตกเป็นผู้เสียหาย รวมถึงเด็กอายุเพียง 11 ขวบ ที่เก็บเงินได้ล้านบาทจากการเทรดการ์ดก็ถูกโกงไปด้วย

 

กรณีนี้ผู้เสียหายรวมกันมากกว่า 100 คน ทั้งในส่วนที่นั่งอยู่ในรายการและที่อยู่บริเวณด้านล่าง สำหรับรายชื่อผู้เสียหายที่ถูกกล่าวถึง คุณโอ๊ค วง Little John ก็สูญเงินไปประมาณ 500,000 บาท จากการสั่งซื้อการ์ด One Piece โดยเป็นการฝากจ๋าย ไททศมิตร ซื้อและโอนเงินผ่านจ๋าย นอกจากนี้ยังมี ก้อง ห้วยไร่ ที่ตกเป็นผู้เสียหายเสียเงินไปเป็นจำนวนหลายล้านบาท ส่วนบุคคลอื่นในวงการที่ไม่ประสงค์ออกนามเนื่องจากรู้สึกอายก็มีอยู่อีกมาก

 

ผู้เสียหายอีกรายคือ บาส ซึ่งเดินทางมาจากภูเก็ต ถูกหลอกเงินไปจำนวน 25,500 บาท จากการสั่งซื้อการ์ด 1 คาร์ตัน นอกจากนี้ยังมีกรณีของ กีตาร์ ซึ่งเป็นหญิงที่เพิ่งคลอดลูกได้เพียง 3 เดือน ได้นำเงินก้อนสุดท้ายเกือบ 200,000 บาท มาลงทุนพรีออเดอร์เพื่อนำไปขายต่อ แต่กลับไม่ได้ของจนเกิดภาวะเครียดหนักและคิดจะทำร้ายตัวเอง ซึ่งกลุ่มนี้จากการสั่งซื้อผ่าน น หนู ผู้เสียหายรายใหญ่อีกคนโดนเงินไปกว่า 3 ล้านบาท จากการรับเงินลูกค้ามาพรีออเดอร์ต่อกับ น หนู เมื่อไม่ได้รับสินค้าจึงต้องนำเงินส่วนตัวไปชดใช้ให้ลูกค้าก่อน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นสองต่อ

 

คุณตอง ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองกับเพื่อนถูกหลอกเงินรวมกันเกือบ 1,700,000 บาท โดยเป็นส่วนของตนกับเพื่อน 700,000 บาท และของกีตาร์ 200,000 บาท ซึ่งทั้งหมดสั่งซื้อกับ น หนู หญิงอายุ 29 ปี ผู้เล่าเชื่อว่า น หนู อาจรู้เห็นกับกระบวนการฉ้อโกงหรือถูกใช้เป็นเอเจนต์ออกหน้าสร้างภาพผ่านเฟซบุ๊ก และเมื่อเกิดเรื่อง น หนู ได้ให้ทนายความติดต่อขอพบพี่แจ้

 

คุณปั่น ซึ่งเดิมทีอยู่ฝั่งนาย K ยอมรับว่า เคยต่อว่าจ๋ายว่าเหตุใดจึงมาตามทวงกับนาย K ทั้งที่เป็นเรื่องของนายโอ๊ต แต่ต่อมาปั่นเริ่มเห็นพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของนาย K ที่อ้างว่าตนเองไม่ได้โกง นาย K ได้เปิดรับพรีออเดอร์การ์ด One Piece รุ่น OP 17, OP 18 ไปจนถึงสินค้าของการ์ดนารูโตะ บันได ซึ่งเป็นสินค้าที่ยังไม่มีกำหนดวันผลิตที่แน่นอน

 

จ๋ายเปรียบเทียบว่า พฤติกรรมนี้เหมือนกับการเปิดรับจอง iPhone 29 ทั้งที่ iPhone 18 เพิ่งวางจำหน่าย แต่นาย K กลับอ้างว่าตนเองมีสินค้าเพราะได้จ่ายเงินไปแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้ตัวแทน Bandai Thailand ออกมาตักเตือนและว่าเป็นการเปิดจองข้ามรุ่นเกินความเป็นจริง แต่นาย K กลับเข้าไปโต้เถียงด้วย ในขณะเดียวกัน ปั่นและน้องได้สั่งจองการ์ดไปแล้วรวม 60 คาร์ตัน โดยแบ่งกันคนละ 30 คาร์ตัน

 

ปั่นอธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจสั่งจองว่า เนื่องจากตนเองชื่นชอบนารูโตะ และในช่วงแรกที่จ่ายเงินยังไม่เกิดปัญหาเรื่องการโกง ประกอบกับเคยซื้อขายกับนาย K และมีความไว้วางใจกันมาตลอด ปั่นยอมรับว่าปัจจุบันตกอยู่ในภาวะยากลำบาก ต้องนำบ้านเข้าธนาคารเพื่อกู้เงิน และตนเองป่วยเป็นโรคเบาหวาน จึงอยากขอร้องให้นายเคคืนเงินค่ายามา ส่วนน้องของปั่นต้องนำนาฬิกาของพ่อและของภรรยาไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุน และเมื่อวานเพิ่งถูกข่มขู่ห้ามไม่ให้ออกรายการ

 

หลังจากเห็นประกาศตักเตือนจาก Bandai Thailand ปั่นได้ส่งข้อความไปขอยกเลิกและขอเงินคืนเฉพาะส่วนที่ยังไม่ผลิต แต่นาย K ปฏิเสธและส่งรูปถ่ายมือถือเงินก้อน อ้างว่าได้จ่ายเงินไปหมดแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าจ่ายให้ใคร นอกจากนี้นาย K ยังอ้างกับปั่นว่าไม่ต้องไปสนใจ เพราะต้องรอฟังประกาศจากทางญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งปั่นก็หลงเชื่อและเงียบไป ปั่นพยายามก้มหน้าทำงานหาเงินทดแทน ไปสั่งซื้อในอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีก 2 คาร์ตัน แต่ก็ถูกโกงเงินไปอีก 100,000 บาท เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจแนะนำให้โทร 1441 แต่เมื่อโทรไปกลับถูกบอกให้ไปแจ้งความที่โรงพักแทน จึงไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหน จะต้องทำอย่างไรกระทั่งจ๋ายเข้ามาเตือนสติให้ปั่นยอมรับความจริงว่าถูกโกง เพื่อจะได้หาทางเอาเงินคืน

 

ในการพูดคุยถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ พบว่ามีการพยายามซื้อผู้เสียหาย ด้วยการมอบสินค้าให้ผู้เสียหายบางราย เพื่อแลกกับการนำข้อมูลภายในกลุ่มผู้เสียหายไปรายงานให้ทราบ

 

คุณอี้อธิบายตามทฤษฎีซอมบี้ว่า มิจฉาชีพจะทำการล้างสมองเหยื่อไม่ให้ฟังคนอื่น ให้เชื่อมั่นในตัวมิจฉาชีพเพียงคนเดียว แล้วคอยเลี้ยงไข้ไว้เพื่อนำเหยื่อไปหลอกลวงคนอื่นต่อ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไปทำลายรังหรือทำให้เป็นข่าว ช่องทางการหาเงินคืนจะพังทลายและจะไม่ได้เงินคืน ทำให้เกิดความรู้สึกผิดบาปจนเหยื่อไม่กล้าไปแจ้งความดำเนินคดี

 

หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามพรองฯ แจ้ ถึงสถานะความผิดที่เกิดขึ้นว่าเข้าข่ายใดบ้าง เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าเป็นคดีแพ่ง ซึ่งรองฯ แจ้ ชี้แจงว่า อี้ แทนคุณ ได้พาผู้เสียหายประมาณ 60 ถึง 70 คน ไปที่ตำรวจไซเบอร์ สอท. 1 แจ้งวัฒนะ เพื่อวิเคราะห์ว่าเข้าข่ายไซเบอร์หรือพื้นที่ โดยผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ผ่านสถานีตำรวจ หรือโทร 1441 ซึ่งผู้บังคับการไซเบอร์และงานสืบสวนให้ความสนใจเรื่องการ์ดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

 

การซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ของ หรือได้ของไม่ตรงปก ถือเป็น 1 ใน 14 ประเภทคดีออนไลน์ ซึ่ง สอท.1  ได้รับแจ้งความไว้แล้ว 1 เคส สำหรับยอดเสียหายเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย คดีฉ้อโกงส่วนตัว, ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) รวมถึงการพิจารณาว่าเข้าข่ายการฉ้อโกงเป็นปกติธุระหรือไม่ หากพบการกระทำซ้ำ ๆ กับผู้เสียหายกว่า 100 คนทั่วประเทศ จะมีการทำการรวบรวมคดีส่งให้ทางตำรวจไซเบอร์ดำเนินการ

 

ยืนยันว่าผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องไปร้องเรียนหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากตำรวจไซเบอร์และปราบปรามกำลังรวบรวมคดีเข้าด้วยกัน จากการสืบสวนพบกลุ่มผู้กระทำความผิดอย่างน้อย 5 ถึง 6 คน ซึ่งบางรายมีพฤติกรรมอยู่อาศัยในบ้านหรูและเพิ่งออกรถใหม่ป้ายแดง

 

คุณอี้ระบุว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดได้มีการแต่งตั้งทนายความหญิงที่มีสามีเป็นตำรวจ โดยทนายความหญิงคนดังกล่าวได้เดินทางมาพบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ขณะที่เคสของ น หนู มียอดรวบรวมความเสียหายอยู่ที่ 860 คาร์ตัน คิดเป็นมูลค่า 29 ล้านบาท แม้ฝ่ายผู้กระทำผิดจะพยายามอ้างถึงยศสามีของทนายความเพื่อสร้างความยำเกรง แต่รองฯ แจ้ ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตาม ป. อาญา และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ อย่างตรงไปตรงมา เพื่อยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ผู้บังคับบัญชาตำรวจไซเบอร์เน้นย้ำให้สืบสวนเจาะลึกเพื่อป้องกันความเสียหายขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาลงทุน

 

สำหรับการรับคดี สอท. 1 จะรับเฉพาะคดีที่มียอดความเสียหายเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป หากต่ำกว่านั้นต้องแจ้งความ ณ ท้องที่เกิดเหตุตามจุดที่โอนเงิน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วและจะประสานรวมคดีต่อไป

 

ทนายแก้ว วิเคราะห์ว่า ขบวนการนี้พยายามทำให้เป็นคดีแพ่ง โดยยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 เกี่ยวกับการพรีออเดอร์ขึ้นมาอ้าง แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ต่างออกไป เนื่องจากมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น ซึ่งการกระทำซ้ำ ๆ และหลอกลวงประชาชนจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน และนำไปสู่การอายัดทรัพย์ของ ปปง. ทันที

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากตกอยู่ในสภาวะซอมบี้จากการถูกเลี้ยงไข้ น หนู ได้เก็บกำไรส่วนต่างจากการพรีออเดอร์ไว้แ ต่ไม่ยอมคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อทราบว่าไม่มีสินค้า น หนู ได้อ้างว่าถูกซัพพลายเออร์ชื่อ ม ม้า โกง และเมื่อถามถึงเงินพรีออเดอร์ Pokémon, OP 18 หรือ EB-5 ที่สั่งเพิ่ม น หนู กลับตอบว่านำเงินทั้งหมดไปออลอิน (All In) กับ OP 17 หมดแล้ว จึงไม่มีเงินคืนให้

 

คุณอี้ ทนายแก้ว และหนุ่ม กรรชัย ได้เตือนผู้เสียหายว่าอย่าเพิ่งทำสัญญายอมความทางแพ่ งเนื่องจากจะถูกดึงเวลาจนขาดอายุความ 3 เดือน และยืนยันว่าเคสนี้คือคดีฉ้อโกงประชาชนเพราะผู้กระทำผิดรู้ตั้งแต่แรกว่าไม่มีสินค้าจริง ด้าน จ๋าย ระบุว่า นอกจากกลุ่มนี้แล้ว ยังมีร้านอื่นอีกที่รับพรีออเดอร์ลักษณะเดียวกันและมียอดเสียหายหลายล้านบาท

 

หนุ่ม กรรชัย ตั้งข้อสังเกตถึงวงจรการสั่งซื้อที่หมุนวนกลับมาหาผู้บริโภค และสงสัยถึงสาเหตุที่นาย K โทรศัพท์หาจ๋ายโดยตรง ซึ่งอาจเป็นการพยายามหยั่งเชิงหรือแสดงตนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ปั่นได้เปิดเผยข้อความที่คุยกับนาย K โดยนาย K ยอมรับว่าไม่มีเงิน วิธีแก้ปัญหาคือ 1 ไปกู้เงินนอกระบบ 2. ยืมเงินพ่อตา 3. ยืมเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วน หรือ 4. คือพาปั่นไปรับของที่ประเทศมาเลเซียโดยใช้เงินของปั่นเอง นาย K ยังพยายามจะให้ปั่นออกเงินเพิ่มอีกรวมกับจ๋ายเป็นเงินเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งปั่นไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว แต่บอกว่าขอพาจ๋ายไปด้วยได้ไหม ซึ่งจ๋ายเองก็ปฏิเสธอยู่แล้ว

 

คุณปั่นระบุว่า หากนาย K โกงตนเองจริง ก็เปรียบเหมือนแมงกะพรุนที่มีแต่น้ำ และไม่มีหัวใจ เมื่อมีการขอดูหลักฐานการสั่งซื้อกับซัพพลายเออร์ นาย K กลับปฏิเสธโดยอ้างว่ากลัวซัพพลายเออร์หนี จากการสืบทราบพบว่ามีบุคคลที่สะพานเหล็กเชื่อมโยงเป็นขบวนการประมาณ 6 ถึง 7 คน ความเสียหายรวมเกิน 100 ล้านบาท นาย K ปฏิเสธมาออกรายการและอ้างว่าจะคุยผ่านทนายความเท่านั้น แต่นาย K มีการระบุเงื่อนไขคืนเงินมัดจำไว้ในสัญญาเพื่อบิดให้เป็นเรื่องทางแพ่ง

 

ทนายแก้ว ชี้ว่า สัญญาลักษณะนี้มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ขณะที่รองฯ แจ้ ยืนยันจะอายัดเงินคืนตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์ ผ่านการสืบเส้นทางการเงิน ปั่น ยอมรับว่าซื้อขายกับนาย K ผ่านเฟซบุ๊กโดยไม่มีเบอร์โทรศัพท์หรือสัญญา และนาย K ใช้วิธีทยอยส่งสินค้าเพียงเล็กน้อยเพื่อเลี้ยงไข้ไม่ให้ผู้เสียหายนำเรื่องไปฟ้องร้อง

 

จากนั้น คุณปั่นได้ติดต่อหานาย K ซึ่งนาย K ชี้แจว่า ตนเองติดงานและทนายความไม่ว่าง จึงไม่สามารถมาออกรายการได้ ในประเด็นของร้าน 8K หรือจ๊อย นาย K อ้างว่าจ๊อยสั่งซื้อการ์ด 100 คาร์ตัน แต่ขอทำสัญญาจริงเพียง 79 คาร์ตัน ส่วนอีก 21 คาร์ตัน นัดชำระเงินในเดือนเมษายน

 

 

แต่เมื่อถึงกำหนด ฝ่ายซื้อผัดผ่อนมา 3 ถึง 4 รอบ รวมเป็นเวลา 45 วัน จนกระทั่งวันที่ 15 พฤษภาคม ตนจึงแจ้งยึดเงินมัดจำบางส่วน นาย K อ้างว่าจ๊อยเคยบอกว่านายโอ๊ตเป็นหุ้นส่วน จึงเห็นว่าจ๋ายควรไปทวงเงินกับนายโอ๊ตเอง

 

หนุ่ม กรรชัย และ จ๋าย ได้แย้งว่านายโอ๊ตได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จ๋ายเป็นตัวแทนจัดการทวงถามและเจรจาแทนทั้งหมดแล้ว แต่นาย K ยังคงยืนยันจะให้คุยผ่านทนายความ เมื่อ หนุ่ม กรรชัย สอบถามถึงยอดการ์ด 100 คาร์ตัน นาย K อ้างว่าได้ปล่อยออเดอร์ส่วนที่หลุดยอดไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันเหลือการ์ดอยู่ 50 คาร์ตัน เมื่อถามต่อว่าสามารถนำการ์ด 50 คาร์ตันดังกล่าวมาส่งมอบเพื่อจบปัญหาได้หรือไม่ นาย K กลับอ้างว่ายังไม่มีอยู่ในมือ และต้องรอส่งมอบภายใน 3 เดือนหลังวันวางจำหน่าย ขณะที่ จ๋าย ยืนยันว่าการ์ด OP 17 เวอร์ชันภาษาอังกฤษเลยกำหนดส่งมอบตามสัญญามาแล้ว


 

ปั่นได้เปิดประเด็นถึงระบบการพรีออเดอร์การ์ด โดยตั้งคำถามว่า ผู้ซื้อจ่ายเงินเต็มจำนวนตั้งแต่แรก แต่เมื่อถึงกำหนดส่งมอบกลับได้รับสินค้าย่อยออกมาทีละ 1 ถึง 3 คาร์ตัน จากการสอบถามร้านค้าหลักเจ้าอื่น ๆ พบว่า โดยปกติสินค้าจะส่งมอบเป็นล็อตเดียว การแบ่งส่งทีละนิดมักเกิดจากการที่ผู้ขายนำสินค้าที่ได้รับในวันวางจำหน่ายไปขายทำกำไรก่อน เนื่องจากราคาในตลาดพุ่งสูงขึ้น แล้วค่อยไปหาซื้อสินค้ามาส่งชดเชยทีหลัง เช่น การเปิดรับพรีออเดอร์ก่อนสินค้าออกในราคา 75,000 บาท ทั้งที่ไม่มีสินค้าในมือ เมื่อราคาสินค้าปรับลดลงเหลือ 45,000 บาท ผู้ขายจึงนำเงินไปซื้อสินค้ามารับรองออเดอร์เดิมเพื่อเก็บส่วนต่าง

 

ปั่นระบุว่าตนเองต้องภาวนาให้ K สามารถทำธุรกิจต่อได้ เพื่อนำเงินมาคืน โดยปั่นเคยส่งข้อความไปขอยกเลิกออเดอร์การ์ดนารูโตะและขอเงินคืน แต่ K อ้างว่าได้โอนเงินไปแล้วทำให้ไม่สามารถคืนเงินได้

 

K ได้ชี้แจงว่า ยอดของปั่นเป็นการสั่งซื้อร่วมกับบอส และตกลงกันไว้ว่าจะทยอยส่งมอบสินค้า หรือหักลบยอดเงินเพื่อคืนเงินหรือเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดอื่นแทน สำหรับกรณีการ์ด RA1 นาย ษ อ้างว่าได้นำเข้าสินค้ามาส่วนหนึ่งและส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว แต่เจอปัญหาการขนส่งจากประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากติดวันหยุด แม้ในสัญญาระบุระยะเวลา 14 ถึง 30 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดส่งมอบส่วนที่เหลือ ฝั่งบอสแจ้งยกเลิกเนื่องจากราคาการ์ดในตลาดลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง K จึงยอมรับคืนสินค้าไว้เอง และยอมแบกรับผลขาดทุนประมาณ 300,000 ถึง 400,000 บาท

 

ปั่นได้ตอบโต้ว่า K มีการยื้อเวลาออกไปเรื่อย ๆ เช่น การสั่งซื้อสินค้าเซต 13 แต่กังวลว่าจะต้องรอไปจนถึงเซต 20

 

เรื่องนารูโตะ K อ้างว่าตนเองได้จ่ายเงินให้แก่ต้นทางไปแล้ว โดยซัพพลายเออร์อยู่ในไต้หวันและไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ตนเองต้องเดินทางไปเจรจาที่ร้านค้าในไทเปโดยตรงและชำระเป็นเงินสดเท่านั้น เมื่อถูกซักถามถึงชื่อหรือแซ่ภาษาจีนของซัพพลายเออร์ K อ้างว่าเจรจาเป็นภาษาอังกฤษและไม่เคยสอบถามชื่อแซ่ ในส่วนของเส้นทางการเงิน เคอ้างว่าใช้วิธีนำเงินสดติดตัวออกนอกประเทศตามโควต้า แล้วไปกดเงินสดเพิ่มเติมที่ปลายทาง

 

ส่วนยอดเงิน 3 ล้านกว่าบาทจากฝั่งโอ๊ตและจ๊อย เคอ้างว่านำไปสั่งซื้อสินค้าจากการ์ดมาเลเซียผ่านนอมินีหรือคนกลางในประเทศไทย โดยถอนเป็นเงินสดไปจ่ายให้คนกลางในวันเดียวกัน K ระบุว่า ตนเองมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ 4 ถึง 5 เจ้า ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย และญี่ปุ่น โดยไต้หวันเป็นการดีลตรง ส่วนมาเลเซียและฮ่องกงเป็นการดีลผ่านคนกลางและเพื่อน

 

รองฯ แจ้ ระบุว่า ทั้งหมดสามารถตรวจสอบเส้นทางการ ประวัติการถอนเงิน และประวัติการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่ง K แสดงความยินดีให้ตรวจสอบ ยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจ

 

K ระบุว่าตนเองไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับโอ๊ต แต่ทำสัญญากับคนชื่อจ๊อย ร้าน 8K โดยโอ๊ตเป็นเพียงผู้มาเซ็นสัญญาแทน ยอดเงิน 3 ล้านกว่าบาทนั้น K แจกแจงว่าจ๊อยโอนมา 1.5 ล้านบาท และบัญชีของโอ๊ตโอนมาอีก 1.5 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการ์ด OP 17 จำนวน 28 ลังหากจ่ายเต็มจำนวน

 

หนุ่ม กรรชัย และทนายแก้ว ได้ขอให้ K นำหลักฐานและเส้นทางการเงินไปยื่นต่อตำรวจไซเบอร์ในวันถัดไป แต K ขอผัดผ่อนโดยอ้างว่าทนายความของตนไปว่าความที่ภาคใต้ และจะกลับมาช่วงสิ้นเดือน

 

ปั่นชี้ให้เห็นว่าหากทำธุรกิจถูกต้องย่อมไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ K กลับเก็บเงินมัดจำการ์ดภาษาอังกฤษไป 50% คิดเป็นเงิน 3 ล้านกว่าบาทสำหรับ 79 คาร์ตัน ซึ่งเฉลี่ยตกคาร์ตันละ 40,000 กว่าบาท เกินกว่าราคามัดจำจริงที่ควรอยู่ระดับ 20,000 กว่าบาท จึงตั้งคำถามว่าเงินส่วนที่เหลือหายไปไหน K อ้างว่าตนเองจ่ายเงินให้ต้นทางไปหมดแล้ว และสินค้ารุ่นดังกล่าวมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 18 ของเดือนนี้ จึงยังไม่ถือว่าเป็นการบิดสัญญา

 

นอกจากนี้ K ยอมรับว่ามีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาส่งมอบสินค้า จากที่เคยโฆษณาไว้ 7 ถึง 15 วัน เป็น 30 ถึง 90 วัน ในด้านข้อกฎหมาย ทนายแก้วเตือนว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงเป็นปกติธุระตามกฎหมายฟอกเงิน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) และความผิดตามกฎหมาย สคบ. ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นในข่าว K ปฏิเสธว่าไม่รู้จักบุคคลเหล่านั้นแต่อย่างใด

 

รองฯ แจ้ และทนายแก้ว รชี้ให้เห็นพฤติกรรมของคู่กรณีที่บิดพลิ้วและเปลี่ยนคำพูดไปเรื่อย ๆ รองฯ แจ้ ในฐานะตำรวจระบุว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจะทราบได้ทันทีว่าเป็นการพูดตรงข้อเท็จจริงหรือไม่ เนื่องจากคำพูดและความเชื่อมโยงข้อมูลจะไม่นิ่ง โดยปัจจุบันนอกจากพยานหลักฐานในพื้นที่และกล้องวงจรปิดแล้ว ตำรวจยังนำการตรวจสอบเส้นทางการเงินเข้ามาจับ ซึ่งหากพบว่าเป็นพฤติกรรมปกติธุระจะเข้าข่ายกฎหมายฟอกเงินและถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด หากเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงความจริงและกระทบประชาชนจำนวนมาก จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท รวมถึงความผิดตามกฎหมายอาญาที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี, 5 ปี ถึง 7 ปี โดยเป็นการลงโทษแบบเรียงกระทงความผิดตามจำนวนผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายที่มีกว่า 100 คน เมื่อคำนวณเรียงกระทงแล้วจะมีอัตราโทษที่สูงมาก โดยตำรวจไซเบอร์จะเร่งสอบปากคำและออกหมายเรียกในภาพรวมต่อไป

 

ในการดำเนินคดี ทนายแก้ว และ หนุ่ม กรรชัย เน้นย้ำว่าผู้เสียหายทุกคนต้องเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ ขณะที่จ๋ายย้ำว่าตนเองไม่ได้มาเรียกร้องเงินส่วนตัว แต่ต้องการมาช่วยผู้ที่กำลังเดือดร้อนและฉายแสงให้เรื่องนี้ปรากฏ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เสียหายออกไปแจ้งความรักษาสิทธิ์

 

คุณปั่นได้เปิดเผยข้อสังเกต 3 ประการ สำหรับผู้ที่เข้าข่ายโดนโกง คือ มีการเลื่อนวันนัดส่งของ, อ้างว่าส่งสินค้าแล้วแต่แจ้งเลขพัสดุผิด และอ้างความผิดพลาดของชิปปิงหรือฝั่งอื่น จ๋ายได้แนะนำสิ่งที่ต้องเน้นถามก่อนทำการพรีออเดอร์ คือ จะได้รับสินค้าหลังวันวางจำหน่ายกี่วัน ได้รับจำนวนคาร์ตันครบตามที่สั่งหรือไม่ และมีมาตรการชดใช้อย่างไรหากเกิดความผิดพลาด

 

คุณอี้ ได้กล่าวถึงกรณีของลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง ที่แม้จะยังไม่ถึงรอบส่งมอบสินค้า แต่ น หนู ได้ออกเอกสารระบุเองว่าไม่ได้รับสินค้าจากซัพพลายเออร์ มีการแจ้งความ แต่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม สินค้าที่อ้างว่าโดนโกงยังคงปรากฏอยู่ในสตอรีของ น หนู อยู่เลย และในช่วงวันที่ 12 ถึง 13 สิงหาคม น หนู ก็ยังคงโอนเงินให้ซัพพลายเออร์อยู่ ทั้งที่อ้างว่ารู้เรื่องโดนโกงไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถติดต่อ น หนู ได้อีกเลย

 

คุณปั่น ได้เปิดเผยความรู้สึกโดยขอบคุณ จ๋าย ไททศมิตร ที่ช่วยให้ตนเองไม่คิดสั้น หลังจากต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้และเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต โดย ปั่น เล่าว่าตนเองสั่งจองการ์ด OP 17 ไป 20 คาร์ตัน ได้รับจริงเพียง 3 คาร์ตัน แต่นึกถึง จ๋าย ซึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงสั่งจองไปเป็นเกือบร้อยคาร์ตันแต่กลับไม่ได้เลยสักคาร์ตัน ทำให้ตนเองยังมีกำลังใจสู้ต่อ

 

สุดท้าย จ๋าย ไททศมิตร ระบุว่า ตนเองยินดีช่วยเหลือทุกคน และเน้นย้ำว่ายังมีผู้เสียหายจากร้านอื่น ๆ ที่เจอกรณีในลักษณะนี้ ซึ่งสามารถนำเรื่องไปปรึกษาทนายความหรือตำรวจเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ หนุ่ม กรรชัย ได้กล่าวชม จ๋ายว่าเป็นคนที่น่ารักมาก เพราะทุกครั้งที่โทรศัพท์มาหาจะบอกเสมอว่า อยากช่วยให้คนที่กำลังตกเป็นเหยื่อได้ตาสว่างและรู้เท่าทัน เพื่อที่จะได้หยุดความเสียหาย

 

จ๋าย ยอมรับว่าตนเองชินกับการโดนโกง และไม่ได้เดือดร้อนมากนัก แต่เนื่องจากมีผู้เสียหายรายอื่นเป็นจำนวนมากทักข้อความมาขอความช่วยเหลือ จึงออกมาช่วย และเตือนผู้เสียหายทุกคนว่าหลังจากนี้หากขอให้ลุกขึ้นมารักษาสิทธิ์ของตัวเอ

 

หนุ่ม กรรชัย ได้หันไปถาม ปั่น เกี่ยวกับสถานะของ K ว่าจะเรียกว่าโกงได้เต็มปากหรือยัง ปั่น ตอบตามตรงว่าลึก ๆ ยังรู้สึกดีกับ K อยู่ เนื่องจากที่ผ่านมา K ดีกับตนมาตลอด แม้จะมีคนเตือนตนว่า K อาจจะใช้วิธีเลี้ยงให้อ้วนแล้วค่อยเชือดก็ตาม ตนเองออกมาเตือนภัยเพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาในวงการการ์ดได้รู้ขอบเขต รู้จักตั้งคำถาม และรู้วิธีป้องกันตนเอง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเทปปิดกล่องที่มีการบิดสัญญากันเยอะ


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#การ์ดวันพีซ#จ๋ายไททศมิตร